ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การปลูกสร้างสวนยางพารา ทางเลือกใหม่การใส่ปุ๋ยในสวนยาง
ทางเลือกใหม่การใส่ปุ๋ยในสวนยาง PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - การปลูกสร้างสวนยางพารา
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันอังคารที่ 02 กันยายน 2014 เวลา 10:35 น.

                                                        ทางเลือกใหม่การใส่ปุ๋ยในสวนยาง


             ปุ๋ย คือ อาหารหลักของต้นยางพาราเพราะปุ๋ยมีผลต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง โดยเฉพาะยางเปิดกรีดที่ต้องการธาตุอาหารเพื่อผลิตน้ำยาง สวนยางที่ไม่มีการให้ปุ๋ยหรือไม่เพียงพอต่อความต้องการของต้นยาง ปริมาณน้ำยางจะน้อยตามไปด้วย แต่ใช่ว่าการให้ปุ๋ยมากๆ เพียงอย่างเดียวจะทำให้ผลผลิตสูงขึ้นได้เสมอไป ถ้าการให้ปุ๋ยไม่ถูกวิธี ปกติการใส่ปุ๋ยต้นยางของชาวสวนยางที่นิยมใช้มี 2 วิธีหลักๆ คือ การหว่าน และการฝังกลบ แต่การใส่ปุ๋ยทั้ง 2 วิธีมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน พอๆ กัน โดยเฉพาะการให้ปุ๋ยด้วยวิธีการหว่าน ข้อดีมีอย่างเดียวคือ สะดวก และประหยัดแรงงาน แต่ข้อเสียที่สำคัญคือสูญเสียเนื้อปุ๋ยที่มักจะหมดไปกับ การระเหยไปในอากาศ ของปุ๋ยที่มีแอมโมเนีย และเมื่อฝนตกหนักๆ ปุ๋ยจะละลายและไหลไปกับน้ำอย่างรวดเร็ว จึงเกิดการสูญเสียปุ๋ยมหาศาล ต้นยางอาจจะกินปุ๋ยได้เพียง 20-30% เท่านั้น เกษตรกรจะคิดว่าปริมาณการให้ปุ๋ยไม่เพียงพอ จึงคิดว่าต้องใส่ปุ๋ยเพิ่มจึงทำให้ต้นทุนการผลิตในสวนยางสูงขึ้น
            การให้ปุ๋ยแบบฝังกลบ คือการตอบโจทย์การใส่ปุ๋ยให้เกิดประสิทธิภาพดีที่สุด เพราะการให้ปุ๋ยวิธีนี้จะขุดหลุมฝังปุ๋ยลงไปในดิน ต้นยางก็จะใช้ประโยชน์จากปุ๋ยได้เต็มที่ แต่การใส่ปุ๋ยวิธีนี้ต้องใช้แรงงานขุดหลุมกว้างประมาณ 3-4 หน้าจอบหรือขุดทำเป็นร่อง แล้วฝังกลบซึ่งมีต้นทุนและต้องขุดหลุมทุกครั้งที่ให้ปุ๋ย ไม่มีวันจบสิ้น แต่เกษตรกรก็ไม่มีทางเลือกการใส่ปุ๋ยต้นยางที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดเท่าวิธีการฝังกลบอีกแล้ว จึงได้มีเกษตรกรจากจังหวัดตรังชื่อ นายขำ นุชิตศิริภัทรา ได้มีการนำเทคนิคการใส่ปุ๋ยจากการไปศึกษาดูงานประเทศจีน โดยการ "สร้างโต๊ะจีน" ขึ้นในสวนยางพารา เป็นการเปรียบเปรยเทคนิคการให้ปุ๋ยด้วยวิธีการขุดบ่อใหญ่ๆ ขึ้นกลางสวนยางแล้วนำสารพัดอาหารที่ต้นยางสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ใส่ไว้ในนั้น เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยเคมี เป็นต้น แล้วรากยางจะเดินเข้าไปรุมกินโต๊ะจีนเอง

 

การขุดบ่อใหญ่ระหว่างแถวยางเหมือนการสร้างโต๊ะจีน


วิธีการขุดบ่อสร้าง “โต๊ะจีน” หรือ “คลังปุ๋ย” ในสวนยาง
ขั้นตอนคือการสร้างหรือขุดบ่อ หรือหลุมขนาดใหญ่ขึ้นตรงร่องกลางระหว่างแถวยาง โดยทั่วไปพื้นที่ส่วนนี้จะกว้าง 7 เมตร นายขำใช้รถแบ็คโฮเล็กทำการขุดหลุมลึกประมาณ 80 ซ.ม. – 1 เมตร แต่ความลึกที่เหมาะสมคือ 1 เมตร กว้างประมาณครึ่งเมตร ยาวประมาณ 9 เมตร หรือ ความยาวเท่ากับต้นยาง 3 ต้น จากนั้นจะเว้นไปประมาณ 9 เมตร จึงจะขุดหลุมขนาดเท่ากัน แต่ละบ่อจึงห่างกัน 9x9 เมตร ทำอย่างนี้ไปจนสุดแถวยาง และจะขุดอย่างนี้ทุกร่องยาง แบบสลับแนวฟันปลา 
              ผลจากการขุดบ่อในสวนยางภาพที่เห็นแล้วตกใจคือ รากยางจะขาด และรากยางส่วนใหญ่ก็จะอยู่บริเวณผิวดิน จึงเกิดความสงสัยว่ารากยางจะเกิดการกระทบกระเทือนหรือไม่ ถ้าไม่กระทบแล้วรากยางจะลงไปกินปุ๋ยในบ่อนั้นได้อย่างไร “ตอนนี้รากมันยังไม่เดินลงไปในบ่อ เพราะถูกตัดรากแต่หลังจากนี้ต้นยางมันจะค่อยๆ งอกรากใหม่ออกมาแล้วเดินลงไปในบ่อ เมื่อเราใส่ปุ๋ยลงไป รากมันรู้ว่าในหลุมมีปุ๋ยก็จะลงมาหาอาหารเอง” สวนยางที่นายขำเริ่มขุดบ่อนั้นเปิดกรีดได้ประมาณ 3 ปี หรือต้นยางอายุประมาณ 8-9 ปี แต่ นายขำบอกว่าถ้าจะให้ดีต้องเริ่มขุดตั้งแต่ต้นยางอายุ 3 ปี เพราะต้นยางจะเริ่มปรับตัวได้ง่าย และโตไวเพราะอยู่ในช่วงที่ต้นยางกำลังเจริญเติบโต“พอยางอายุ 4-5 ปี รากมันจะเดินไปกินปุ๋ยและเป็นช่วงที่ยางกำลังต้องการอาหารและจะโตเต็มที่ ยางจะใหญ่ไว เปิดกรีดเร็ว”
แต่โครงการของนายขำจะลงมือขุดบ่อใส่ปุ๋ยในสวนยางทั้งหมด จำนวนหลายร้อยไร่ จนต้องลงทุนซื้อรถแบ็คโฮเล็กไว้ขุดบ่อโดยเฉพาะซึ่งเลือกที่จะขุดบ่อในช่วงหน้าแล้งเป็นช่วงพักหน้ายาง เป็นช่วงที่ต้นยางพักตัวการทำงานจึงสะดวกและง่าย โดยตอนแรกจะยังไม่ใส่ปุ๋ยเคมีซึ่งรากจะยังไม่เดินแต่จะใส่พวกปุ๋ยคอกลงไปในบ่อในช่วงต้นฝนนี้ได้เลย โดยจะใส่ประมาณบ่อละ 4 กระสอบ พอครั้งที่ 2 หรือปลายฤดูฝน จึงจะใส่ปุ๋ยเคมีลงไปได้ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นรากจะเดินสมบูรณ์แล้ว

 

            ลักษณะการขุดตอนแรกจะทำให้รากขาด หลังจากนั้นรากจะแตกใหม่เดินดิ่งลงไปในบ่อปุ๋ยเพื่อกินปุ๋ยในนั้นและรากจะยึดเกาะดินมากขึ้น ทำให้ต้นยางโค่นล้มยาก
นอกจากนี้บรรดาใบยาง กิ่งยาง หญ้าที่ตัดดาย ที่ร่วงหล่นลงมาก็จะไปรวมกันอยู่ในบ่อ และจะเกิดกระบวนการหมักโดยธรรมชาติกลายเป็นแหล่งผลิตธาตุอาหารที่เป็นอินทรีย์ให้กับต้นยาง โดยไม่ต้องลงทุนซื้อปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มเลย เมื่อถึงเวลาให้ปุ๋ยเคมีก็หว่านปุ๋ยลงไปในบ่อนี้ หลุมละประมาณ 2 กิโลกรัม/ครั้ง สำหรับต้นยาง 6 ต้น ภายในบ่อจะอุดมไปด้วยอาหารของต้นยางที่เป็นทั้งอินทรีย์และเคมี เป็น “คลังปุ๋ย”ในสวนยางสำหรับให้ต้นยางกิน หรือที่นายขำบอกว่าบ่อนี้แหละคือ “โต๊ะจีน”
การขุดบ่อตามแบบฉบับของนายขำ ยังช่วยลดปริมาณการให้ปุ๋ยต้นยางได้อีกด้วย เพราะการให้ปุ๋ยจะใส่บ่อละ 2 กิโลกรัม/ครั้ง หรือ 4 กิโลกรัม/ปี หรือต้นละ 600 กรัม/ปี สำหรับต้นยาง 6 ต้น จากปกติที่จะต้องให้ปุ๋ยยางต้นละ 1 กิโลกรัม/ปีเท่ากับว่าจะสามารถลดปริมาณการให้ปุ๋ยเคมีลง และยังลดต้นทุนลงได้กว่า 50% เลยทีเดียว แต่กลับได้ปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและธาตุอาหารต่างๆ จะถูกเก็บไว้ในหลุมตลอดทั้งปี การให้ปุ๋ยอย่างนี้ยังลดการใช้แรงงานใส่ปุ๋ยในสวนยางน้อยกว่าการหว่านและฝักกลบ
“การให้ปุ๋ยแบบนี้เราไม่ต้องใช้วิธีหว่านปุ๋ย ซึ่งเป็นการสิ้นเปลือง เกิดการสูญเสีย เวลาฝนตกลงมาหนักๆ ปุ๋ยละลายไปกับน้ำหมดยังประหยัดกว่าการขุดหลุม เพราะการขุดหลุมฝังต้องเสียค่าจ้างหลุมละ 2 บาท ต้นหนึ่ง 4 หลุม เท่ากับ 8 บาท/ต้น และต้องขุดหลุมทุกปี หลุมหนึ่ง ประมาณ 3-4 หน้าจอบและรากยางก็กินปุ๋ยได้ไม่เต็มที่อีก แต่การให้ปุ๋ยยางแบบนี้ทำให้ชาวสวนยางจัดการเรื่องปุ๋ยได้ง่ายและรวดเร็ว”
             อีกหนึ่งข้อดีของการให้ปุ๋ยแบบนี้คือ เมื่อขุดบ่อ รากต้นยาง รากแขนงที่แตกออกมาใหม่ จะกอดดินบริเวณบ่อ รากยางจะกอดรัดดินแน่นขึ้น ทำให้ต้นยางไม่ล้มง่าย เมื่อเกิดพายุหรือลมแรงๆ
ประเด็นสำคัญของการให้ปุ๋ยตามที่นายขำแนะนำคือ ต้นทุนการขุดบ่อดูแล้วน่าจะสูงไม่น้อย นายขำเปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายการขุดบ่อประมาณ150 บาท/บ่อ แต่ถ้าเริ่มทำกับสวนยางอายุ 3 ปี ต้นทุนจะต่ำเหลือเพียง 50 บาท/บ่อ เพราะขุดหลุมไม่ลึกมาก “แต่การลงทุนขุดบ่อแบบนี้เราทำครั้งเดียวอยู่ได้เป็นสิบๆ ปี ไม่ต้องขุดบ่อยๆ”
ดังนั้นในการใส่ปุ๋ยจึงเป็นทางเลือกอีกวิธีหนึ่งที่ชาวสวนยางสามารถนำไปทำในสวนยางได้ โดยเฉพาะในทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเหมาะที่จะนำมาปรับใช้เพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้กับดินซึ่งส่วนใหญ่สภาพดินจะแห้งแล้งและยังสามารถรักษาความชื้นในสวนยางได้อีก ป้องกันไฟไหม้สวนยางได้เพราะใบยางที่แห้งเราสามารถกวาดลงไปในบ่อทำเป็นปุ๋ยได้  เพื่อเป็นการประหยัดและลดต้นทุนการทำสวนยางในภาวะที่ราคายางกำลังตกต่ำ วิธีที่ดีที่สุดที่เกษตรกรทำได้ก็คือการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตซึ่งจะสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพชาวสวนยางต่อไปซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลนี้ได้

 

ที่มา:นิตยสารยางไทย เมษายน 2557

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 02 กันยายน 2014 เวลา 11:14 น.