ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

กฎหมายทั่วไป ความแตกต่างระหว่าง “การปฏิบัติการแทน” และ “การรักษาการแทน”
ความแตกต่างระหว่าง “การปฏิบัติการแทน” และ “การรักษาการแทน” PDF พิมพ์
KM สำหรับพนักงาน - กฎหมายทั่วไป
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันจันทร์ที่ 06 ตุลาคม 2014 เวลา 15:08 น.

                                ความแตกต่างระหว่าง “การปฏิบัติการแทน” และ “การรักษาการแทน”

 
             เนื่องด้วยคำจัดกัดความในเรื่องของ “การปฏิบัติการแทน”และ “การรักษาการแทน” ของ สกย. ยังไม่ได้ออกมาเป็นระเบียบให้เราได้ยึดปฏิบัติ จึงต้องพิจารณาเทียบเคียง   ตาม พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ซึ่งเป็นกฎหมายแม่แบบ ซึ่งก็ได้ให้ความหมายในส่วนของคำว่า “ปฏิบัติราชการแทน” บัญญัติอยู่ในหมวด 5 มาตรา 38-40 หมายถึง การมอบอำนาจในการสั่งการอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการหรือ          การดำเนินการอื่นที่ผู้ดำรงตำแหน่งใดจะพึงปฏิบัติหรือดำเดินการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งใด เพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ความรวดเร็ว  ในการปฏิบัติราชการ โดยให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งมอบอำนาจหรือมอบหมาย และให้การมอบอำนาจยังคงอยู่ตลอดไปจนกว่าจะมีการยกเลิกการมอบอำนาจนั้น การมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทน เป็นเรื่องของการกระจายความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้งานมีความคล่องตัว สามารถให้บริการสนองตอบต่อประชาชนผู้ใช้บริการได้อย่างรวดเร็ว ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และทำให้งานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยในการมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทนดังกล่าว จะต้องทำเป็นหนังสือแสดงการมอบอำนาจว่าให้ปฏิบัติราชการแทนในเรื่องใด และที่สำคัญแม้ว่าผู้มอบอำนาจจะได้มอบอำนาจของตนให้ผู้อื่นปฏิบัติราชการแทนแล้วก็ตาม แต่ผู้มอบอำนาจก็ยังคงต้องรับผิดชอบในการติดตามตรวจสอบ ดูแล และแก้ไขการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจให้เป็นไปโดยถูกต้องอยู่เสมอ มิเช่นนั้นแล้ว  ผู้มอบอำนาจก็ยังคงต้องรับผิดจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่ผู้รับมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทนได้ก่อให้เกิดขึ้น

             ส่วนคำว่า “รักษาการแทน” บัญญัติอยู่ในหมวด 6 มาตรา 41-50 หมายถึง กรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งใดหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ (ลา, ไปราชการ) กฎหมายได้กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งในตำแหน่งรองลงมารักษาการแทนในตำแหน่งนั้นเป็นการชั่วคราว โดยให้อำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนรักษาการแทน ซึ่งการรักษาการแทนนั้นเกิดขึ้นโดย   ผลของกฎหมายไม่มีการแต่งตั้ง และเมื่อมีผู้ดำรงตำแหน่งแล้วการรักษาการแทนนั้นก็สิ้นสุดลง     การรักษาการแทนนั้นก็ไม่ทำให้ผู้นั้นต้องพ้นจากตำแหน่งเดิมที่ดำรงอยู่
 การเข้าไปรักษาราชการแทนดังกล่าว เป็นการเข้าไปกระทำการในตำแหน่งแทน  ผู้ทรงอำนาจในขณะที่ผู้ทรงอำนาจนั้นไม่อยู่ (ลา, ไปราชการ) หรืออยู่แต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งการเข้าไปกระทำการแทนในลักษณะดังกล่าวนั้นทำให้ผู้ที่เข้าไปกระทำการแทน  มีอำนาจและหน้าที่ในตำแหน่งนั้นเสมือนกับผู้ทรงอำนาจซึ่งตนแทนทุกประการ และ ในการรักษาราชการแทนดังกล่าวนั้นจะต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดหรือได้รับการแต่งตั้งจากผู้มีอำนาจให้รักษาราชการแทน จึงจะทำให้ผู้นั้นมีอำนาจเช่นเดียวกันกับผู้ทรงอำนาจที่ตนเข้าไปแทน มิเช่นนั้นแล้วการเข้าไปรักษาราชการแทนดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นการรักษาประโยชน์ของทางราชการก็ตาม การกระทำนั้นย่อมไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย

            ซึ่งอย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการ "ปฏิบัติการแทน" หรือการ "รักษาการแทน" ย่อมล้วนแล้วแต่เป็นการเข้าไปใช้อำนาจของหน่วยงานนั้นในการปฏิบัติหน้าที่แทน ซึ่งการใช้อำนาจดังกล่าวจะต้องกระทำการภายในกรอบอำนาจที่กฎหมายกำหนดไว้ มิเช่นนั้นแล้ว ผู้ใช้อำนาจดังกล่าวย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายจากการใช้อำนาจนั้น
          

 

 

                                                                                                        นิติกร

                                                                                                     ฝกม./สกย.

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 06 ตุลาคม 2014 เวลา 15:12 น.