ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

กฎหมายทั่วไป ตัวอย่างคดีปกครอง: ฟ้องเลยไม่ได้เหรอ?
ตัวอย่างคดีปกครอง: ฟ้องเลยไม่ได้เหรอ? PDF พิมพ์
KM สำหรับพนักงาน - กฎหมายทั่วไป
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 11 เมษายน 2011 เวลา 09:58 น.

ฟ้องเลยไม่ได้เหรอ? คำถามนี้อาจจะเป็นคำถามที่คาใจของใครบางคน ว่ากระบวนการในการดำเนินคดี

ทางปกครองนั้นทำไมถึงได้ล่าช้าและขั้นตอนเยอะแยะ ซึ่งการที่จะไปใช้กระบวนการทางศาลปกครองนั้นแม้ว่าจะสะดวก

ประหยัด เพราะว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมศาลเว้นซะแต่ว่าผู้ฟ้องคดี(ในคดีปกครองจะใช้คำว่า ผู้ฟ้องคดี ไม่ใช้คำว่า

โจทก์ เหมือนคดีอื่นๆ ทั่วไป )ฟ้องขอให้สั่งให้ใช้เงิน หรือส่งมอบทรัพย์สินอันสืบเนื่องจากคดีตามมาตรา ๙(๓) คือคดีเกี่ยวกับ

ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่หรือความรับผิดอย่างอื่น เช่น การที่เจ้าหน้าที่เวนคืน ใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืน

เข้าไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือโรงเรือนในเขตเวนคืนจนทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนที่ถูกรื้อถอนโรงเรือนดังกล่าว หรือ

คดีตามอนุมาตรา ๙(๔) คือคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง เช่น ผู้รับเหมาก่อสร้างโรงพยาบาลของรัฐ ทำงานเสร็จแล้วแต่

ทางโรงพยาบาลก็ไม่ยอมจ่ายเงินค่าก่อสร้างให้ เช่นนี้ถือว่าเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง

                   ซึ่งผู้ที่จะฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้นั้น จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสีย

หายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องมาจากการกระทำหรือละเว้นการทำของหน่วยงานปกครองตามมาตรา ๔๒ แห่งพ.ร.บ.จัด

ตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒  เช่นการที่เจ้าหน้าที่การเงิน ถูกเรียกให้ใช้เงินคืนเพราะได้ทำการจ่ายเงิน

ค่าก่อสร้างหรือค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้ไม่มีสิทธิได้รับ โดยไม่ได้ตรวจสอบระเบียบข้อบังคับให้ดีอันเป็นละเมิดในการปฎิบัติหน้า

ที่อย่างร้ายแรง  เช่นนี้เจ้าหน้าที่การเงินดังกล่าวถือว่าเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรือจะเดือดร้อนหรือเสียหาย เพราะ

จะต้องส่งเงินใช้คืน แต่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวก็ยังไม่สามารถที่จะฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้ทันที เพราะตามมาตรา ๔๒ วรรคสอง

ของกฎหมายฉบับดังกล่าวข้างต้นได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่า ในกรณีที่กฎหมายกำหนดขั้นตอนหรือวิธีการสำหรับการแก้ไข

ความเดือดร้อนหรือเสียหายในเรื่องใดไว้โดยเฉพาะ การฟ้องคดีปกครองในเรื่องนั้นจะกระทำได้ต่อเมื่อมีการดำเนินการตามขั้น

ตอนและวิธีการดังกล่าว ซึ่งกรณีที่เจ้าหน้าที่การเงินถูกเรียกเงินคืน ข้างต้นหน่วยงานออกคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๒

แห่งพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้า

หน้าที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง ฯ สิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล ซึ่งถือว่าเป็น

คำสั่งทางปกครอง ตามมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฎิบัติราชการทางปกครอง ซึ่งตามมาตรา ๔๔ แห่งกฎหมายดังกล่าว กำหนดให้

คู่กรณีอุทธรณ์คำสั่งเรียกให้ชำระเงินดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำส่งทางปกครองภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำส่งดัง

กล่าว คือให้อุทธรณ์ต่อคนที่ลงชื่อในหนังสือดังกล่าว  เมื่อผู้ออกคำสั่งดังกล่าวได้รับอุทธรณ์ของเราแล้วก็จะต้องพิจารณา

ให้แล้วเสร็จภายในกำหนด ๓๐ วันในกรณีที่เขาเห็นด้วยกับอุทธรณ์ของเราเขาก็จะส่งให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าว เห็นไหม

ครับว่าถ้าอุทธรณ์ของเรามีเหตุมีผลหักล้างคำสั่งนั้นได้ก็จะมีการเพิกถอนโดยไม่ต้องฟ้องศาล แต่ถ้าหากว่าเขาไม่เห็นด้วยกับ

อุทธรณ์ของเรา เขาก็จะส่งอุทธรณ์ของเราให้แก่ผู้มีอำนาจเหนือคนออกคำสั่งขึ้นไป เช่น กรณีของ สกย.หาก ผอ.สกย.ออกคำสั่ง

ลงโทษทางวินัยหรือคำสั่งอันใดก็ตามที่เป็นคำสั่งทางปกครอง ก็ต้องอุทธรณ์ต่อ ผอ.สกย.ซึ่งเป็นผู้ออกคำสั่งดังกล่าว หาก ผอ.

สกย.ไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ของเราก็จะเสนออุทธรณ์ ต่อ คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เพื่อพิจารณาอุทธรณ์

ดังกล่าว ซึ่งจะต้องพิจารณาอุทธรณ์ของเราให้แล้วเสร็จภายในกำหนด ๓๐ วัน แต่หากมีเหตุจำเป็นอาจขอขยายได้โดยแจ้งให้ผู้

อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนดดังกล่าวด้วยเมื่อผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ดังกล่าวแล้วเห็นด้วยกับอุทธรณ์ของเราก็จะมีการเพิก

ถอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งของผู้ออกคำสั่ง หากไม่เห็นด้วยก็อาจจะยกอุทธรณ์ของเรา เมื่อเขายกอุทธรณ์ของเราแล้วเราจึง

จะสามารถนำเรื่องดังกล่าวไปฟ้องต่อศาลปกครองได้...เฮ้อ อธิบายมาก็ยึดยาวแต่จริงๆแล้วนี่เป็นการอธิบายโดยย่อนะครับ ..ทีนี้

อาจจะมีคำถามเกิดขึ้นว่าเห็นอุทธรณ์บางเรื่องใช้เวลานานจังยังไม่เห็นพิจารณาให้แล้วเสร็จสักที บางเรื่องเป็นปีก็มี เช่นนี้เรา

สามารถที่จะฟ้องต่อศาลปกครองได้นับแต่พ้นกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ที่กล่าวไว้แล้วข้างต้นนะครับ แต่การฟ้อง

ต่อศาลปกครองนี้ไม่ใช่การฟ้องให้บังคับตามที่เราเรียกร้องในอุทธรณ์นะครับ  แต่เป็นการฟ้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้มีอำนาจพิจารณา

อุทธรณ์พิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว..จะฟ้องขอให้บังคับให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองหรือให้เพิกถอนกฎหมายหรือคำสั่งเรียก

เงิน ตามที่เราอุทธรณ์ในทันทียังไม่ได้...

                                                                               หากมีปัญหาจะสอบถามเพิ่มเติมติดต่อที่ งนก.นะครับ

ฟ้องเลยไม่ได้เหรอ? คำถามนี้อาจจะเป็นคำถามที่คาใจของใครบางคน ว่ากระบวนการในการดำเนินคดี

ทางปกครองนั้นทำไมถึงได้ล่าช้าและขั้นตอนเยอะแยะ ซึ่งการที่จะไปใช้กระบวนการทางศาลปกครองนั้นแม้ว่าจะสะดวก

ประหยัด เพราะว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมศาลเว้นซะแต่ว่าผู้ฟ้องคดี(ในคดีปกครองจะใช้คำว่า ผู้ฟ้องคดี ไม่ใช้คำว่า

โจทก์ เหมือนคดีอื่นๆ ทั่วไป )ฟ้องขอให้สั่งให้ใช้เงิน หรือส่งมอบทรัพย์สินอันสืบเนื่องจากคดีตามมาตรา ๙(๓) คือคดีเกี่ยวกับ

ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่หรือความรับผิดอย่างอื่น เช่น การที่เจ้าหน้าที่เวนคืน ใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืน

เข้าไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือโรงเรือนในเขตเวนคืนจนทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนที่ถูกรื้อถอนโรงเรือนดังกล่าว หรือ

คดีตามอนุมาตรา ๙(๔) คือคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง เช่น ผู้รับเหมาก่อสร้างโรงพยาบาลของรัฐ ทำงานเสร็จแล้วแต่

ทางโรงพยาบาลก็ไม่ยอมจ่ายเงินค่าก่อสร้างให้ เช่นนี้ถือว่าเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง

                   ซึ่งผู้ที่จะฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้นั้น จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสีย

หายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องมาจากการกระทำหรือละเว้นการทำของหน่วยงานปกครองตามมาตรา ๔๒ แห่งพ.ร.บ.จัด

ตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒  เช่นการที่เจ้าหน้าที่การเงิน ถูกเรียกให้ใช้เงินคืนเพราะได้ทำการจ่ายเงิน

ค่าก่อสร้างหรือค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้ไม่มีสิทธิได้รับ โดยไม่ได้ตรวจสอบระเบียบข้อบังคับให้ดีอันเป็นละเมิดในการปฎิบัติหน้า

ที่อย่างร้ายแรง  เช่นนี้เจ้าหน้าที่การเงินดังกล่าวถือว่าเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรือจะเดือดร้อนหรือเสียหาย เพราะ

จะต้องส่งเงินใช้คืน แต่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวก็ยังไม่สามารถที่จะฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้ทันที เพราะตามมาตรา ๔๒ วรรคสอง

ของกฎหมายฉบับดังกล่าวข้างต้นได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่า ในกรณีที่กฎหมายกำหนดขั้นตอนหรือวิธีการสำหรับการแก้ไข

ความเดือดร้อนหรือเสียหายในเรื่องใดไว้โดยเฉพาะ การฟ้องคดีปกครองในเรื่องนั้นจะกระทำได้ต่อเมื่อมีการดำเนินการตามขั้น

ตอนและวิธีการดังกล่าว ซึ่งกรณีที่เจ้าหน้าที่การเงินถูกเรียกเงินคืน ข้างต้นหน่วยงานออกคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๒

แห่งพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้า

หน้าที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง ฯ สิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล ซึ่งถือว่าเป็น

คำสั่งทางปกครอง ตามมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฎิบัติราชการทางปกครอง ซึ่งตามมาตรา ๔๔ แห่งกฎหมายดังกล่าว กำหนดให้

คู่กรณีอุทธรณ์คำสั่งเรียกให้ชำระเงินดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำส่งทางปกครองภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำส่งดัง

กล่าว คือให้อุทธรณ์ต่อคนที่ลงชื่อในหนังสือดังกล่าว  เมื่อผู้ออกคำสั่งดังกล่าวได้รับอุทธรณ์ของเราแล้วก็จะต้องพิจารณา

ให้แล้วเสร็จภายในกำหนด ๓๐ วันในกรณีที่เขาเห็นด้วยกับอุทธรณ์ของเราเขาก็จะส่งให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าว เห็นไหม

ครับว่าถ้าอุทธรณ์ของเรามีเหตุมีผลหักล้างคำสั่งนั้นได้ก็จะมีการเพิกถอนโดยไม่ต้องฟ้องศาล แต่ถ้าหากว่าเขาไม่เห็นด้วยกับ

อุทธรณ์ของเรา เขาก็จะส่งอุทธรณ์ของเราให้แก่ผู้มีอำนาจเหนือคนออกคำสั่งขึ้นไป เช่น กรณีของ สกย.หาก ผอ.สกย.ออกคำสั่ง

ลงโทษทางวินัยหรือคำสั่งอันใดก็ตามที่เป็นคำสั่งทางปกครอง ก็ต้องอุทธรณ์ต่อ ผอ.สกย.ซึ่งเป็นผู้ออกคำสั่งดังกล่าว หาก ผอ.

สกย.ไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ของเราก็จะเสนออุทธรณ์ ต่อ คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เพื่อพิจารณาอุทธรณ์

ดังกล่าว ซึ่งจะต้องพิจารณาอุทธรณ์ของเราให้แล้วเสร็จภายในกำหนด ๓๐ วัน แต่หากมีเหตุจำเป็นอาจขอขยายได้โดยแจ้งให้ผู้

อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนดดังกล่าวด้วยเมื่อผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ดังกล่าวแล้วเห็นด้วยกับอุทธรณ์ของเราก็จะมีการเพิก

ถอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งของผู้ออกคำสั่ง หากไม่เห็นด้วยก็อาจจะยกอุทธรณ์ของเรา เมื่อเขายกอุทธรณ์ของเราแล้วเราจึง

จะสามารถนำเรื่องดังกล่าวไปฟ้องต่อศาลปกครองได้...เฮ้อ อธิบายมาก็ยึดยาวแต่จริงๆแล้วนี่เป็นการอธิบายโดยย่อนะครับ ..ทีนี้

อาจจะมีคำถามเกิดขึ้นว่าเห็นอุทธรณ์บางเรื่องใช้เวลานานจังยังไม่เห็นพิจารณาให้แล้วเสร็จสักที บางเรื่องเป็นปีก็มี เช่นนี้เรา

สามารถที่จะฟ้องต่อศาลปกครองได้นับแต่พ้นกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ที่กล่าวไว้แล้วข้างต้นนะครับ แต่การฟ้อง

ต่อศาลปกครองนี้ไม่ใช่การฟ้องให้บังคับตามที่เราเรียกร้องในอุทธรณ์นะครับ  แต่เป็นการฟ้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้มีอำนาจพิจารณา

อุทธรณ์พิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว..จะฟ้องขอให้บังคับให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองหรือให้เพิกถอนกฎหมายหรือคำสั่งเรียก

เงิน ตามที่เราอุทธรณ์ในทันทียังไม่ได้...

                                                                               หากมีปัญหาจะสอบถามเพิ่มเติมติดต่อที่ งนก.นะครับ

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 พฤษภาคม 2011 เวลา 13:54 น.