ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การปลูกสร้างสวนยางพารา การจัดการดินหลังน้ำท่วมเบื้องต้นในพื้นที่ปลูกยางพารา
การจัดการดินหลังน้ำท่วมเบื้องต้นในพื้นที่ปลูกยางพารา PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - การปลูกสร้างสวนยางพารา
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันพุธที่ 01 ตุลาคม 2014 เวลา 14:32 น.

                                  การจัดการดินหลังน้ำท่วมเบื้องต้นในพื้นที่ปลูกยางพารา

 

                                

 
            ยางพารา เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางพารามาก เป็นอันดับหนึ่งของโลกสภาพพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกยางพารา ควรอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 200 เมตร เป็นพื้นที่ราบหรือมีความลาดเทไม่เกิน 35 องศาอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 15 -28 องศาเซลเซียส ปริมาณฝนเฉลี่ย 2,000 มิลลิเมตรต่อปี มีจำนวนวันที่ฝนตกไม่น้อยกว่า 120-150 วันต่อปี ลักษณะดินที่เหมาะสมต่อการปลูกยางพารา ควรจะมีหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร     ไม่มีชั้นหินแข็งหรือดินดาน ระดับน้ำใต้ดินลึกกว่า 1 เมตร มีอนุภาคดินทรายประมาณร้อยละ 30 มีธาตุอาหารพืชเพียงพอและค่าความเป็นกรดเป็นด่าง 4.5-5.5

 

          สภาวการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ปลูกยางพารา
ยางพารา จัดเป็นพืชที่ไม่ทนสภาพน้ำท่วมขัง ยางพาราที่มีอายุ 2 – 8 เดือน ทนน้ำท่วมได้ไม่เกิน 15 วัน
และถ้าน้ำท่วมยอดจะตายภายใน 7 วัน ยางพาราอายุน้อย ที่ถูกน้ำท่วมใบจะร่วงและเริ่มตายจากยอดลงมา ถ้าปริมาณ น้ำลดภายใน 15 วัน ให้ตัดส่วนที่ตายออก ยางพาราจะแตก ยอดใหม่และเจริญเติบโตต่อไปได้   สำหรับยางพาราที่อายุมากกว่า 8 เดือนขึ้นไป จะมีความสามารถในการทนสภาพน้ำ ท่วมขังได้บ้างไม่ตายแต่จะล้มง่าย เนื่องจากพื้นดินอ่อนตัวเพราะชุ่มน้ำ ดังนั้นจึงต้องยกและทำการค้ำยันต้นยางพาราไว้ ภายใน 7 วัน

 

          การจัดการดินหลังน้ำท่วมเบื้องต้นในพื้นที่ปลูกยางพารา
1.รีบทำการระบายน้ำออกอย่างเร่งด่วน
2.ขณะดินชื้นหรือชุ่มน้ำ ห้ามเดินเหยียบย่ำหรือใช้เครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่เพื่อป้องกันดินแน่น
3.เมื่อดินแห้งให้พรวนดินโคนต้นยางพาราที่อายุน้อย เพื่อปรับสภาพทางกายภาพของดินสำหรับยางพาราที่อายุมากไม่ควร พรวนดินใต้โคน ต้นเพราะจะทำให้กระทบกระเทือนต่อราก
4.ฟื้นฟูคุณสมบัติของดิน โดยการใส่ปุ๋ยหมักที่ผสมกับสารเร่งซุปเปอร์ พด.3 ในกรณีที่พื้นที่อยู่ในสภาพน้ำแช่ขังเป็นเวลานานและเสี่ยงต่อการเกิดโรค
5.หากพื้นดินภายหลังน้ำท่วมเกิดสภาพความเป็นกรด ให้ใส่อินทรียวัตถุหรือปูน เพื่อปรับสภาพความเป็นกรดของดิน โดยปริมาณการใช้ขึ้นอยู่กับสภาพความรุนแรงของกรดในพื้นที่นั้น ๆ


         การวางแผนเพื่อการจัดการทรัพยากรดินในพื้นที่ปลูกยางพาราอย่างยั่นยืน
1.การจัดการพื้นที่ปลูกยางพาราภายหลังน้ำท่วมอย่างยั่งยืน โดยการปลูกพืชตระกูลถั่วหรือคลุมดินด้วยเศษพืชและใบยางระหว่างแถวปลูก ยางพารา เพื่อยึดหน้าดินรวมถึงเพื่อชะลอการไหลของน้ำซึ่งอาจพัดพาหน้าดินที่มีความ อุดมสมบูรณ์ไป
2.ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มปริมาณธาตุอาหาร และปรับคุณสมบัติของดินหลังน้ำท่วมให้เหมาะสม
3.ส่งเสริมการปลูกพืชท้องถิ่น โดยเฉพาะไม้ยืนต้นในพื้นที่หรือในชุมชนตามหัวไร่ปลายนาเพื่อลดความรุนแรงจาก ภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต สร้างสภาพนิเวศน์และสร้างภูมิอากาศที่สมดุลให้กับพื้นที่ โดยปลูกพืชที่เหมาะสมกับชุมชนและท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น ลังแข ละไม่ มะไฟ ทุเรียน ชะมวง หรือพืชผักท้องถิ่นนั้น ๆ เพื่อเสริมรายได้จากความเสียหาย เช่นผักเหลียง ผักมันปู ผักลิ้นห่าน

เป็นต้น
4.พยายามปลูกผังเยาวชนในท้องถิ่นให้สำนึกรักระบบเกษตรพื้นบ้าน รักษาสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน อันเป็นมูลเหตุสำคัญประการหนึ่งซึ่งเกี่ยวพันกับสภาวะน้ำท่วม ส่งเสริมให้เห็นความสำคัญของการรับประทานอาหารและพืชผักพื้นเมืองเพื่อความ ยั่งยืนของทรัพยากรและสังคมสงบสุขใจอนาคต


ข้อมูลจาก : กลุ่มวิจัยและพัฒนาพื้นที่ยางพาราและปาล์มน้ำมัน สำนักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 01 ตุลาคม 2014 เวลา 14:59 น.