ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

ตลาดยาง สกย. ตลาดยาง สกย.
ตลาดยาง สกย. PDF พิมพ์
ตลาดยางพารา - ตลาดยาง สกย.
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 19 เมษายน 2011 เวลา 10:05 น.

 

 ตลาดยาง สกย.

         สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ได้ดำเนินการ ให้เกษตรกร ชาวสวนยาง ในความรับผิดชอบ รวมตัวกัน เป็นกลุ่มใน ชื่อ "กลุ่มพัฒนา เจ้าของสวนสงเคราะห์" ทำให้ง่าย ต่อ การเข้าไปพัฒนาเกษตรกร เพื่อให้อาชีพการทำสวนยาง มีความมั่นคงอย่างยืน ในปี พ.ศ.2544 สกย. ,มี ภาระผูกพันกับเกษตรกรซึ่ง สกย.ได้เข้าไปพัฒนาไว้ 4,000 กลุ่ม ประกอบด้วย สหกรณ์กองทุนฯสวนยาง 675 สหกรณ์ และ กลุ่มพัฒนาเจ้าของสวนสงเคราะห์ 3,325 กลุ่มหนึ่งใน โครง การพัฒนาเกษตรกร คือ โครงการพัฒนา การผลิตยางแผ่น ที่ผ่านมารัฐบาลโดยผ่าน ทาง สกย.ได้ลงทุน สร้างโรงอบ/รมยาง และโรงเรือนไปกว่า 2,000 ล้านบาทซึ่ง ขั้นตอนการดำเนินการ ก่อสร้างได้ผ่านพ้น ไปแล้ว ส่วนการเปิดดำเนินการ ของโรงอบ/รมยาง ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ของตลาด เพื่อให้โครงการดังกล่าวนี้สัมฤทธิ์ผล จึงจำเป็น ต้องมีตลาดรองรับผลผลิต จากโครงการฯ หนทางที่เป็นไปได้ ในขณะนี้คือ การมุ่งสู่ตลาดผู้ใช้ยางในประเทศ ขณะเดียวกัน ก็ฝึกให้กลุ่มฯ ทำธุรกิจรวมทั้ง ปรับการผลิตได้ตรงตามต้องการของผู้ใช้ ก่อนขยายตัวสู่ การส่งออกต่อไป สกย.ได้มีนโยบายใช้ ที่ตั้งของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัด และอำเภอ 60 แห่ง รวมทั้งสำนักงานกลางอีก 1 แห่ง รวมเป็น 61 แห่ง เป็นที่ตั้งตลาดยางของ สกย.เนื่องจากมีปัจจัย ที่เอื้ออำนวยใน การเป็นตลาดคือ เป็นสถานที่ของ สกย.เองอยู่แล้ว และมีเครื่องมือสื่อสาร อาคาร และสิ่งอำนวยความสะดวก มีพาหนะ บางแห่งมีโกดังยางตลอดจนบุคลากรอยู่ ณ ที่ตั้งแล้ว ทำให้ประหยัดงบประมาณ โดยตลาดยางของ สกย.จะใช้รูปแบบ Rubber paper หรือ การค้ายางผ่านกระดาษ โดยส่งผ่านเครื่องมือสื่อสาร คือ โทรสารเป็นข้อมูลปริมาณ และคุณภาพยางของผู้ ขายยาง แต่ละ รายให้ตลาดทราบ โดยไม่ต้องขนยางมารอขาย ณ ที่ตั้งตลาดอย่างแต่ก่อน ซึ่ง สกย. มี กลุ่มพัฒนา เจ้าของสวนสงเคราะห์ อยู่ถึง 4,000 กลุ่ม ที่ผลิตยางออกขาย ในขณะที่ผู้ซื้อยาง ที่เป็น โรงงานผลิตภัณฑ์ยาง ภายในประเทศ จะเอื้ออำนวย ประโยชน์ ต่อทั้ง กลุ่มเกษตรกร ที่จะได้รับราคายาง ที่สูงขึ้น และ เป็น ประโยชน์ต่อ ผู้ใช้ยาง ที่จะได้รับยางราคาถูก กว่าซื้อจากผู้ส่งออก ซึ่งบวกค่าใช้จ่ายต่างๆ ไว้แล้ว และจะได้ใช้ยางใน คุณภาพ และ ปริมาณตามที่ต้องการ ซึ่งสามารถแจ้งให้ผู้ผลิตปรับคุณภาพ, การบรรจุหีบห่อ และรายละเอียดอื่นได้ตามความต้องการ อีกด้วย หัวใจ ของการดำเนินการตลาด นี้ให้ประสบความสำเร็จ อีกประการหนึ่ง ก็คือ ขบวนการพบปะเจรจา ทั้ง ผู้ซื้อยางผู้ขายยาง และผู้ประสานงานคือ สกย.จะต้องมีการพบปะเจรจากันเป็นประจำ เพื่อให้เกิด บรรยากาศ ความคุ้นเคยเป็นกันเอง สร้างความเข้าใจซึ่งกัน และกัน และแลกเปลี่ยนข่าวสาร ตลอดจน การพึ่งพากันอย่างสร้างสรร โดยจัดให้มีการนัดพบปะ ทุกสัปดาห์ณ สถานที่ของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เป็นต้น นอกจากนี้ยังอาจใช้สื่อในการติดต่อสนทนาหรือโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น ทำให้ การติดต่อซื้อขาย เป็นไปได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น สำหรับ ในกรณีที่มีปัญหาต้องร่วมกันแก้ไขตลาดยางของ สกย. จะตั้งผู้แทนจาก3 ฝ่าย คือ เกษตรกรผู้ขายยาง, ผู้ซื้อยาง และผู้แทนจาก สกย. ในลักษณะไตรภาคี เพื่อร่วมกันตัดสินใจในปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้ การติดต่อซื้อขาย เป็นไปด้วย ความเรียบร้อย และรวดเร็ว รวมทั้งการปรับปรุง ตลาดให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ตลาดยาง สกย. จะเป็นผู้ประสานงาน ให้เกษตรกรผู้ขายยาง ได้ติดต่อ ขายยางให้ กับผู้ใช้ยางโดยตรง และ อำนวยความสะดวก ให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ จากตลาดยางแห่งนี้

บทบาทของไตรภาคีในตลาดยาง สกย.ภาคเกษตรกร


เกษตรกรในตลาดยาง สกย.ที่เป็นหลัก คือกลุ่มพัฒนาเจ้าของสวนสงเคราะห์ (3,325 กลุ่ม) และสหกรณ์กองทุนฯ สวนยาง จำกัด (675 สหกรณ์) บทบาท ในส่วน ของเกษตรกร มีดังนี้
          1. รวมตัวกันให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นสถาบันเกษตรกร ที่พร้อมจะพัฒนาตนเอง ในทุกด้านเป็นที่เชื่อถือ ของผู้เกี่ยวข้อง
          2. มีกิจกรรมเสริมสร้างให้กลุ่มเกษตรกร มีความเข้าใจ และได้รับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่ถูกต้อง หรือได้รับความรู้วิชาการ ในการพัฒนาตนเอง และอาชีพให้มีความมั่นคง แบบยั่งยืน เช่น การประชุมกลุ่มเป็นประจำ การจัดการอบรมต่าง ๆ การร่วมกันทำกิจกรรมต่าง ๆ เป็นต้น
          3. การรวมตัวกัน ผลิตยางเป็นสินค้า โดยใช้อุปกรณ์คือ โรงอบ/รมยาง โรงเรือนเพื่อผลิตยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควัน ยางแผ่นอบแห้ง ยางเครฟ น้ำยางสด น้ำยางข้น หรือยางแท่ง ตามแต่อุปกรณ์ที่ จะสามารถหามาได้โดยตนเอง หรือจากส่วนราชการ และ จะต้องผลิตให้ได้ ตามมาตรฐานสากล หรือตรงตามความต้องการ ของผู้ใช้ยาง โดยขอคำแนะนำช่วยเหลือจากผู้รู้ หรือภาครัฐ
          4. สมัครเข้าเป็นสมาชิกตลาดยาง สกย.เพื่อให้ตลาดยาง สกย. ลงทะเบียนเป็นผู้ขายยาง โดยติดต่อแจ้งยอดการผลิตให้เกษตรกร และรักษาคุณภาพยาง ให้มีความคิดสม่ำเสมอ ตามความต้องการ ของตลาด ปฏิบัติตามข้อตกลง หรือสัญญา ที่ทำไว้กับตลาด หรือผู้ซื้อ เพื่อให้เป็นที่เชื่อถือ ของผู้เกี่ยวข้อง และเป็นการรักษาคู่ค้าในระยะยาว อันเป็นการค้าแบบยั่งยืน
          5. เสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงตลาด และการแก้ไขปัญหาโดยส่งผู้แทนฝ่ายผู้ขายเป็นหนึ่งในคณะกรรมการไตรภาคี

ภาคผู้ใช้ยางหรือภาคธุรกิจ

 
ผู้ใช้ยางส่วนใหญ่จะได้แก่ผู้ประกอบการโรงงานผลิตภัณฑ์ยางในประเทศ หรือผู้ส่งยางออกต่างประเทศ มีหน้าที่ดังนี้
           1. มีหน้าที่ในการนำยางไปใช้เป็นวัตถุดิบในการทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตามความต้องการของผู้บริโภค และแข่งขันกับสินค้าทั้งในและต่างประเทศ หรือมีหน้าที่ส่งยางออกขายต่างประเทศ
           2. รวมตัวกันเป็นกลุ่มผู้ใช้ยาง เช่น กลุ่มโรงงาน ผลิตภัณฑ์ยางในประเทศ เป็นต้นเพื่อให้มีอำนาจในการปกป้องผลประโยชน์และสิทธิอันพึงมีพึงได้ และมีศักยภาพในการพัฒนากลุ่ม
           3. มีการประชุมเป็นประจำเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข่าวสาร
           4. สมัครเป็นสมาชิกผู้ซื้อยางของตลาดยาง สกย.
           5. แจ้งความต้องการใช้ยางทั้งชนิด ปริมาณ และคุณภาพ ตลอดจนรายละเอียดอื่นๆ ตามที่ต้องการให้ตลาดยาง สกย. ทราบ เพื่อแจ้งให้ผู้ผลิตยางได้ปรับปรุงการผลิตยางให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้
           6. ปฏิบัติตามข้อตกลง สัญญาที่ทำไว้กับตลาดหรือผู้ขายยาง
           7. เสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงตลาดและการแก้ปัญหา โดยส่งผู้แทนผู้ซื้อยางเป็น หนึ่งในคณะกรรมการไตรภาคี

ภาครัฐ หรือ สกย.

 
ภาครัฐในที่นี้ก็คือ สกย.มีบทบาท เช่น ประสานงานดำเนินการให้ความสะดวกแก่ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ รวมทั้งเป็นพยานในการซื้อขาย ในการทำข้อตกลง การทำสัญญาในการซื้อขายมีหน้าที่ ดังนี้
        1. จัดสถานที่ให้ใช้เป็นตลาดยาง โดยเบื้องต้นจะใช้สถานที่ทำการของ สกย.ทั้งสกย.จ. และ สกย.อ. รวม ทั้งสำนักงานกลางกรุงเทพฯ รวม 61 แห่ง เป็นที่ตั้งตลาดยาง สกย. เนื่องจากมีห้องพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการจัดตลาด มีอุปกรณ์สื่อสาร ตลอดจนมีบุคลากรอยู่พร้อมแล้ว
        2. สกย.ต้องจัดหาข้อมูล ข่าวสารในเรื่องยาง ธุรกิจยางการค้ายางระหว่างประเทศการวิเคราะห์สถานการณ์ยาง เพื่อให้ผู้มาติดต่อตลาดได้ทราบเป็นพื้นฐานเบื้องต้นในการตัดสินใจซื้อขาย
        3. สกย.ต้องมีโครงสร้างบุคลากรที่ปฏิบัติงานในเรื่องตลาดยางอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ตลาด การทำนิติกรรมสัญญา หรือธุรกิจการตลาด การติดต่อประสานงานให้เกิด การซื้อขายหรือตลาดสัมพันธ์ การเก็บข้อมูล การลงทะเบียนตลาด เป็นต้น
         4. การปฏิบัติงานตลาดยาง สกย. จะต้องมีลักษณะพิเศษแตกต่างจากการปฏิบัติงานตามระบบราชการปกติ จะต้องเป็นเชิงธุรกิจ มีความสะดวก รวดเร็ว ในการเดินทางติดต่อ การสื่อสาร สกย.จะต้องมีมาตรการเป็นพิเศษ
        5. สกย.จะเป็นผู้ประสานงานให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้มีการติดต่อซื้อขายยางกัน โดยตรง โดยพนักงาน สกย.จะวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย จากนั้นจะติดต่อทั้งสองฝ่ายให้มีการพบปะหรือเจรจาตกลงกันในรายละเอียด และตัดสินใจซื้อขายในที่สุด
        6. สกย.จะเป็นผู้เก็บข้อมูล ลงทะเบียนทั้งฝ่ายผู้ขายและฝ่ายผู้ซื้อยาง (ความ สามารถในการผลิต ชนิด ปริมาณและคุณภาพ) และผู้ซื้อยาง (ความต้องการใช้ยาง ชนิด ปริมาณและคุณภาพ)
        7. เป็นผู้แทนหนึ่งในคณะกรรมการไตรภาคี เพื่อปรับปรุงการดำเนินงานของตลาดและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นของตลาดยาง

ขั้นตอนการดำเนินงานตลาดยาง สกย.

1. กลุ่มพัฒนา เจ้าของสวน สงเคราะห์สหกรณ์ สกย.
สมัครเป็นสมาชิก ผู้ขายยาง ของตลาด
จดทะเบียนผู้ขายโดย ตลาดยาง สกย.
2. ผู้ใช้ยาง,ผู้ซื้อยาง
สมัครเป็นสมาชิก ผู้ขายยาง ของตลาด
จดทะเบียนผู้ซื้อยางโดย ตลาดยาง สกย
3. ตลาดยาง สกย
หาข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูล,ติดต่อกับ
ผู้ซื้อยาง, ผู้ขายยาง
4. ตลาดยาง สกย
จัดให้มีการพบปะเจรจากัน
ระหว่าง 3 ฝ่าย
ผู้ขายยาง, ผู้ซื้อยาง สกย.
5. ตลาดยาง สกย
จัดให้มีการทำข้อตกลง,
สัญญาซื้อขายลงนามโดย
ผู้ซื้อยาง,ผู้ขายยางสกย.ในฐานะพยาน
6. ตลาดยาง สกย
รับชำระเงินจาก
ผู้ซื้อ
7. ตลาดยาง สกย.
ติดต่อให้มีการส่งมอบยางโดย
ผู้ขาย
8. ตลาดยาง สกย.
ติดตามผล เพื่อนำ กลับมาใช้ ปรับปรุงตลาด และตรวจความ เรียบร้อย ในการดำเนินงานจาก
ผู้ซื้อและผู้ขาย
9. ตลาดยาง สกย.
แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดย
ตั้ง คณะกรรมการไตรภาคี มี ผู้แทนจาก
1. ผู้ขายยาง
2. ผู้ซื้อยาง
3. สกย.

 



จุดสำคัญในการทำให้ตลาดยาง สกย. มีความมั่นคง คือ

 
       1. การจัดให้มีการพบปะเจรจากัน ระหว่างเกษตรกรผู้ขายยาง กับผู้ซื้อยางเป็นประจำ เพื่อสร้างความคุ้นเคย ทำความรู้จัก เป็นที่เชื่อถือซึ่งกัน และกัน แม้จะยังไม่มี การซื้อขาย ในขณะนี้ แต่เมื่อใดที่มีการซื้อขายเกิดขึ้น ก็จะทำให้การตกลง ราคาเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเข้าใจได้ง่ายขึ้น เพราะ ต่างได้รับทราบข้อมูล กันมาก่อนแล้ว
       2. การชำระเงิน สกย.จะต้องรับผิดชอบใน เรื่องการชำระเงินของผู้ซื้อยางให้เสร็จเรียบร้อยก่อนแจ้ง ให้ผู้ขาย หรือเกษตรกรส่งมอบยาง ให้ผู้ซื้ออันเป็นการรักษาผลประโยชน์ ของเกษตรกร
       3. การส่งมอบสินค้า สกย.จะต้องติดต่อประสานงาน ให้มีการมอบสินค้า คือ ยางตามที่ตกลงกันใน สัญญา ทั้งชนิด ปริมาณ และคุณภาพยาง ตลอดจน ส่งมอบตามรายละเอียด ที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว ว่าจะต้องส่งมอบ ณ ที่ใด เวลาใด เพื่อรักษาผลประโยชน์ ของผู้ซื้อยาง โดยอาจมีการออกไปตรวจสอบด้วย

 

   ผลประโยชน์จากตลาด

 

เกษตรกร
ธุรกิจและอุตสาหกรรม
1. ขายยางได้ในราคาสูงกว่าปกติ 1. ซื้อยางได้ถูกลงกว่าปกติ (ไม่ต้องเสียค่านายหน้า หรือพ่อค้าคนกลาง)
2. ผลิตยางได้ตรงตามความต้องการ ของตลาด 2. กำหนดพื้นที่เป้าหมายแหล่งผลิตได้
3. รับรู้ ข้อมูล ข่าวสารอย่างเท่าเทียมกัน 3. สามารถเลือกสินค้าได้ทั้งปริมาณ และคุณภาพ
4. เป็นทางเลือก สำหรับเกษตรกร ที่ต้องการ ความก้าวหน้า และพัฒนาคุณภาพผลผลิต 4. ลดต้นทุนการผลิต
5. ได้รับรู้ข้อมูล ทั้งด้านเงื่อนไข ข้อจำกัด และโอกาส ประกอบการตัดสินใจ 5. เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

 


ระเบียบปฏิบัติ
การจัดตลาดยาง สกย.

***************

                เพื่อให้ ดำเนินการซื้อ และขายยางในตลาดยาง สกย.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความสะดวก รวดเร็ว และ มีประสิทธิภาพ จึงได้ กำหนดระเบียบปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

1. ผู้ขายได้แก่ สหกรณ์ สกย. และกลุ่มพัฒนาเจ้าของสวนสงเคราะห์ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับตลาดยาง สกย. และ ใช้ เลขรหัสกลุ่มฯ เป็น เครื่องหมายพิมพ์ลงบน แผ่นยางของกลุ่มฯ

2. ผู้ซื้อได้แก่ บริษัท ห้างร้าน สหกรณ์/ ชุมนุมสหกรณ์ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาง ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับตลาดยาง สกย.

3. การแจ้งปริมาณยาง ให้ผู้ขายแจ้งชนิด ชั้น และปริมาณให้ตลาดยาง สกย.ทราบ ภายในเวลา 9.00 - 11.30 น. ของวัน เปิดซื้อขายยาง

4. จัดให้มีคณะกรรมการตลาด ประกอบด้วยตัวแทนเกษตรกร, ผู้ซื้อยาง และ พนักงานของ สกย.

5. การเสนอราคา และการตกลงซื้อขาย
     5.1 การเสนอราคา ณ ที่ทำการตลาดยางของ สกย.เวลา 9.00- 11.30 น.
     5.2 การตกลงซื้อขายกระทำ ณ ที่ทำการตลาดยางของ สกย. เวลา 9.00-11.30 น.

6. ราคายางที่เสนอ ไม่รวมค่าขนส่ง

7. ค่าขนส่งยางให้ผู้ซื้อ ผู้ขายตกลงค่าใช้จ่ายกันเอง

8. การรับมอบยางและน้ำหนักยาง
     8.1 ผู้ซื้อยางได้ ต้องรับยางจากกลุ่มให้เสร็จสิ้นภายในวันซื้อขาย หรือตามวันที่ตกลงกัน
     8.2 ผู้ซื้อยางได้ ต้องถือน้ำหนักยางตามที่ตกลงกับผู้ขาย

9. การเงิน ผู้ซื้อยาง ได้ต้องจ่ายเช็คค้ำประกัน ตามวงเงินซื้อขาย ในวันที่ทำบันทึก ข้อตกลงซื้อขาย และ เมื่อผู้ขายได้รับเงินแล้ว ผู้ซื้อจึงรับเช็คค้ำประกัน คืนได้

10. มาตรฐานคุณภาพยางต้องเป็นไปตามมาตรฐานของกรมวิชาการเกษตร

11. ในกรณีที่ผู้ซื้อยางได้ไม่มาทำบันทึก ข้อตกลงซื้อขายหลังสิ้นสุดการซื้อขาย ให้ถือว่าสละสิทธิ์

12. กรณี ที่มีปัญหา ข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ให้คณะกรรมการตลาดเป็นผู้ตัดสิน



*****************************

Download  ตลาดยาง สกย.  

 

 

 

 

 
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม 2011 เวลา 15:40 น.