ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

ไม้ยางพาราแปรรูป ดอกไม้จันทน์ ดอกไม้สุดท้ายแห่งชีวิต จากไม้ยางพารา
ดอกไม้จันทน์ ดอกไม้สุดท้ายแห่งชีวิต จากไม้ยางพารา PDF พิมพ์
ผลิตภัณฑ์จากยางพารา - ไม้ยางพาราแปรรูป
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2014 เวลา 16:08 น.

                                                 ดอกไม้จันทน์ ดอกไม้สุดท้ายแห่งชีวิต จากไม้ยางพารา


สิ้นเสียงพระสวดพระอภิธรรม  ลูกหลาน บรรดาญาติๆ ทั้งเพื่อนสนิท มิตรสหาย คนเคยรักใคร่นับถือ  ในชุดดำไว้

อาลัย ทยอยเดินสู่เชิงเมรุเผา  ในมือถือดอกไม้ ที่ทางญาติตระเตรียม  บรรจงวางข้างร่างไร้วิญญาณ เป็นการร่วมไว้อาลัย

ครั้งสุดท้ายต่อดวงวิญญาณผู้จากไป ก่อนเปลวเพลิงจะสลายร่างนำส่งดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับสู่สรวงสวรรค์ ดอกไม้จันทน์ถือ

เป็นดอกไม้ดอกสุดท้ายแห่งชีวิตที่คนๆหนึ่งจะได้รับ เป็นดอกไม้เชิงสัญลักษณ์แห่งความไว้อาลัยแต่ดวงวิญญาณผู้จากไปตาม

ธรรมเนียมปฏิบัติงานศพของคนไทย  คำว่าดอกไม้จันทน์ หาใช่ดอกไม้จริง ที่ได้จากการปลูก ดูแล รดน้ำ จนชูช่อออกเป็นดอก

สวยงาม แต่เป็นดอกไม้ที่ประดิษฐ์จากส่วนของลำต้นไม้ชนิดอื่น จากประวัติความเป็นมา   เวลามีผู้เสียชีวิต การจัดการเกี่ยวกับศพ

ที่ยังไม่มีพัฒนาการ เช่น การฉีดยารักษาสภาพ หรือวิธีการรักษาศพไม่ให้มีกลิ่นเหม็น จึงจำเป็นต้องใช้วัสดุ และวิธีทาง

ธรรมชาติ ด้วยคุณสมบัติและความหอมของไม้ชนิดหนึ่ง คือไม้จันทน์ จึงถูกนำมาใช้ในการทำเป็นหีบศพบ้าง ใช้เป็นฟืนในการ

ฌาปนกิจศพบ้าง เพื่อช่วยกลบเกลื่อนในเรื่องกลิ่น คนสมัยก่อนที่จะใช้ไม้จันทน์ได้ต้องเป็นเจ้าขุนมูลนายหรือหน่อเนื้อเชื้อ

กษัตริย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งโกศสำหรับบรรจุศพ เจ้านายชั้นสูง ล้วนแต่ใช้ไม้จันทน์ทั้งสิ้น ถือเป็นไม้มงคลที่เป็นของสูง เพราะ

เป็นไม้ที่หายาก ราคาแพง
         นอกจากนี้เชื่อว่ากลิ่นหอมของดอกไม้จันทน์จะนำดวงวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปสู่สวรรค์ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5  ไม้

จันทน์เริ่มหายากขึ้น กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จึงได้คิดค้นหาวิธีใช้
ไม้จันทน์อย่างประหยัด โดยทำเป็นแผ่นบางๆ มัดเป็นช่อเรียกว่าดอกไม้จันทน์เพื่อให้ผู้มาร่วมงานศพได้นำไปวางที่เผาแทน

ในระยะต่อมาวิธีการดังกล่าว ได้แพร่ขยายการใช้ในหมู่สามัญชนคนทั่วไป ยิ่งทำให้ไม้จันทน์หายากยิ่งขึ้นไป   จึงมีการนำไม้

ประเภทอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงไสด้วยกบไสไม้เป็นแผ่นบางๆ มาเป็นกลีบดอกไม้เสมือนหนึ่งแทนดอกไม้จันทน์เทียม และ

นิยมใช้มาจนถึงปัจจุบัน
                 รูปแบบดอกไม้จันทน์ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัย แบบที่นิยมใช้ส่วนมาก

เป็นแบบ
ธรรมดา ทำเป็นรูปดอกกุหลาบ ดอกแก้ว สีขาว สีครีม และสีดำ แต่ในปัจจุบันทั้งรูปแบบ สีสัน และราคาของดอกไม้จันทน์

เปลี่ยนแปลงไปมากตามความต้องการของยุคสมัย และผู้คนที่มีความหลากหลายมากขึ้น รวมถึงทัศนคติของคนใช้ดอกไม้จันทน์เปลี่ยนไปเป็นการแสดงความเคารพรักและระลึกถึงผู้ที่ตนรักเป็นครั้งสุดท้าย สีสันและความสวยงามของดอกไม้จันทน์จึงมีความ

สำคัญมากขึ้น

 

                คุณธีรพงษ์ และคุณรัศนี  หน่อแก้ว สองสามีภรรยา ชาวบ้านหมู่ 6 บ้านเด่น ต.โรงช้าง อ.ป่าแดด จ.เชียงราย หนึ่งใน

สมาชิกกลุ่มทำดอกไม้จันทน์ และควบตำแหน่งทำหน้าที่ผู้ประสานงานรวบรวมผลิตภัณฑ์จากสมาชิก ได้ให้ข้อมูลพื้นฐาน

ว่าแต่เดิมชาวบ้านจะทำเฉพาะอาชีพหลักอย่างเดียว คือทำนา ทำสวนลำไย และรับจ้างทั่วไป ปัจจุบันชาวบ้านเริ่มหันมา

สร้างสวนยางพาราเป็นอาชีพหลักเพิ่มอีกประเภทหนึ่ง สภาพเศรษฐกิจของชุมชนโดยรวมดีอยู่ในระดับพออยู่พอกิน

สามารถพึ่งพาตนเองได้ แต่ก็มีความเสี่ยงต่อสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรและราคาผลผลิตที่

ไม่แน่นอน บางปีได้กำไรบ้าง บางปีก็ขาดทุน ทำให้ต้องมองอาชีพเสริมเพื่อลดความเสี่ยง เพราะนับวันค่าครองชีพ

สูงขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อประมาณสี่ปีที่แล้ว ตนเกิดแนวความคิดในการหาอาชีพเสริมเพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเพิ่ม 

เพราะหลังเสร็จสิ้นภารกิจหลัก เวลาว่างค่อนข้างเยอะ ได้มองหาโอกาสหลากหลายทางจนมาสรุปที่การทำดอกไม้จันทน์

และได้ตั้งข้อสังเกตว่าเวลาไปร่วมงานศพเห็นเขาใช้ดอกไม้จันทน์กันเยอะ เมื่อวิเคราะห์แล้วคิดว่าทำไม่ยาก ไม่จำกัด

เรื่องเวลา ที่สำคัญวัตถุดิบ สามารถหาได้ในท้องถิ่น และเก็บรักษาได้ง่ายไม่เสียหาย ประกอบพื้นที่ในตำบลโรงช้าง

มีหลายคนทำอาชีพทำหีบศพ ปราสาท  ธุรกิจเกี่ยวข้องกับการจัดพิธีงานศพ จึงเข้าไปคุยปรึกษา เจ้าของร้านหีบศพก็ยินดี

ที่จะรับซื้อ เพื่อขายเสริมเพิ่มการบริการของตนได้ จนถึงการกระจายสินค้าออกไป เพราะมีเครือข่ายที่ดำเนินกิจการ

ด้านการจัดงานศพหลายจังหวัด ในภาคเหนือ จึงได้ชักชวนเพื่อนบ้านที่สนใจ ประมาณ 5-6 คน มาฝึกทำโดยแกะจาก

แบบเดิมที่มีอยู่แล้วบ้าง โดยการแนะนำของเจ้าของร้านหีบศพบ้างและคิดค้น ดัดแปลงขึ้นมาเองบ้าง ปัจจุบันมีสมาชิก

ประมาณ 30 กว่าครัวเรือน ผลิตดอกไม้จันทน์ คุณรัศนี คอยทำหน้าที่ ผู้ประสานงานกับสมาชิกในการรวบรวมเพื่อส่ง

ขายพ่อค้าท้องถิ่นมารับ นำไปกระจายส่งให้กับร้านค้าปลีกย่อยอีกที ครอบคลุมทั่วจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา

ลำปาง ลำพูน คุณรัศนี ได้ให้ข้อมูลถึงประเภทไม้ที่สามารถมาทำดอกไม้จันทน์ได้ดีนั้น มีคุณสมบัติ เป็นไม้เนื้ออ่อน

ไม่มีแก่น สีขาว มีความเหนียว ยืดหยุ่นได้สูง สามารถม้วนเป็นกลีบดอกไม้ได้โดยไม่หัก ซึ่งได้แก่ ไม้สัตตบรรณ (ตีนเป็ด)

ไม้อ้อยช้าง ไม้มะกอก เพกา(มะลิดไม้) เมื่อตัดมาเสร็จ จะลอกเปลือกออก ตัดเป็นท่อนๆ ความยาวประมาณ 15 เซนติเมตร

กว้าง 1 เซนติเมตร มาวางบนรางไม้หนีบ แล้วใช้กบใสไม้ ออกมาบาง ๆ ทีละแผ่น ๆ ซึ่งดอกหนึ่งจะใช้ส่วนประกอบ

ด้วยแผ่นไม้ 3 แผ่นเพื่อเป็นกลีบดอกที่สมบูรณ์ เมื่อได้ไม้วัตถุดิบมาเจ้าของจะทำการไสไม้หมดท่อนก่อนที่ไม้จะแห้ง

ถ้าแห้งแล้วไสยาก ไม่เหนียวเหมือนไม้สด เก็บใส่ถุงไว้ก่อน แล้วทยอยเอาออกมาทำ โดยก่อนทำต้องแช่น้ำให้นิ่มก่อน

ส่วนประกอบอื่นๆ มีก้านดอกทำมาจากไม้ไผ่
พัน

ด้วยหนังสือพิมพ์ ใช้ตะปูตอกยึดไว้ ก็จะได้ดอกไม้จันทน์ที่สมบูรณ์ 1 ดอก
                ในหนึ่งวัน คนหนึ่งจะสามารถทำได้ ประมาณ 800-1200 ดอก ขึ้นอยู่กับเวลาว่างและความชำนาญของแต่ละคน

เมื่อได้จำนวนมากพอ จะบรรจุใส่ถุง ๆ ละ 100 ดอก ขายส่งให้พ่อค้าท้องถิ่นในราคา 18 บาท
เดือนหนึ่งๆ

สามารถสร้างรายได้เพิ่ม 4,500 – 5,000 บาท ต่อครัวเรือน แต่กระนั้นหากเป็นไปได้อยากได้ราคา เพิ่มจากจำนวน

ร้อยดอกต่อ 18 บาท เป็นจำนวนร้อยดอกต่อ 20 หรือ 22 บาท จะดี เพราะกว่าจะได้แต่ละดอกต้องใช้ความประณีต

และความละเอียด
                แต่สำหรับดอกไม้จันทน์ดอกใหญ่ ที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ราคาก็จะแพงตามความยากง่าย ทีนี้
ทางกลุ่ม

จะทำก็ต้องเมื่อได้รับการสั่งซื้อจากพ่อค้าเท่านั้น ไม้วัตถุดิบที่จะนำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นไม้สัตตบรรณ (ตีนเป็ด) ไม้อ้อยช้าง

ไม้มะกอก เพกา ซึ่งแต่เดชาวบ้านจะหามาได้จากหัวไร่ ปลายนา ที่เจ้าของได้ดูแลรักษาไว้  ซึ่งนับวันเริ่มหายากขึ้น

จึงต้องหาซื้อไม้จากพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก ชาวบ้านบางคนได้ทำการลักลอบเข้าไปตัดไม้ในเขต

ป่าอุทยานแม่ปืม ซึ่งตั้งอยู่เขตติดต่อในพื้นที่ ต.โรงช้าง อ.ป่าแดด ทำให้ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานจับกุม
                เมื่อประมาณสองปีก่อน สวนยางพาราของเพื่อนบ้าน ประสบวาตภัยหักโค่นเสียหายจำนวนมาก สังเกต

เห็นเนื้อไม้ยางสีขาว ไม่มีแก่น น่าจะใช้ทำได้ ได้ขอซากไม้เพื่อลองทำดู ซึ่งปรากฏว่าสามารถใช้เป็นวัตถุดิบได้ดีมาก

เนื่องจาก ไม้ยางพาราไม่มีแก่น มีความเหนียว ยึดหยุ่นได้ดี สีขาว เหมาะสมที่จะใช้ทำดอกไม้จันทน์ ทุกวันนี้สัดส่วน

การใช้ไม้จากไม้ยางพารา สัดส่วนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ได้เปล่าจากสวนที่เสียหายจากลมพายุ และซื้อต้นจากสวน

ที่เจ้าของไม่ต้องการ เช่น สวนปลูกต้นถี่ ต้นแคระแกร็นไม่ให้น้ำยาง  ต้นเปลือกแห้งบ้าง ได้ในราคาไม่สูงเกินไป

หรือแม้แต่กิ่งย่อยที่เจ้าของสวนตัดแต่งกิ่ง ก็พอใช้ได้ถ้าขาดแคลนไม้จริงๆ
 ท่อน

ไม้ยางพารา ขนาดรอบต้น 50 เซนติเมตร ความยาว 1 เมตร สามารถทำดอกไม้ออกมาได้ 5000-5500 ดอก สามารถ

ขายได้เงินโดยเฉลี่ยประมาณ 900 กว่าบาท ปัจจุบันไม้ยางพาราสามารถหาได้ง่ายในพื้นที่ เพราะเกษตรกรหันมาปลูกกัน

เยอะขึ้น และแต่ละปีมักประสบปัญหาวาตภัย เสียหายมากบ้างน้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และทิศทางลม ใน

ทุกวิกฤติของคนกลุ่มหนึ่ง มักจะเป็นโอกาส ของคนอีกกลุ่มหนึ่งเสมอ แต่คุณรัศนี กล่าวว่าแม้จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ

กลุ่มทำดอกไม้จันทน์ แต่ไม่ได้รู้สึกยินดีที่เพื่อนบ้าน ต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้ เพราะอาชีพเกษตรไม่ว่าจะเป็น

ประเภทไหน มักมีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติที่ยากจะควบคุมเสมอ
กระนั้น

แม้จะเกิดจากความโชคร้ายของเพื่อนบ้านที่ประสบวาตภัยทำให้สวนยางเสียหาย แต่ก็สามารถก่อเกิดไมตรีการพึ่งพาเอื้อเฟื้อ
ซึ่งกันและกัน โดยทางสมาชิกกลุ่มได้ไม้ยางพาราเป็นวัตถุดิบในการผลิตดอกไม้จันทน์โดยไม่ต้องซื้อหา ไม่ต้องเสี่ยง

ต่อการถูกจับกุม สำหรับเจ้าของสวนยางผู้โชคร้าย อาจจะช่วยบรรเทาความความรู้สึกเสียใจได้บ้างจากน้ำใจไมตรี

ที่เพื่อนบ้าน สมาชิกกลุ่มดอกไม้จันทน์ช่วยกันตัดแต่งกิ่ง เก็บกวาดซากไม้ที่ล้มระเกะระกะให้กับเจ้าของสวนให้เรียบร้อย

โดยไม่ต้องเสียเงินค่าจ้างเก็บกวาดพื้นที่ให้ช้ำใจซ้ำสอง   

 

 
อ้างอิง
-          นายธีรพงษ์   หน่อแก้ว และ นางรัศนี  หน่อแก้ว
ที่อยู่เลขที่ 22 หมู่ 6 ต.โรงช้าง อ.ป่าแดด จ.เชียงราย (บ้านเด่น)โทรศัพท์ 082-8922327
-          คุณธนกฤต  ไชยบัตร  ประธานกลุ่มชาวสวนยาง อ..ป่าแดด จ.เชียงราย
-          จากเว็บไซต์  http://giftforheaven.com/
-          จากเว็บไซต์   http://board.postjung.com/623814.html
-          จากเว็บไซต์   http://m-culture.in.th/album/169845

 

 

 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 02 กันยายน 2014 เวลา 11:48 น.