ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

อัตราการให้การสงเคราะห์ การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่อยู่ระหว่างการรับการสงเคราะห์
การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่อยู่ระหว่างการรับการสงเคราะห์ PDF พิมพ์
การเตรียมตัวเป็นเกษตรกรชาวสวนยาง - อัตราการให้การสงเคราะห์
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันจันทร์ที่ 06 ตุลาคม 2014 เวลา 15:19 น.

การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่อยู่ระหว่างการรับการสงเคราะห์

            สกย. มีภารกิจหลักในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา คือ การให้การสงเคราะห์ปลูกแทน  โดยผู้ขอรับการสงเคราะห์สามารถขอปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดี ไม้ยืนต้น หรือผลไม้  ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ  อัตราสงเคราะห์ไร่ละ 16,000 บาท และปาล์มน้ำมัน อัตราไร่ละ 26,000 บาท  ซึ่งผู้รับการสงเคราะห์สามารถโค่นและปลูกแทนภายใน 2 ปี งบประมาณ แต่มีผู้รับการสงเคราะห์บางรายไม่โค่นต้นยางเดิมเพื่อปลูกภายใน 2 ปีงบประมาณ  ส่งผลให้เกิดความเสียหายกับ สกย. เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของพนักงาน ที่เดินทางไปสำรวจรังวัดรายนั้น  จึงขอร้องให้เกษตรกรที่จะขอรับการสงเคราะห์ปลูกแทนใหม่ต้องมีความประสงค์จริง ที่สามารถโค่นต้นยางเก่าและปลูกแทนภายใน 2 ปีงบประมาณ  มายื่นคำขอรับการสงเคราะห์  พร้อมเอกสารหลักฐานที่ดินและสำเนาบัตรประชาชน  ได้ที่ สกย. ที่สวนยางตั้งอยู่และเมื่อเกษตรกรอยู่ระหว่างการสงเคราะห์  สกย. จะมีเงินให้เกษตรกรผู้รับการสงเคราะห์กู้ยืมไปประกอบอาชีพเสริม  ซึ่งเงินหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือผู้รับการสงเคราะห์ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือสวนขนาดเล็ก  เนื่องจากผู้รับการสงเคราะห์ส่วนใหญ่มีสภาพยากจน  เมื่อโค่นต้นยางเก่าแล้วจะขาดรายได้ระหว่างปลูกยางหรือพืชอื่น  สกย.จึงจัดเงินหมุนเวียน เป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ  เพื่อเป็นเงินกู้ไปลงทุนให้ผู้รับการสงเคราะห์ประกอบอาชีพเสริม เช่น พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช วัสดุการเกษตร วัสดุเครื่องมือในการทำหัตถกรรม อุปกรณ์ประกอบการรับจ้างในการเกษตร อุปกรณ์ประกอบการค้าขาย รวมทั้งเงินทุน และอุปกรณ์ในการลดต้นทุนการผลิต ทั้งนี้ผู้กู้มีคุณสมบัติ  ดังนี้


1. เป็นผู้รับการสงเคราะห์และเป็นสวนยางขนาดเล็ก เนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่
2. เป็นผู้มีรายได้ต่ำ หรือมีทุนไม่พอที่จะช่วยตนเอง
3. มีความขยันขันแข็งในการประกอบอาชีพ  และประพฤติตนเรียบร้อย ตามระเบียบข้อบังคับตลอดมา
4. เป็นสมาชิกกลุ่มชาวสวนยางของ สกย.
5. ยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไข และข้อกำหนดของ สกย. ทุกประการ
6. ไม่มีเงินกู้คงค้างกับ สกย.

วงเงินกู้


 การให้กู้จะพิจารณาตามความจำเป็นของกิจกรรมที่ประกอบอาชีพเสริม รายละไม่เกิน 40,000 บาท กรณีสมาชิกกลุ่มชาวสวนยางทำกิจกรรมร่วมกัน ให้คัดเลือกสมาชิกที่ประสงค์จะกู้ จำนวน 3 – 5 คน เป็นผู้กู้ร่วม  ให้กู้ได้ตามความจำเป็น  กลุ่มละไม่เกิน 200,000 บาท  อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปัจจุบันอยู่ที่ ร้อยละ 3 ต่อปี


การค้ำประกัน


1. ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน : ราคาประเมินหลักทรัพย์ต้องไม่ต่ำกว่าจำนวนเงินกู้
2. ให้บุคคลค้ำประกัน

2.1 สัญญากู้รายตัว ให้ผู้รับการสงเคราะห์ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันค้ำประกันได้อย่างน้อย 1 คน หรือ
มากกว่า ผู้ค้ำประกันทุกคนควรเป็นบุคคลที่มีฐานะทางการเงินที่เชื่อถือได้ และมีการค้ำประกันรายอื่นรวมกับรายที่ขอ
กู้ได้ไม่เกิน 2 สัญญา
2.2 กรณีกู้ร่วม  ใช้สมาชิกที่เหลือในกลุ่มจำนวนไม่น้อยกว่าจำนวนผู้กู้เป็นผู้ค้ำประกัน  ผู้ค้ำประกันทุก
คนควรเป็นบุคคลที่มีฐานะทางการเงินที่เชื่อถือได้  และมีภาระค้ำประกันรายอื่นรวมกับรายที่ขอกู้ได้ไม่เกิน 2 สัญญา


การชำระหนี้เงินกู้


1. งวดการชำระคืนเงินกู้ทุกสัญญา  ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติเงินกู้เป็นผู้กำหนดให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ
การยืมเงิน  แต่ทั้งนี้ไม่เกิน 2 ปี นับจากวันทำสัญญาเงินกู้
2. ผู้กู้ต้องชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย  ตามงวดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาเงินกู้
3. หากผู้กู้ไม่สามารถชำระเงินกู้คืนได้  และติดต่อขอผ่อนผันการชำระหนี้ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติเงินกู้เป็นผู้
พิจารณาผ่อนผันได้ตามเหตุผลหรือความจำเป็นแต่ต้องมีระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน นับจากวันครบกำหนดชำระของงวดนั้น  โดยไม่ให้ถือว่าเป็นผู้ผิดนัด
4. หากผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร  หรือพ้นกำหนอผ่อนผัน  และหรือพ้น
กำหนดขยายเวลาการส่งใช้ตามข้อ8 แห่งข้อบังคับสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง  ว่าด้วยเงินหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือผู้รับการสงเคราะห์ พ.ศ.2535 ให้ถือว่าผู้กู้ผิดนัด  และให้บังคับชำระหนี้จากลูกหนี้ผู้ค้ำประกัน  หรือจากหลักทรัพย์ที่นำมาเป็นประกันทันที

         

                  ......................................................................................................................

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 06 ตุลาคม 2014 เวลา 15:23 น.