ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้ชาวสวนยาง เครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว
เครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว PDF พิมพ์
การพัฒนาเกษตรกร - อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้ชาวสวนยาง
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันจันทร์ที่ 01 กันยายน 2014 เวลา 10:22 น.

                                                              การจัดการความรู้ (KM)
                                         สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดหนองคาย
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว
หัตถกรรมล้ำค่าที่ผสานมากับวิถีชีวิตแห่งฝูงชน
บทนำ
  หัตถกรรม (Handicraft) หมายถึงสิ่งที่สร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ หรือกระบวนการผลิตสิ่งของด้วยมือ

ที่ใช้แรงงานฝีมือเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต วัตถุประสงค์เพื่อการใช้ประโยชน์โดยเฉพาะ มนุษย์ได้คิดประดิษฐ์เครื่องมือ

เครื่องใช้ขึ้นมาเพื่อสนองความจำเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยอาศัยแรงงานจากมือของตน ดัดแปลงวัตถุดิบ

ที่มีอยู่ในธรรมชาติใกล้ตัว เพื่อให้มีรูปร่างประโยชน์ใช้สอยได้เหมาะสม จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างงานหัตถกรรม

เมื่อมีการผลิตซ้ำๆ กันมากจนเกิดความชำนาญ และถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง มีการใช้เทคโนโลยีที่คิด

ค้นขึ้นตามความก้าวหน้าของยุคสมัยนั้นๆ มาพัฒนากระบวนการผลิตหัตถกรรมให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตลาดจน

การปรุงแต่งความงามของศิลปะในงานหัตถกรรม เพื่อสนองความต้องการทางจิต ใจ และคตินิยมความเชื่อ รวมทั้ง

ประโยชน์ใช้สอยให้สอดคล้องกัน งานหัตถกรรมจึงกลายเป็นศูนย์รวมของสหวิทยาการศาสตร์ต่างๆ ที่มีคุณค่าทาง

ศิลปะ วิทยาศาสตร์ สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ สืบทอดเป็นมรดกของคนในชาติไทย
หัตถกรรม  คือ งานช่างที่ทำด้วยมือหรืออุปกรณ์ง่าย ๆ อาศัยทักษะและเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก โดยทั่วไปเป็น

ผลิตภัณฑ์ที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและศาสนา สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาเป็น

จำนวนมาก หรือผลิตด้วยเครื่องจักร ไม่เรียกว่าหัตถกรรม

 

บทนำเรื่อง
เรื่องราวของชุมชนปะอาว เดิมเล่าว่าผู้ก่อตั้งบ้านปะอาว  อพยพมาจากนครเวียงจันทน์ ประเทศลาว ตั้งแต่ สมัยของ

พระเจ้าสิริบุญสาร  มายังหนองบัวลำภู แล้วจึงมานครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน โดยมีชื่อว่าท้าวแสนนาม เป็นไพร่พล

ของพระวอพระตาผู้ก่อตั้งเมืองอุบล หลังจากก่อตั้งเมืองอุบลเสร็จได้มีกลุ่มคนที่ติดตาม ได้อพยพออกมาทางด้าน

ทิศตะวันตกเมืองอุบล ได้มีพี่น้องสองคนเดินทางมาด้วยกัน พอมาถึงสถานที่อันมีความเหมาะสมทำเลดี มีหนองบึง

หนองบัวใหญ่ หนองบัวน้อย จึงตัดสินใจก่อตั้งบ้านปะอาวขึ้น หลังจากก่อตั้งบ้านปะอาวเสร็จ ผู้เป็นพี่ได้เดินทางออก

ไปหาทำเลที่มีความเหมาะสม มีหนองถ้ำเช่นเดียวกับบ้านปะอาว เลยก่อตั้งบ้านโพนเมืองมะหัน ต.หนองเหล่า อ.ม่วง

สามสิบ จ.อุบลราชธานี เดิมบ้านปะอาว มีชื่อว่า บ้านป๋าอาว แปลว่าละทิ้งจากกัน อาวหมายถึงน้องของพ่อ ต่อมามี

การเรียกเพื่อนออกมาว่า บ้านปะอาว จนถึงปัจจุบันนี้ บ้านปะอาว  ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองขอน ห่างจากตัวจังหวัด

ประมาณ 18 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 23 ทางไปยโสธร ถึงหลักกม.ที่ 273 เลี้ยวขวาไปอีก 3 กม. เป็นหมู่บ้านที่

เก่าแก่มากแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี และเป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพที่เป็นเอกลักษณ์ ประจำหมู่บ้านซึ่ง ได้รับการ

สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ คือการทำเครื่องทองเหลือง กรรมวิธีการผลิตยังเป็น แบบโบราณดั้งเดิม นอกจากนี้แล้วใน

หมู่บ้านยังมีศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทองเหลือง กรรมวิธีการทำเครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว ลวดลายที่

ปรากฏตามขอบโลหะสีทองขนาดเล็ก หลากลีลา หลายรูปแบบ อิงแอบกับความเป็นธรรมชาติ จัดเป็นหัตถกรรมล้ำค่า

ที่ผสานมากับวิถีชีวิตแห่งฝูงชน ผลิตผลทางภูมิปัญญาที่น่าภาคภูมิใจอันได้แก่ ลูกกระพรวน ชิงพลู ผอบ     ขันน้ำ

ตะบันหมาก ฯลฯ เหล่านี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นจนเป็นที่รู้จักกันดีในนาม "เครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว" กรรมวิธีการ

ทำเครื่องทองเหลืองบ้านปะอาวไม่ได้มีสูตรจำเพาะที่เขียนขึ้นเป็นตำรา แต่เป็นเพียงการสังเกตและจดจำต่อกันมารุ่น

ต่อรุ่นเท่านั้น เอกลักษณ์โดดเด่นอันเป็นลักษณะเฉพาะของการทำเครื่องทองเหลืองบ้านปะอาวคือ วิธีการหล่อใน

แบบที่เรียกว่าขี้ผึ้งหาย หรือ แทนที่ขี้ผึ้ง การหล่อแบบนี้เป็นกระบวนการหล่อโลหะที่มีมาแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่

มีเสน่ห์และคุณค่าทางมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งนับวันจะหายากขึ้นทุกขณะ

        การหล่อเครื่องทองเหลืองบ้านปะอาวนี้ เป็นการหล่อโลหะผสมที่ได้จากเศษทองแดง ทองเหลือง ตะกั่ว

สังกะสี และอื่นๆ มีขั้นตอนการหล่อ ตามคำบอกเล่าของพ่อใหญ่ทอง ล้อมวงศ์ ช่างหล่อทองเหลืองบ้านปะอาว ดังนี้

1. การปั้นแม่พิมพ์
        ขั้นตอนนี้ คือการปั้นหุ่นของแบบที่ต้องการหล่อหรือผลิตนั่นเอง โดยนำดินโพน (จอมปลวก) อันเป็นดิน

ละเอียดที่หาได้ในเขตบริเวณบ้านปะอาว มาตำผสมกับขี้วัว (มูลวัว) ในสัดส่วน ประมาณ 3 : 1 แล้วตำให้เข้ากัน เพื่อ

เพิ่มคุณสมบัติที่เหนียว เกาะตัวได้ดี และมีความแกร่ง เหมาะแก่การนำไป "เซี่ยน" (กลึง) และเมื่อเผาไฟแล้วจะแกะ

จากแม่พิมพ์ได้ง่าย

         เมื่อตำ "ดินโพน" ผสมกับขี้วัวจนเข้ากันละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว จึงนำไปปั้นหุ้มรอบแกนไม้ที่กลึงเป็นรูป

ทรงและขนาดต่างๆ ตามตัวแบบที่ต้องการ นำแม่พิมพ์ที่ปั้นแล้วไปตากแดด ประมาณ 3-4 วัน เมื่อพิมพ์แห้งแล้วจึงนำ

ไปใส่โฮงกลึงเพื่อกลึงหุ่นให้ได้ขนาดและรูปทรงที่ต้องการ ลักษณะการกลึงต้องอาศัยช่าง 2 คน คนหนึ่งเป็นคนดึง

เชือกซึ่งพันอยู่กับไม้หมอนเพื่อให้หุ่นดินหมุน อีกคนทำหน้าที่กลึงโดยใช้เหล็กกลึง หรือไม้เหลาปลายแหลมติแต่ง

ลวดลายตามที่ต้องการ หุ่นที่ผ่านการกลึงจะได้รูปทรงและขนาดที่พอเหมาะ ที่สำคัญผิวหุ่นจะเรียบเนียน

 

2.อุปกรณ์ปั้นแม่พิมพ์ ประกอบด้วย
1. ดินโพน (จอมปลวก) และมูลวัวใช้ผสมดินจอมปลวก
2. มอนน้อย (เครื่องกลึงเล็ก) สำหรับกลึงพิมพ์ ประกอบด้วยชิ้นส่วนง่ายๆ ที่ผลิตขึ้นใช้เอง ดังนี้
        2.1 โฮงเซี่ยน หรือ โฮงกลึง มีลักษณะเป็นไม้โค้งวางง้ำลงดิน 1 คู่
        2.2 ไม้เหยียบ เป็นไม้กลมปลายแหลม ยึดโฮงเซี่ยน
        2.3 ไม้มอน เป็นไม้กลมขนาดเท่านิ้วก้อย เป็นแกนกลึงยึดโฮงเซี่ยน
        2.4 เหล็กเซี่ยน หรือเหล็กกลึง สำหรับกลึงพิมพ์ดิน
        2.5 เชือกดึง สำหรับพันเข้ากับไม้มอน แล้วดึงกลับไปกลับมาเวลากลึง

3. บั้งเดียก ทำจากไม้ไผ่กลวง มีกิ่งยื่นที่ปลายกระบอก สำหรับเป็นมือจับปลายกระบอกที่เป็นข้อ

ของไม้ไผ่ เจาะรูตาม       ขนาดที่ต้องการ กรุด้วยแผ่นโลหะ

4. สาก นิยมทำมาจากไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้ลำดวน สำหรับอัดขี้ผึ้งในบั้งเดียกให้ออกเป็นเส้นขี้ผึ้ง

5. ลูกกลิ้ง ใช้สำหรับทำลวดลาย

6. อุปกรณ์ในการหลอมขี้ผึ้ง ประกอบด้วย กระทะ เตา ไม้พาย

7. พิมพ์ หรือแท่นพิมพ์ลวดลาย นิยมใช้เขาควายเป็นแท่นพิมพ์

8. ขี้ผึ้งและส่วนผสม ประกอบด้วยชันและขี้สูด (ขี้สูด-ยางไม้ชนิดหนึ่ง เป็นส่วนผสมทำให้ขี้ผึ้ง

เหนียว)

9. โลหะที่ใช้ในการหลอม เป็นประเภททองแดง อะลูมิเนียม และทองเหลือง

10. อุปกรณ์ในการหลอมโลหะ เบ้าสำหรับหลอมโลหะ ทำด้วยดินผสมแกลบ เตา (ความร้อน

สูง) มีประกอบรับอากาศเพื่อเพิ่มความร้อน 

3. การเซี่ยน
        ขั้นตอน "เซี่ยน" ก็คือการกลึงนั่นเอง เมื่อหุ่นแม่พิมพ์แห้งแล้วก็จะนำไปทำการเซี่ยน หรือ กลึง เพื่อตกแต่งรูป

ร่างตามต้องการ โดยช่างกลึง 2 คน คนหนึ่งทำหน้าที่ชักดึงเชือกที่พันอยู่กับแกนไม้ของหุ่นหรือพิมพ์ดินให้หมุน อีก

คนหนึ่งทำหน้าที่กลึง หรือ เซี่ยน โดยใช้ไม้ที่เหลาปลายให้แหลม หรือไม้หนาปลายมน กลึงแต่งผิวดินให้ได้ขนาด

รูปร่างตามที่ต้องการ


4. การเอาขี้ผึ้งพันพิมพ์ หรือ หุ้มเทียน
        เมื่อเซี่ยนได้รูปร่างและขนาดตามต้องการแล้วช่างก็จะนำเอาขี้ผึ้งซึ่งมีส่วนผสมของขี้ผึ้งชันและขี้สูดตามสัด

ส่วน 5 : 1 : 1 โดยน้ำหนัก การทำขี้ผึ้งให้เป็นเส้นนั้น กระทำได้โดยการนำขี้ผึ้งที่ผสมชันและขี้สูดที่หลอมให้อ่อนตัว

พอประมาณเทใส่ลงไปในกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งปลายด้านหนึ่งมีหลอดโลหะกลวง (นิยมใช้สังกะสี) ขนาดเส้นผ่าศูนย์

กลางใหญ่-เล็กตามเส้นเทียนที่ต้องการ ต่อให้ปลายสำหรับให้ขี้ผึ้งไหลออก เทขี้ผึ้งหลอมลงในกระบอกไผ่แล้วใช้ไม้

เนื้อแข็งกลึงให้ได้ขนาดพอดีกับรูกระบอกไม้ไผ่ เรียกว่า "บั้งเดียก" ขี้ผึ้งผสมชันและขี้สูดที่มีความอ่อนตัวจะถูก

อัด-ดันให้ไหลออกทางรูปลายกระบอกไม้ไผ่ ให้ไหลต่อเนื่องกันเป็นเส้นสั้น-ยามตามต้องการ เรียกว่า ขี้ผึ้งหรือ

เทียน จากนั้นก็นำเทียนขี้ผึ้งไปพันรอบพิมพ์เทียน พิมพ์ดินส่วนที่นูนมากต้องพันขี้ผึ้งให้หนา

5. ขางไฟ (อังไฟ) ตกแต่ง ปั้นลาย
        ในขั้นตอนนี้ เป็นการนำแม่พิมพ์ที่พันรอบด้ายเทียนขี้ผึ้งไป "ขางไฟ" เพื่อให้อ่อนตัว และตกแต่งพิมพ์ได้ง่าย บางทีต้องนำไป "เซี่ยน" หรือกลึงตกแต่ง จากนั้นก็พิมพ์หรือแกะลวดลาย ต่างๆ ตามที่ต้องการลงบนแม่พิมพ์ขี้ผึ้ง

6. การพอกดินเหนียวรักษาลาย
        จากนั้นปั้นหรือแกะลวดลายบนขี้ผึ้งแล้ว ช่างจะใช้ดินเหนียวพอกหรือห่อหุ้มรอบแม่พิมพ์อีกชั้นหนึ่ง เพื่อรักษา

ลวดลายไว้ โดยเปิดช่องด้านบนเอาไว้เพื่อเป็นช่องสำหรับเทโลหะที่จะหล่อลงไปแทนที่ขี้ผึ้ง เพราะขี้ผึ้งจะถูกละลาย

ด้วยความร้อนของโลหะที่หลอม

7. เบ้าหลอมทองเหลือง
        เป็นเบ้าดินที่ทำจากส่วนผสมของดินและแกลบทนความร้อนสูงได้ดีมาก ขนาดบรรจุโลหะ หลอมละลายได้

ประมาณ 15 กิโลกรัม เมื่อช่างหล่อต้องการจะหล่อหลอมก็จะใช้เศษโลหะ เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม ทองเหลือง ตาม

สัดส่วนของแม่พิมพ์เครื่องใช้นั้นๆ เช่น ถ้าจะหลอมเต้าปูน ช่างก็จะใช้ทองเหลืองมากกว่าโลหะอื่นๆ ถ้าจะหล่อลูก

กระพรวน ก็จะมีเศษเหล็กมากกว่าประเภทอื่น เมื่อจะหลอมโลหะได้ ก็จะใส่โลหะเหล่านั้นลงไปในเบ้าหลอม แล้วนำ

เบ้าหลอมไปวางไว้บนเตาหลอม เป่าลมด้วยสูบเข้าไปในเตาหลอมที่มีถ่านไม้ช่วยให้ความร้อนหรืออุณหภูมิสูงขึ้น

เมื่อโลหะหลอมละลายแล้ว ก็จำนำโลหะที่หลอมแล้วไปเทลงในแม่พิมพ์ (หุ่น) ที่เตรียมไว้ จากนั้นโลหะที่ อุณหภูมิ

สูงก็จะเผาไหม้ขี้ผึ้งละลายไปในเนื้อดิน โลหะหลอมก็จะไหลเข้าไปแทนที่ขี้ผึ้ง

8. การแกะพิมพ์
        เมื่อเททองเหลืองหรือโลหะเรียบร้อยแล้ว ช่างจะปล่อยทิ้งไว้จนโลหะเย็น จึงแกะดินที่พอกพิมพ์ออก ก็จะได้

ภาชนะโลหะตามต้องการ

9. การเซี่ยนแบบโลหะ
        เมื่อแกะแบบและพิมพ์ออกแล้วหากพิมพ์โลหะผิวไม่เรียบก็จะนำรูปโลหะนั้นมาทำการ "เซี่ยน" หรือ กลึง โดย

มีกรรมวิธีกระทำเช่นเดียวกับการ "เซี่ยน" พิมพ์ดินในขั้นตอนที่ 2 ที่กล่าวมาแล้ว  จึงจะได้ผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม 

พร้อมจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจต่อไป

บทสรุป

         การหล่อโลหะเครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว เป็นงานหัตถกรรมที่ใช้ฝีมือและความชำนาญสูง งานฝีมือนี้นับวัน

แต่จะหดหายไปจากสังคม เพราะอนุชนรุ่นหลังไม่เห็นความสำคัญ จึงยากที่จะหาผู้เข้าไปรับการสืบทอดวัฒนธรรม

การหล่อโลหะนี้  ดังนั้นเพื่อไม่ให้ภูมิปัญญาเหล่านี้สูญหายไปจากสังคมไทย จึงควรมีการเผยแพร่แนะนำให้งาน

หัตถกรรมนี้ให้เป็นที่รู้จักและหาคนที่จะสืบทอดภูมิปัญญาเหล่านี้ต่อไปให้ได้

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 01 กันยายน 2014 เวลา 10:42 น.