ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

ไม้ยางพาราแปรรูป ผลกระทบของหอยทาก กับการทำยางก้อนถ้วย
ผลกระทบของหอยทาก กับการทำยางก้อนถ้วย PDF พิมพ์
ผลิตภัณฑ์จากยางพารา - ไม้ยางพาราแปรรูป
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2014 เวลา 13:48 น.

ผลกระทบของหอยทาก กับการทำยางก้อนถ้วย

        เมื่อเข้าสู่ปลายเดือนพฤษภาคม ฤดูฝนเริ่มเข้ามาเยือน นำพาความชุ่มฉ่ำแก่พื้นดิน ท้องทุ่ง เรือกสวนไร่นา เป็นสัญญาณเตือนว่า เริ่มฤดูกาลเพาะปลูกใหม่แล้ว สำหรับชาวสวนยาง เริ่มกำจัดวัชพืช เตรียมปุ๋ยบำรุง เพิ่มธาตุอาหารให้กับต้นยาง เพื่อให้ต้นยางมีผลผลิตมาก ส่งผลต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้น

สวนยางที่กรีดแล้ว ในสวนยางจะมีความชุ่มชื้นมาก สิ่งที่ตามมาในสวนยางคือ ยุง และ หอยทาก

สภาพในสวนยางมีความชื้นสูง และมีแหล่งน้ำที่เหมาะสำหรับเป็นแหล่งอาศัย และเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุง ยุง ที่พบในสวนยางจะเป็นยุงก้นปล่อง และยุงลาย ยุงก้นปล่องเป็นพาหะของไข้มาเลเรีย ช่วงเวลาการกัดกินเลือดจะตรงกับช่วงเวลาที่เกษตรกรชาวสวนยางกรีดยาง คือเวลา 22.00 – 06.00 น.

ส่วนยุงลาย จะเป็นยุงที่หากินในเวลากลางวัน จะพบมากในช่วงฤดูฝนเช่นกัน จะเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก และชิคุนกุนยา (โรคไข้ปวดข้อยุงลาย) เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของประเทศไทยในอดีต ปัจจุบันเป็นปัญหาด้านสาธารณะสุข

เกษตรกรชาวสวนยางที่กรีดยางเพื่อทำแผ่น หรือขายน้ำยางสด เมื่อเก็บน้ำยางแล้วควรที่จะคว่ำถ้วย เพื่อป้องกันการวางไข่ของยุง ไม่ให้มีการแพร่พันธุ์ต่อไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเกษตรกรเอง และชุมชนในการป้องกันโรคไข้เลือดออก

ในที่นี้ จะมาคุยเรื่องหอยทาก กับการทำยางก้อนถ้วยของเกษตรกร

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน เกษตรกรจะพบว่ามีหอยชนิดหนึ่ง ลักษณะตัวขนาดเล็ก เกาะอยู่ตามต้นยาง หรือเกาะตามหน้ากรีดยาง ทำให้เกษตรกรหลายรายสงสัยว่า หอยทากพวกนี้จะมีกระทบต่อต้นยางหรือไม่ บ้างก็ว่า หอยทากกัดกินหน้ายาง ทำให้หน้ากรีดเสียหาย บ้างก็ว่า หอยทากมากินน้ำยาง บ้างก็ว่า หอยทากเป็นสาเหตุทำให้ต้นยางเป็นโรคเส้นดำ หรือเปลือกเน่า

หอยทากเป็นสัตว์โบราณที่เกิดขึ้นมาบนโลกเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อนหอยทากเป็นสัตว์ในกลุ่มหอย หอยทากเป็นหอยฝาเดียวเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังร่างกายอ่อนนุ่มและถูกห่อหุ้มด้วยเปลือกแข็งแบ่งออกเป็นสองชนิดได้แก่แบบที่มีฝาปิดและแบบที่ไม่มีฝาปิดหอยทากเป็นสัตว์ที่มีสองเพศในตัวเดียวกันแต่การผสมพันธุ์ต้องผสมข้ามตัววัยเจริญพันธุ์ประมาณ๕ - ๘เดือนการออกไข่จะออกไข่เป็นกลุ่มๆละ๒๐๐ -๓๐๐ฟองหรือประมาณ๑,๐๐๐ฟองในเวลา๑ปีหอยทากมีอายุเฉลี่ยประมาณ๕ปีในเราจะพบหอยทากได้มากในช่วงฤดูฝนหอยทากจะออกหากินในเวลากลางคืนส่วนในเวลากลางวันจะหลบแสงแดดอยู่ตามที่ร่มใต้ใบไม้ ตามโคนต้นไม้ต่างๆรูปร่างหน้าตาของหอยทากนั้นนอกจากจะมีเปลือกแข็งอยู่ส่วนบนลำตัวที่อ่อนนุ่มอาหารของหอยทากได้แก่พืชทั้งชนิดสดและชนิดที่ถูกย่อยสลายแล้วรวมถึงเชื้อราที่อยู่ตามซากพืชที่ทับถมกัน

หอยทากเป็นตัวการทำให้เกิดการหมุนเวียนถ่ายทอดสารอินทรีย์ได้อย่างดีทำให้ระบบนิเวศน์มีความอุดมสมบูรณ์เกษตรกรใช้หอยทากเป็นวัตถุดิบอย่างดีในการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์นอกจากนั้นมนุษย์ยังใช้หอยทากมาประกอบอาหาร
หอยทากเป็นศัตรูสำคัญของชาวสวนเนื่องจากอาหารของหอยทากคือพืชดังนั้นในสวนหรือบริเวณที่ปลูกพืชหากเจ้าหอยทากได้เข้าไปกัดกินยอดพืช ใบ หรือผักสวนครัวที่ปลูกในสวนได้แล้วก็จะก่อให้เกิดความเสียหายเนื่องจากพืชหรือผลผลิตถูกทำลาย

หอยทากที่พบมากในสวนยาง จะเป็นหอยทากสยาม หอยชนิดนี้กินน้ำยางเป็นอาหารและกินเศษซากพืชในสวนยาง จากการทดลองพบว่า เมือกหอยทากสามารถยับยั้งเชื้อราที่หน้ายางได้และจากการศึกษาภาคสนามพบว่ามันไม่เกิดเชื้อราที่หน้ายาง และจากโครงการวิจัยของ สกว.(สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย) ของนักเรียน เรื่อง หอยทากในสวนยางพารา พบว่า

-        เมือกของหอยทากไม่มีผลต่อการแข็งตัวของน้ำยาง

-       เมื่อหอยทากเดินไปบนหน้ากรีดยางใหม่ เมือกของหอยทากจะทำให้ท่อน้ำยางอุดตัน น้ำยางจะหยุดไหล

-       หอยทากมีผลกระทบตอระบบนิเวศน์ทางอ้อม คือ ถ้าหอยทากมีปริมาณลดลง ยุงจะเพิ่มปริมาณมากขึ้น

ซึ่งจะเห็นว่า หอยทากจะมีคุณประโยชน์ต่อชาวสวนยางพอสมควร แต่มีเกษตรกรชาวสวนยางหลายราย มีปัญหากับหอยทากสยาม

         เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน หอยทากสยามจะเพิ่มปริมาณมากขึ้น เริ่มที่จะคืบคลานขึ้นมาอาศัยตามต้นยาง อยู่แถวบริเวณหน้ากรีดยาง เพื่อกินน้ำยางที่เกษตรกรชาวสวนยางกรีดออกมา ในน้ำยางจะมีความหวานและสารอาหารที่หอยทากชอบบางครั้งจะมากินเกาะกินน้ำยางตามถ้วยยางที่เกษตรกรแขวนเพื่อรองรับน้ำยาง แล้วพลัดหล่นลงไปในถ้วย หรือ หอยทากจะอาศัยอยู่บริเวณก้นถ้วยรองรับน้ำยาง เมื่อเกษตรกรกรีดยางแล้วน้ำยางไหลลงถ้วย หอยทากก็จะปะปนอยู่ในน้ำยาง เมื่อเกษตรกรมาหยอดน้ำกรด เพื่อให้น้ำยางแข็งตัว ยางก้อนถ้วยนั้น จะมีหอยทากปะปนอยู่ในยางก้อนถ้วย ทำให้ยางก้อนถ้วยมีสิ่งที่ทางโรงงานไม่พึ่งประสงค์อยู่ ถ้าหากโรงงานตรวจเจอ โรงงานจะตัดราคายาง ทำให้เกษตรกรได้ราคายางที่ลดลง

         การป้องกันและกำจัดหอยทากในสวนยาง เกษตรกรชาวสวนยางซึ่งวิธีการกําจัดหอยทากมีหลากหลายวิธี ในกรณีที่เป็นบริเวณรอบบ้าน ผักสวนครัว ควรใช้วิธีที่ปลอดภัยต่อคน หรือสัตว์เลี้ยง เช่น กากกาแฟ , เปลือกไข่ บี้ให้เล็ก โรยตามแปลงผัก หรือ น้ำกระเทียมฉีดในแปลงผัก

ในกรณีในสวนยางพารา ควรใช้สารเคมีกำจัดแมลงชนิดที่ไม่มีกลิ่นจําพวกนิโคลชาไมด์เมทไทโอคาร์บหรือเมททัลดีไฮด์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม โดยใช้ผลไม้ที่มีกลิ่นหอม เช่น มะละกอ กล้วย แตงโม มาผสมกับสารเคมีกำจัดแมลง เมื่อหอยทากออกมากินจะตายในที่สุด

เพียงเท่านี้เกษตรกรชาวสวนยางจะหมดปัญหาหอยทากสยามปะปนในยาก้อนถ้วย อีกต่อไป

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2014 เวลา 14:31 น.