ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การพัฒนาบุคลากร การบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management : PM)
การบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management : PM) PDF พิมพ์
KM สำหรับพนักงาน - การพัฒนาบุคลากร
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2014 เวลา 09:57 น.

การบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management : PM)
 

บทนำ


พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 วางหลักการปฏิบัติราชการว่าต้องเป็นไปเพื่อผลสัมฤทธิ์ต่อ

ภารกิจภาครัฐ ความมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า โดยมาตรา 76 กำหนดให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติ

ราชการของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง และเลื่อนขั้นเงินเดือน รวมถึงการพัฒนาและเพิ่ม

พูนประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการความหมายของการบริหารผลการปฏิบัติงานการบริหารผลการปฏิบัติงานเป็นผล

ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการติดต่อสื่อสาร 2 ทาง (2 - way communication) ภายใต้ความเชื่อในลักษณะความเท่า

เทียมกันของหุ้นส่วน (Partnership) โดยแสดงให้เห็นถึงข้อตกลงร่วมกันระหว่างงานและความคาดหวัง อันจะนำไปสู่

วิธีการที่จะทำให้พนักงานบรรลุเป้าหมายการทำงาน มีวิธีการทำงานที่ถูกต้องเหมาะสมและเป็นการสร้างความสัมพันธ์

ร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายในการที่ช่วยปรับปรุงและพัฒนาการทำงานได้ดีขึ้น รวมทั้งเป็นตัวกำหนดชี้วัดผลการปฏิบัติงาน

และค้นหาวิธีการแก้ไขอุปสรรคที่ขัดขวางการทำงานและเมื่อกระบวนการข้างต้นได้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ จะทำให้

องค์การมีผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตอบสนองความต้องการของลูกค้าหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

และอยู่บนพื้นฐานของการบริหารทรัพยากรต่างๆที่องค์การ

มีอย่างคุ้มค่า และพร้อมที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอันอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างดี ฐานิตา แจ้งชัด การ

ประเมินผลการปฏิบัติราชการ. กกจ. พบเพื่อนข้าราชการ (วารสารกรมประชาสัมพันธ์) กรุงเทพฯพนักงานบรรลุเป้า

หมายการทำงาน มีวิธีการทำงานที่ถูกต้องเหมาะสมและเป็นการสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันทั้งสองฝ่ายในการที่จะช่วย

ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้น รวมทั้งเป็นการกำหนดตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานและค้นหาวิธีการแก้ไขอุปสรรค

ที่ขัดขวางการทำงาน และเมื่อกระบวนการข้างต้นได้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ จะทำให้องค์การมีผลการปฏิบัติงานที่มี

ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตอบสนองต่อ

ความต้องการของลูกค้าหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และอยู่บนพื้นฐานของการบริหารทรัพยากรต่างๆที่องค์การมีอยู่อย่าง

คุ้มค่า และพร้อมที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอันอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้เป็นอย่างดี

                    การบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management : PM) หมายถึง กระบวนการดำเนินการ

อย่างเป็นระบบเพื่อผลักดันให้ผลการปฏิบัติงานขององค์กรบรรลุเป้าหมาย ด้วยการเชื่อมโยงเป้าหมายผลการปฏิบัติ

ราชการในระดับองค์กร ระดับหน่วยงาน จนถึงระดับบุคคลเข้าด้วยกัน

                   ชัยทวี เสนาะวงศ์ ได้แสดงความคิดเห็นที่สอดคล้องว่า การบริหารผลการปฏิบัติงาน หมายถึงกลยุทธ์

หรือกระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่ทำให้องค์การมีผลการปฏิบัติงานบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้โดย

ผ่านกระบวนการปรับปรุงผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอและมุ่งเน้นการพัฒนาพนักงานอย่างเข้มข้น ทั้งนี้

องค์การจะต้องมีภารกิจในการสร้างหรือผสมผสานมิติในการปฏิบัติงานของพนักงานที่สำคัญ
2 ประการ คือ

ประการแรก มิติแนวดิ่ง แสดงถึงความเชื่อมโยงระหว่างวิสัยทัศน์ภารกิจ เป้าหมายขององค์การ หน่วยงาน และ

พนักงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยผ่านกระบวนการปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถและทักษะของ

พนักงาน
 

ประการที่สอง มิติแนวราบ แสดงผลของการนำผลการปฏิบัติงานของพนักงานไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมการบริหาร

ทรัพยากรมนุษย์ อาทิ การพัฒนาและการฝึกอบรม การให้ผลประโยชน์ตอบแทน การวางแผนอาชีพ และการปรับ

ย้ายตำแหน่ง เป็นต้นสำนักงาน ก.พ. ได้พัฒนาระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน (PerformanceManagement)หรือที่

เรียกกันติดปากว่าระบบ PM ขึ้นเพื่อให้ระบบนี้เป็นเครื่องมือในการบริหารผลการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและเกิด

ประสิทธิผล สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร คำถามที่เกิดขึ้นก็คือการปรับปรุงพัฒนาระบบประเมินผลการปฏิบัติ

งานไปเกี่ยวกับระบบPM อย่างไร คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ ก็คือ ระบบประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของระบบ PM ดังนั้นเวลาที่

เราได้ยินคำว่า ระบบบริหารผลการปฏิบัติงานหรือ ระบบ PM นี้ เรามักตีความว่าระบบ PM คือ ระบบประเมินใหม่ที่

สำนักงาน ก.พ. จะนำมาให้ใช้ ความคิดนี้ก็ถูกต้องแต่ก็ไม่ทั้งหมด

ระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management : PM)หมายถึง การบริหารแบบบูรณาการที่มุ่งเน้นผล

การปฏิบัติงานของบุคคลในองค์กร เพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้จากที่กล่าวมาข้างต้นทำให้สามารถ

สรุปได้ว่า ระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน คือ กระบวนการวางแผน (Planning) เพื่อทำข้อตกลงร่วมกันในเรื่องการ

ปฏิบัติงาน ความคาดหวัง การกำหนดเป้าหมายการวัดผล และมาตรฐานการปฏิบัติงานที่สนับสนุนเป้าหมายที่กำหนด

ไว้ในแต่ละระดับ โดยการใช้กระบวนการบริหารจัดการ (Managing)เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานผ่านการฝึกสอน

(Coaching) และการให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) แก่พนักงานเพื่อปรับปรุงและพัฒนาผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำ

เสมอ อีกทั้งต้องมีการทบทวนผลการปฏิบัติงาน(Reviewing) อย่างเป็นทางการและรวมถึงการอภิปรายและทำข้อ

ตกลงเพื่อการพัฒนา อันจะนำไปสู่การพัฒนา(Development) เพื่อยกระดับ  ผลการปฏิบัติงานให้สูงขึ้นและมี

ศักยภาพในการทำงานที่สามารถบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้       ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ระบบการบริหาร

ผลการปฏิบัติงานเป็นการบริหารจัดการผลการดำเนินงานขององค์การและ    ผลการปฏิบัติงานของพนักงานให้สอด

คล้องและเป็นไปในทางเดียวกันอันเป็นผลจากความเชื่องโยงของเป้าหมายและมาตรฐานขององค์การที่กำหนดไว้

โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การวางแผนผลการดำเนินงาน (Planning performance) การบริหารผล

การดำเนิน

งาน (Managing performance) และการประเมินผลการปฏิบัติงาน (Apprising performance) ดังภาพ

 

แนวคิดที่สำคัญของการบริหารผลการปฏิบัติงาน

ปัจจุบันแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารผลการปฏิบัติงานและการประเมินผลการปฏิบัติงานได้เปลี่ยนแปลงไปจาก

ความเชื่อเดิมที่ว่าการประเมินผลการปฏิบัติงานใช้เพื่อการควบคุมและเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา

เพื่อประเมินผู้ใต้บังคับบัญชาในการเลื่อนตำแหน่ง ขึ้นเงินเดือน หรือการให้พนักงานพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ โดยที่ผู้

บังคับบัญชาใช้เกณฑ์การประเมินด้วยวิจารณญาณของตนเองและคุณลักษณะ (Trait) นอกจากนี้ ยังเป็นการประเมิน

เชิงคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณ และมักจะใช้การประเมินผลเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบริหารงานบุคคลมากกว่าการ

พัฒนาพนักงาน นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมโดยรอบองค์การทั้งในด้านเศรษฐกิจสังคม การเมือง การค้าระหว่าง

ประเทศ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้องค์การต้อง

ปรับกลยุทธ์การปฏิบัติงานไปในเชิงรุกมากยิ่งขึ้น จากการกำหนดความต้องการและทิศทางของธุรกิจ เพื่อให้องค์การ

สามารถดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกันโดยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้

การปฏิบัติงานจะมุ่งเน้นที่การให้ความสำคัญกับผลงานที่เกิดขึ้น (Result oriented) และยึดเป้าหมายของงานเป็น

สำคัญโดยอาศัยการกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมายและทิศทางการดำเนินธุรกิจให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันอัน

จะนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ    ซึ่งแนวคิดและ

หลักการสำคัญด้านการบริหารผลการปฏิบัติงานที่เป็นผลจากการพัฒนากระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงาน

 

(Performance appraisal) มีดังต่อไปนี้

Armstrong ได้ให้แนวคิดด้านการบริหารผลการปฏิบัติงานไว้ดังนี้

1) จะต้องเกิดความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันระหว่างกลยุทธ์ด้านทรัพยากรมนุษย์กับกลยุทธ์ขององค์การ จึงจะเกิด

ประสิทธิผลสูงสุด (Strategic fit)
2) ให้มองคนเป็นสินทรัพย์ (Asset) อย่างหนึ่งที่ควรค่าแก่การลงทุนเพื่อมูลค่าเพิ่ม (Value added) ของคนให้กับ

องค์การ โดยใช้กระบวนการต่างๆ ของการบริหารจัดการ หรือการดำเนินการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
3) ระบบการให้รางวัลจะต้องให้ตามความสามารถ ทักษะ และผลการปฏิบัติงานของแต่ละบุคคล
4) มุ่งให้พนักงานเกิดความผูกพันกับองค์การ (Commitment) และเกิดความไว้วางใจ เพราะผลลัพธ์หรือเป้าหมาย

ของการบริหารผลการปฏิบัติงานในงานทรัพยากรมนุษย์ขององค์การ คือ เพื่อเกิดผลิตภาพ
(Productivity) กำไร (Profit) และมีคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีขึ้น
ชัยทวี เสนาะวงศ์ ได้ให้แนวคิดที่สำคัญเกี่ยวกับกระบวนการบริหารผลการปฏิบัติงานว่า องค์การมีความจำเป็นที่จะ

ต้องมีการบริหารและพัฒนาพนักงานให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะในการปฏิบัติงาน จนมี

ผลการปฏิบัติงานในอนาคตบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถอธิบายรายละเอียดได้ดังนี้
1) การบริหารผลการปฏิบัติงานเป็นกระบวนการในการบูรณาการเป้าหมายขององค์การมาสู่เป้าหมายของหน่วยงาน

และพนักงาน
2) การบริหารผลการปฏิบัติงานเป็นกระบวนการทำงานที่มุ่งมองไปข้างหน้าโดยมุ่งเน้นที่กระบวนการพัฒนาทรัพยากร

มนุษย์
3) การบริหารผลการปฏิบัติงานเป็นกระบวนการในการสร้างความร่วมมือ การยอมรับ และเห็นพ้องต้องกันมากกว่า

การควบคุม
4) การบริหารผลการปฏิบัติงานเป็นกระบวนการที่มุ่งเน้นการปรับปรุงการปฏิบัติงานของพนักงานอย่างต่อเนื่อง สม่ำ

เสมอ
5) การบริหารผลการปฏิบัติงานเป็นการสร้างให้เกิดการยอมรับในสาเหตุของความบกพร่อง     ในการปฏิบัติงานของ

พนักงานแต่ละคนแล้วยังสามารถบ่งชี้ได้ว่าจะแก้ไขความบกพร่องนั้นด้วยวิธีการอย่างไร
6) การบริหารผลการปฏิบัติงานจะกระตุ้นให้พนักงานรู้จักการบริหารผลการปฏิบัติงานของตนเอง
7) การบริหารผลการปฏิบัติงานต้องการวิธีการบริหารงานแบบการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง
8) การบริหารผลการปฏิบัติงานต้องการข้อมูลย้อนกลับระหว่างพนักงานและผู้บังคับบัญชาอย่างสม่ำเสมอและ

ต่อเนื่อง
9) การบริหารผลการปฏิบัติงานเป็นการประเมินผลการปฏิบัติงานต่อเป้าหมายที่ได้ตกลงไว้

10) การบริหารผลการปฏิบัติงานจะไม่ใช้เป็นวัตถุประสงค์หลักในการขึ้นค่าจ้างประจำปี
นอกจากนี้ ทศพร ศิริสัมพันธ์ ได้ให้แนวคิดการบริหารผลการปฏิบัติงานโดยเน้นที่การพิจารณาการบริหารจัดการเชิง

ระบบ ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้
1) ปัจจัยนำเข้า (Input) หรือทรัพยากรต่างๆ (Resources) ที่จะต้องนำมาใช้ในการดำเนินงาน อาทิ งบประมาณ

บุคลากร เป็นต้น
2) กระบวนการดำเนินงาน (Process) หรือกิจกรรมต่างๆ (Activities) ขององค์การ อาทิ การวิเคราะห์โครงการ การ

ให้สิทธิประโยชน์ การตรวจสอบ การศึกษาภาวะอุตสาหกรรมรายสาขา เป็นต้น
3) ผลผลิต (Output) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ (Products) ในรูปของสินค้าและบริการ ผลงานที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการ

ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ขององค์การโดยตรง เช่น จำนวนโครงการที่ได้รับการอนุมัติและเปิดดำเนินการรายการศึกษา

และวิจัยอุตสาหกรรมรายสาขา เป็นต้น
4) ผลลัพธ์ (Outcome) เป็นความคาดหวังที่ต้องการจะบรรลุผลขององค์การหรือผลรวมที่ได้รับติดตามมาจากผล

ผลิต อาทิ จำนวนการจ้างงาน มูลค่าการผลิตและการส่งออก ความเติบโตและความเข้มแข็ง
ของอุตสาหกรรม เป็นต้น

จากแนวคิดและหลักการของการบริหารผลการปฏิบัติงานที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น สามารถสรุปสาระได้ว่า การบริหาร

ผลการปฏิบัติงานเป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการบริหารผลการปฏิบัติงานของบุคลากรแต่ละคน
ในเชิงบูรณาการ ที่ต้องการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างองค์การและบุคลากรเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้า

หมายของงาน ให้มีความสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อพัฒนาผลลัพธ์ขององค์การควบคู่กับการ

พัฒนาศักยภาพของบุคลากรไปพร้อมๆ กัน โดยผ่านกระบวนการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (2 - way

communication)ระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

หลักการของระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน
เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผลและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะนำไปสู่

ประโยชน์สูงสุดต่อหน่วยงานและประชาชนผู้รับบริการ ระบบบริหารผลการปฏิบัติงานที่นำมาใช้สำหรับข้าราชการ

พลเรือน จึงประกอบด้วย 4 กระบวนการ ดังต่อไปนี้

 

1.การวางแผนการปฏิบัติงาน
การวางแผนการปฏิบัติงานเป็นช่วงที่ต้องให้ความสำคัญกับการกำหนดเป้าหมายในระดับบุคคล เพื่อให้ผลผลิตและ

ผลลัพธ์ของงานที่ได้สอดคล้องและส่งผลต่อเป้าหมายและความสำเร็จขององค์กรอย่างแท้จริง ดังนั้น จึงต้องทำการ

ถ่ายทอด (Cascade) เป้าหมายการปฏิบัติงานขององค์กรลงมาตามลำดับชั้น คือ จากระดับองค์กรลงสู่ระดับสำนัก/

กอง/ฝ่าย/ส่วน/กลุ่ม จนถึงระดับบุคคล โดยเป้าหมายงานในระดับต่างๆ ต้องเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่เป้าหมายเชิง

กลยุทธ์ขององค์กรการถ่ายทอดเป้าหมายการปฏิบัติงาน

กระบวนการนี้มีความสำคัญในการชี้ให้ผู้ปฏิบัติงานในทุกระดับเห็นอย่างชัดเจนว่าเราอยู่ตรงไหนในองค์กร ทำอะไร

และสิ่งที่เราทำนั้นมีประโยชน์ส่งผลต่อเป้าหมายขององค์กรอย่างไร ต่อไปนี้ทุกๆ คนในองค์กรจะต้องรับรู้บทบาท

และจุดยืนของตนเองว่าเราก็เป็นกลไกหนึ่งที่สำคัญในการผลักดันให้องค์กรของเราก้าวไปข้างหน้า มิใช่ทำงานหนัก

กันทุกวันแต่ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร

2. การพัฒนาผลการปฏิบัติงาน
การพัฒนาผลการปฏิบัติงานเป็นกระบวนการวางแผนการพัฒนาความรู้ ทักษะและสมรรถนะของผู้ปฏิบัติงานให้ปฏิบัติ

งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เนื่องจากปัญหาหนึ่งที่พบคือ ข้าราชการไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมหรือไม่มี

การกำหนดการพัฒนาอย่างจริงจังดังนั้น จึงแก้ปัญหานี้โดยการกำหนดให้มีการวางแผนการพัฒนาผลการปฏิบัติงานนี้

กันให้ชัดเจนเมื่อเริ่มรอบการประเมินและทำการพัฒนาอย่าง ต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการติดตามผลการปฏิบัติงานตลอด

รอบการประเมิน อีกทั้งยังต้องกำหนดการวัดและบันทึกความสำเร็จของกิจกรรมการพัฒนาด้วยอย่างชัดเจนการ

พัฒนานี้นอกจากจะมีประโยชน์โดยตรงกับบุคลากรและข้อมูลในการพัฒนาที่ได้รับ
 

การบันทึกไว้ยังสามารถใช้เป็นแนวทางให้ผู้รับผิดชอบด้านการพัฒนาของหน่วยงานทราบความต้องการของการ

พัฒนาผู้ปฏิบัติงานในองค์กร และสามารถวางแผนพัฒนาอย่างเป็นระบบและตรงตามความต้องการ

 

3. การติดตามผลการปฏิบัติงาน
หลังจากที่มีการวางแผนการปฏิบัติงานและการวางแผนพัฒนาผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บังคับบัญชาจะต้องใช้เวลา

ตลอดรอบการประเมินเป็นโอกาสในการติดตาม ดูแล ให้คำชมเชย คำปรึกษา การสอนงานการสังเกตปัญหาและข้อ

เสนอแนะในการแก้ไข รวมถึงการติดตามดูผลงานความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะในการปฏิบัติงานด้วย โดยทั้ง

หมดนี้จะมีการบันทึกการติดตามดูแลเอาไว้ การติดตามดูแลการปฏิบัติงานนี้เมื่อกระทำอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่อง เหมาะ

สม การสื่อสารที่มีประสิทธิผลก็จะเกิดขึ้นทั้ง 2 ทาง ทั้งจากหัวหน้าสู่ลูกน้องและลูกน้องสู่หัวหน้า หัวหน้าและลูกน้อง

ได้มีโอกาสพูดคุยกันมากขึ้น สร้างความสัมพันธ์และบรรยากาศที่ดีในการทำงานและสร้างความเข้าใจในการทำงาน

ร่วมกันอยู่ตลอดเวลาผลการปฏิบัติงานที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจทั้ง 2 ฝ่าย

 

4. การประเมินผลการปฏิบัติงาน
การประเมินผลการปฏิบัติงาน เป็นการประเมินเพื่อให้ทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาทราบว่าผลการปฏิบัติงาน

เป็นอย่างไร อยู่ในระดับใด เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำคัญประกอบการพิจารณาด้านต่างๆ เช่น
การให้รางวัลหรือการให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม การปรับปรุงผลการปฏิบัติงาน วิธีการทำงาน หรือเครื่องมือที่ช่วย

สนับสนุนการปฏิบัติงาน
 

นอกจากนี้ ผลการประเมินการปฏิบัติงานยังชี้ให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างเป้าหมายที่ตั้งไว้ กับผลการปฏิบัติงานจริงที่เกิด

ขึ้น ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการหาสาเหตุซึ่งอาจมาจากทั้งระดับบุคคล เช่น สมรรถนะและ
ความรู้ในงาน หรือระดับองค์กร เช่น กระบวนการทำงาน หรือเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการทำงาน เป็นต้น ผลการ

ประเมินสมรรถนะ หากทำอย่างถูกต้อง และมีการกระจายของข้อมูลที่ได้รับอย่างเพียงพอแล้ว จะนำมาซึ่งข้อมูลที่

เชื่อถือได้ โดยสามารถบ่งชี้ถึงชุดพฤติกรรมพึงประสงค์ หรือสมรรถนะที่เป็นจุดเด่นและจุดด้อยของผู้ปฏิบัติงาน   แต่

ละคนได้ ทั้งนี้เพื่อนำไปกำหนดวิธีการปรับปรุงผลการปฏิบัติงานและกำหนดเป้าหมายการทำงานได้อย่างเหมาะสม

สำหรับการบริหารผลการปฏิบัติงานในรอบต่อไป

บทบาทของผู้บริหารในระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน

บทบาทของผู้บริหารในระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เกิดกระบวนการ

ติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (2 - way communication) ได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมออีกทั้งยังต้องเป็นผู้ให้

ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) การเป็นผู้ฝึกสอน และเป็นที่ปรึกษาให้แก่พนักงาน ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญในระบบ

การบริหารผลการปฏิบัติงาน ดังนั้น ผู้บริหารจึงควรตระหนักในหน้าที่ความรับผิดชอบที่มีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา โดย

อลงกรณ์ มีสุทธา และสมิต สัชฌุกร ได้กล่าวถึงความสำคัญของการประเมินผลการปฏิบัติงานไว้ 3 ประการ ได้แก่

1) ความสำคัญของพนักงาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานได้ทราบว่าผลการปฏิบัติงานส่วนที่จะต้องปรับปรุง และ

ส่วนที่อยู่ในระดับดีที่ควรเสริมสร้างให้มีผลการปฏิบัติงานที่ดียิ่งขึ้น
 

2) ความสำคัญต่อผู้บังคับบัญชา ผลการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละคนย่อมส่งผลต่อการปฏิบัติงานโดยส่วนรวมใน

ความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา เพราะจะทำให้รู้ว่าพนักงานมีคุณค่าต่องานหรือ      ต่อองค์การมากน้อยเพียงใด

และควรหาวิธีการส่งเสริม รักษา และปรับปรุงผลการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อ

องค์การ

3) ความสำคัญต่อองค์การ เนื่องจากผลสำเร็จองค์การมาจากผลการปฏิบัติงานพนักงานแต่ละคน ดังนั้นการประเมิน

ผลการปฏิบัติงานของพนักงานจะทำให้รู้ได้ว่าพนักงานแต่ละคนปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายจากองค์การอยู่ในระดับ

ใด มีจุดเด่นหรือจุดด้อยอะไรบ้าง เพื่อองค์การจะได้ปรับปรุงหรือจัดสรรพนักงานให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ

ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานขององค์การเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล

จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทำให้สรุปได้ว่า บทบาทหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาเปรียบเสมือนจุดเชื่อมโยงระหว่างผลการ

ปฏิบัติงานของพนักงานและผลการดำเนินงานขององค์การ และมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์

ในองค์การ รวมทั้งการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานให้มีศักยภาพในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น โดยใช้กระบวนการ

ประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมและรอบคอบ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อพนักงานและองค์การ ดังนั้นจึง

อาจกล่าวได้ว่าผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและนำองค์การไปสู่ความสำเร็จจนเป็นบริษัทที่มีการบริหาร

งานดีเด่นก็คือ ผู้บริหารขององค์การ ซึ่งอาจสรุปภารกิจหรือหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหาร 3 ประการ ดังนี้

1) ผู้บริหารต้องช่วยสมาชิกขององค์การเลือกทางเลือกที่ถูกต้องในสถานการณ์ที่องค์การเกิดความเปลี่ยนแปลง เพื่อ

ให้สามารถรองรับกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยต้องอธิบายเหตุและผลที่ต้องมีความเปลี่ยน

แปลง และมีทางเลือกให้กับพนักงานพร้อมด้วยข้อดีข้อด้อยของแต่ละทางเลือก รวมไปถึงมาตรการต่างๆ ที่จะช่วย

สนับสนุน อบรม ให้ความรู้ และจูงใจพนักงานให้เกิดความมั่นใจและยินดีที่จะปรับตัวเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับ

องค์การด้วย เมื่อพนักงานมีความพร้อมที่จะปฏิบัติงานใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ องค์การธุรกิจนั้นก็จะบรรลุเป้าหมาย

ด้วย

2) ผู้บริหารต้องออกแบบระบบการบริหารงานที่สามารถใช้วัดผลการปฏิบัติงานได้ และชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

เพราะการปฏิบัติงานที่ต้องมีการประเมินผล ผู้บริหารจึงต้องออกแบบการประเมินหรือวัดผลในงานต่างๆ ที่องค์การนั้น

เห็นว่ามีความสำคัญ อีกทั้งยังต้องรู้ปัญหาต่างๆที่กระทบต่อการวัดผลการปฏิบัติงานและรายงานผลการปฏิบัติงาน

พร้อมทั้งใช้วิธีแก้ไขปัญหาเหล่านั้นโดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญเฉพาะข้อเท็จจริงและตัวเลขต่างๆ ที่มีผลต่อเป้าหมาย

ขององค์การ รวมทั้งความชัดเจน มุ่งเฉพาะประเด็น และทันเวลาของการวัดและรายงานผล

3) ผู้บริหารจะต้องช่วยทำให้ความคิดที่จะบรรลุผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศขององค์การปรากฏเป็นรูปธรรม

โดยกระตุ้นจูงใจพนักงานและสร้างบรรยากาศภายในองค์การให้พนักงานเกิดความรู้สึกที่อยากจะเสนอและพัฒนา

ความคิด และร่วมมือกันปฏิบัติงานให้เกิดผลในทุกแผนกทุกฝ่ายขององค์การ
 

บทสรุป

Performance Management (PM) เป็นกระบวนการในการสร้างสภาพแวดล้อมและวิธีการในการทำงานที่สนับสนุน

ให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การสร้างผลผลิตและผลการ

ปฏิบัติงานที่สูงขึ้น และการสร้างความชัดเจนในผลการปฏิบัติงานโดยให้มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการปฏิบัติงาน

ในระดับองค์กร อีกทั้งให้ความสำคัญกับกระบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่มีความต่อเนื่องและสอดคล้องกัน มิได้มุ่ง

เน้นแต่เพียงเรื่องการประเมินผลการปฏิบัติงาน หรือการวัดผลงานในตอนท้ายที่สุดเท่านั้น โดยเริ่มตั้งแต่การวางแผน

การปฏิบัติงาน การพัฒนาผลการปฏิบัติงาน การติดตามผลการปฏิบัติงาน และการประเมินผลการปฏิบัติงานระบบ PM

หากนำมาปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่องแล้ว ประโยชน์

ที่จะได้รับ คือ ประสิทธิภาพประสิทธิผลของผลการปฏิบัติงานที่เพิ่มพูนขึ้นการปฏิบัติงานของคนในองค์กรชัดเจนและ

มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน มีการสื่อสารภายในองค์กรที่ทั่วถึงทุกทิศทาง เกิดการพัฒนาผลการปฏิบัติงานการวัดผลการ

ปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรม โปร่งใส สามารถสะท้อนคุณลักษณะของตัวงานและคุณค่าของผลการปฏิบัติงานได้อย่างถูก

ต้อง เหมาะสมนอกจากนี้ผลของการประเมินผลการปฏิบัติงานยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์
ในงานบริหารบุคคลด้านอื่นๆ อีกด้วย
 

ที่มา ส่วนพัฒนาและบริหารจัดการความรู้
      http://www.stabundamrong.go.th/web/book/53/b14_53.pdf 
 

  

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2014 เวลา 10:54 น.