ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การปลูกสร้างสวนยางพารา การวางแนวปลูกยางพารากับการอนุรักษ์ดินในพื้นที่ลาดเท
การวางแนวปลูกยางพารากับการอนุรักษ์ดินในพื้นที่ลาดเท PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - การปลูกสร้างสวนยางพารา
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2014 เวลา 09:19 น.


                                        การวางแนวปลูกยางพารากับการอนุรักษ์ดินในพื้นที่ลาดเท
                   
           เกษตรกรในจังหวัดเชียงรายมีความสนใจในการปลูกสร้างสวนยางเพิ่มมากขึ้น โดยส่วนใหญ่พื้นที่ที่เกษตรกรต้องการปลูกสร้างสวนยางนั้นเป็นพื้นที่เนินหรือพื้นที่ลาดเท จะเห็นได้จากภาพภูมิประเทศจังหวัดเชียงรายจัดอยู่ในประเภทเทือกเขาสูงในตอนเหนือ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงและภูเขา มีภูเขาสูงสลับซับซ้อนอยู่ทางด้านตะวันออกและตะวันตกทอดยาวในแนวเหนือ-ใต้ มีที่ราบสูงเป็นหย่อมๆ ในเขตอำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า และอำเภอเชียงของ บริเวณเทือกเขาจะมีความสูงประมาณ 1,500-2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ส่วนที่ราบจะเป็นที่ราบระหว่างหุบเขาและที่ราบลุ่มน้ำ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 350-600 เมตร เฉลี่ยระดับความสูงในพื้นที่ราบประมาณ 394 เมตรจากระดับน้ำทะเล (สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย) ดังนั้นการวางแนวปลูกยางกับการอนุรักษ์ดินในพื้นที่ลาดเทจึงจำเป็นที่จะต้องนำมาใช้ในการวางแผนปลูกยางเพื่อสะดวกในการจัดการและป้องกันการพังทลายของดิน
         
การวางแนวและขุดหลุมปลูกยางในพื้นที่ลาดเท
          การเตรียมพื้นที่ปลูกสร้างสวนยางพารา เป็นการปรับพื้นที่ให้มีสภาพเหมาะสมสำหรับการปลูกยาง  ทั้งในด้านการปฏิบัติงานในสวนยาง การอนุรักษ์ดินและน้ำ จึงจำเป็นต้องวางแผนการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
          พื้นที่ลาดเทหรือพื้นที่บนควนเขา การวางแผนปลูกจะใช้วิธีเดียวกับพื้นที่ราบไม่ได้ เนื่องจากพื้นที่ลาดเทหรือควนเขา  มีการไหลบ่าของน้ำฝนจากด้านบนลงไปยังด้านล่าง ก่อให้เกิดการชะล้างและพังทลายของหน้าดิน ทำให้ดินสูญเสียความอุดมสมบูรณ์  ต้นยางอาจถูกน้ำกัดเซาะจนโค่นล้มเสียหายได้  ดังนั้นการปลูกยางในพื้นที่ลาดเท จึงต้องวางแนวปลูกให้สามารถป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน
          การป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดินในสวนยางที่อยู่บนพื้นที่ลาดเททำได้หลายวิธีด้วยกัน  ขึ้นอยู่กับอัตราความลาดเทและสภาพพื้นที่ โดยวิธีการต่างๆ ดังต่อไปนี้ 
          1. กรณีสวนยางที่อยู่บนพื้นที่ที่มีความลาดเทไม่เกิน 15 องศา
สำหรับสวนยางที่อยู่บนพื้นที่ที่มีความลาดเทไม่เกิน 15 องศา ให้ปลูกตามแนวระดับ (Contour Cultivation) หรือทำวิธีต่อไปนี้ร่วมด้วย
- การทำร่องน้ำและคันดักน้ำ (Pit and Bund)  ใช้กับสวนยางที่อยู่บนพื้นที่ที่มีความลาดเทประมาณ 5-15 องศา โดยทำคันดินที่มีฐานกว้างประมาณ 1 เมตร สูง 40-50 เซนติเมตร  เป็นช่วงๆ ช่วงหนึ่งยาวประมาณ 10 เมตร มีช่องเปิดให้น้ำไหลลงไปได้บ้าง  แต่มีคันดักไว้อีกชั้นหนึ่งในแนวถัดไป  แต่ละชั้นห่างกัน 10-15 เมตร เหนือคันดักดินขึ้นไป 50-100 เซนติเมตร ให้ขุดร่องน้ำลึก 60-70 เซนติเมตร กว้างครึ่งเมตร ยาว 2-3 เมตร  ไปตามแนวคันดิน  แต่ละร่องห่างกัน 1-1.5 เมตร  น้ำที่ไหลผ่านร่องน้ำบนลงมาจะไหลลงไปยังร่องน้ำที่ทำไว้ในระดับถัดไป  และจะถูกดักไว้  ถ้ามีน้ำมากกักไว้ไม่อยู่ก็จะล้นร่องน้ำและไหลผ่านทางเปิดที่ไม่มีคันดักลงไปยังร่องน้ำขั้นถัดไป
- การทำชานเฉพาะต้น (Plant Form)  ใช้กับสวนยางที่อยู่บนพื้นที่ที่มีความลาดเทประมาณ 5-15 องศาเช่นกัน  โดยขุดดินบริเวณที่จะปลูกยางให้เป็นชานกว้างยาว 2x2 เมตร  ชานในแถวเดียวกันต้องอยู่ในระดับเดียวกัน  หากทำควบคู่ไปกับการทำร่องน้ำและคันดักน้ำด้วยก็จะดียิ่งขึ้น
          2. กรณีสวนยางที่อยู่บนพื้นที่ที่มีความลาดเทเกิน 15 องศา
สำหรับสวนยางที่อยู่บนพื้นที่ที่มีความลาดเทเกิน 15 องศา ให้ปลูกตามแนวระดับ (Contour Cultivation) รวมกับการทำขั้นบันได (Terrace) ใช้กับสวนยางที่อยู่บนพื้นที่ที่มีความลาดเทเกิน 15 องศาขึ้นไป (ตามคำแนะนำของกรมพัฒนาที่ดิน) และถ้ามีการทำขั้นบันได ยังช่วยให้การปฏิบัติงานดูแลรักษาสวนยางเช่น การปราบวัชพืช การใส่ปุ๋ย  ตลอดจนการกรีดยาง และการเก็บน้ำยาง ทำได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น หากพื้นที่มีความลาดเทมากกว่า 15 องศา การทำขั้นบันไดตามแนวระดับนับเป็นวิธีลดความสูญเสียดังกล่าว และช่วยให้การดูแลรักษาสวนยางไปจนถึงการกรีดยางและการเก็บน้ำยางทำได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
         
ประโยชน์ที่ได้รับจากการปลูกตามแนวระดับและทำขั้นบันได
          การปลูกตามแนวระดับและการทำขั้นบันได มีประโยชน์ต่อเกษตรกรหลายด้านด้วยกัน ทั้งช่วยป้องกันการพังทลายของหน้าดิน  ป้องกันการชะล้างปุ๋ยที่ใส่ให้กับต้นยาง รักษาความชุ่มชื้นและปุ๋ยในดิน ทำให้รากต้นยางยึดแน่นกับดิน  ไม่ถูกน้ำกัดเซาะซึ่งอาจทำให้ต้นยางล้มได้ง่าย และยังช่วยให้ง่ายต่อการปฏิบัติงานในสวน  ทั้งการปราบวัชพืช  การใส่ปุ๋ย การกรีดยางและการเก็บน้ำยาง
          การวางแนวปลูกบนพื้นที่ลาดเทนั้น  จะต้องวางแถวปลูกไปตามแนวระดับของพื้นที่ ต้นยางในแถวเดียวกันต้องอยู่ในระดับเดียวกัน  แต่ในแถวเดียวกันไม่จำเป็นต้องเป็นแถวตรง  แถวนี้จะโค้งจะไปตามรูปของสภาพพื้นที่ลาดชัน ดังนั้นการวางแนวปลูกที่จะลดอัตราการชะล้างพังทลายของดินได้  ต้องเป็นแนวปลูกที่สามารถลดอัตราการความเร็วของน้ำฝน  ซึ่งก็คือ การวางแนวปลูกตามแนวขวางความลาดเทของพื้นที่ (กรมพัฒนาที่ดิน)
 

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำแนวระดับ

 

1. ไม้แนวระดับหรือไม้หน้าจั่ว ทำด้วยไม้หรือโลหะ
ไม้แนวระดับที่ใช้ควรมีความสูงประมาณ 1.25 เมตร เพื่อให้สูงกว่าต้นวัชพืชและดูระดับน้ำได้สะดวก  ส่วนระยะระหว่างขาทั้งสองข้างควรมีความกว้างพอดีกับระยะระหว่างต้นยางที่ต้องการปลูก เช่น 3 เมตร  ส่วนระยะระหว่างขั้นบันไดควรอยู่ระหว่าง 8 เมตร
2. ระดับน้ำช่างไม้

3. เทปวัดระยะ
4. ไม้ชะมบ
5. เชือกขนาดยาว 1 เส้น
6. จอบ


ขั้นตอนวิธีการวางแนวระดับ
          การวางเส้นฐานหรือเส้นแนวหลัก
          เส้นฐานหรือเส้นแนวหลัก เป็นเส้นที่ใช้กำหนดระยะระหว่างแถวยาง มีวิธีการวาง ดังนี้
          หลังจากสำรวจความลาดเทของพื้นที่ทั้งหมด เลือกใช้บริเวณที่มีความลาดชันปานกลาง เป็นเส้นแนวหลักของพื้นที่นั้นๆ ใช้เชือกโยงจากจุดบนสุดมายังจุดต่ำสุดของพื้นที่ ก็จะได้แนวเส้นหลัก
          เมื่อได้เส้นฐานหรือเส้นแนวหลักแล้ว จึงวัดระยะจากขอบแปลงส่วนบนสุดของพื้นที่ลงมา ไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร ปักไม้ชะมบอันแรก  เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการวางระยะระหว่างแถว
          จากไม้ชะมบอันแรก  วัดระยะลงมาตามแนวราบหรือแนวระดับให้ได้ 8 เมตร  ซึ่งเป็นระยะระหว่างแถวที่แนะนำให้ใช้ในพื้นที่ลาดชัน  ปักไม้ชะมบอันที่ 2 จากนั้นวัดระยะและปักไม้ชะมบอันต่อๆ ไป ตามแนวเส้นหลัก  ถัดลงมาเรื่อยๆ จนถึงจุดต่ำสุดของเส้นฐาน  จะได้แนวเส้นฐานมีระยะห่าง 8 เมตร  เป็นระยะระหว่างแถวยางของสวนนั้น  ถ้าหากพื้นที่นั้นมีความลาดชันมาก  ไม่สามารถชูสายเทปให้วัดได้ครั้งละ 8 เมตร อาจแบ่งวัดเป็น 2 ครั้งก็ได้ เช่นวัดครั้งแรก 3 เมตร แล้ววัดอีก 5 เมตร
          การกำหนดแถวจะต้องให้ห่างจากแนวสวนยางเก่าไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร  และไม่ควรกำหนดแถวหลักไปตามแนวเดียวกับสวนยางเก่าเนื่องจากต้นยางที่ปลูกใหม่จะถูกแย่งอาหารและได้รับแสงไม่เพียงพอ

 

          การวางแนวระดับ     
          หลังจากได้เส้นฐานแล้ว ต่อไปก็เริ่มหาแนวระดับในแต่ละแนว เริ่มจากนำไม้หน้าจั่วสำหรับทำแนวระดับที่เตรียมไว้  มาตั้งที่ไม้ชะมบอันบนสุดของเส้นฐาน ให้ขาข้างหนึ่งของไม้ทำแนวระดับตั้งอยู่บนพื้นดินที่ไม้ชะมบอันแรกปักอยู่ค่อยๆ เลื่อนขาอีกข้างหนึ่งหาจุดที่ฟองอากาศของระดับน้ำช่างไม้อยู่ตรงกลางพอดีจึงปักไม้ชะมบที่ปลายขาไม้ทำแนวระดับ
          จากนั้นหมุนขาไม้แนวระดับที่อยู่กับไม้ชะมบอันแรก ไปหาระดับจุดอื่นต่อไป โดยให้ขาที่อยู่กับไม้ชะมบอันที่ 2 อยู่กับที่  ทำเช่นนี้จนสุดเขตสวน
          เมื่อสุดเขตสวนด้านนั้นแล้ว  จึงยกไม้หน้าจั่วกลับมายังจุดเส้นแนวหลักอีกครั้ง ทำการหาแนวระดับอีกด้านจนสุดเขตสวนด้วยวิธีการเดียวกัน  เมื่อหาแนวระดับแถวแรกเสร็จแล้ว จึงเลื่อนลงมาหาแนวระดับของแถวที่ 2 และแถวต่อๆ ไป ด้วยวิธีเดียวกัน จนครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของสวน
          ข้อพึงระวัง  การทำแนวระดับโดยใช้ไม้หน้าจั่วนั้น เมื่อจะเลื่อนไปหาจุดใหม่ ควรใช้วิธีการหมุนไม้  อย่าใช้วิธีการยกไม้  ทั้งนี้เพื่อป้องกันกรณีที่ไม้ทำแนวระดับผิดพลาด  การหาแนวระดับจะได้ไม่ผิดพลาดตามไปด้วย (คู่มือยางพารา, 2547)

 

         

             แถวขาดและแถวแซม
          บางครั้งในขณะที่ทำการหาแนวระดับ แถวอาจเข้ามาชิดกัน เนื่องจากควนเขาบริเวณนั้นมีความลาดชันมากกว่าบริเวณเส้นฐาน  หากแถวเข้ามาชิดกันจนระยะระหว่างแถวห่างกันไม่ถึง 6 เมตร ให้หยุดการหาแนวระดับไว้เพียงเท่านั้นก่อน แล้วเริ่มทำแถวต่อไป แถวที่เกิดกรณีเช่นนี้ เรียกว่า “แถวขาด”
          ในทางตรงกันข้ามกับแถวขาด บริเวณใดที่มีความลาดชันน้อยกว่าเส้นฐาน  แถวก็จะห่างออกไปถ้าห่างเกินกว่า 12 เมตร ให้เพิ่มแถวเข้าไประหว่าง 2 แถวดังกล่าว อีกแถวหนึ่ง  ด้วยการปักไม้ชะมบเป็นหมุดหลัก ณ จุดกึ่งกลางระหว่างแถวแล้วหาแนวระดับออกจากไม้ชะมบอันนั้น  กระทั่งเหลือระยะระหว่างแถวน้อยกว่า 6 เมตร จึงหยุดการทำแถว  ซึ่งแถวที่ได้จากการทำเพิ่มนี้เรียกว่า “แถวแซม”
          ข้อควรปฏิบัติ
          หลังปักไม้ชะมบเสร็จแล้ว  ต้องตรวจนับไม้ชะมบที่ปักไว้  ว่ามีหลุมทั้งหมดจำนวนเท่าใด  หากเฉลี่ยแล้วมีหลุมเกินไร่ละ 80 หลุม ต้องลดจำนวนหลุมในแถวแซมลง  สำหรับพื้นที่ที่มีความลาดชันไม่มากนัก  ก็ไม่จำเป็นต้องขุดขั้นบันไดให้ปลูกตามแนวระดับก็เพียงพอ  ส่วนพื้นที่ที่มีความลาดชันมาก ต้องทำชานเฉพาะต้นหรือขั้นบันได
         

           การขุดชานเฉพาะต้นและการขุดขั้นบันได
          การขุดชานเฉพาะต้น ให้ขุดดินจากควนที่อยู่เหนือไม้ชะมบ มากลบด้านล่างของไม้ชะมบ  ให้ได้ชานเฉพาะต้น ขนาด 2x2 เมตร แล้วจึงขุดหลุมปลูกยางบริเวณกึ่งกลางชานนั้น
          การขุดขั้นบันได เริ่มจากแถวบนสุด โดยขุดดินที่อยู่เหนือไม้ชะมบขึ้นไป 1 เมตร มากลบส่วนที่อยู่ใต้ไม้ชะมบและขุดให้ดินด้านในของชั้นระดับที่ติดควนต่ำกว่าด้านนอกประมาณ 20 เซนติเมตร  ขุดเช่นนี้ต่อเนื่องกันตลอดทั้งแถวที่อยู่ในระดับเดียวกัน
          จากนั้นขุดแถวในระดับถัดลงมาจนครบทุกแถว  ก็จะได้สวนที่มีขั้นบันไดพร้อมปลูกยางได้ ถ้าพื้นที่นั้นมีหินควรนำหินมาเรียงที่ขอบนอกของขั้นบันไดจะช่วยให้บันได้คงทนถาวรขึ้น  หากไม่มีหินอาจใช้ขอนไม้แทนก็ได้  แต่ไม่ควรกลบดินลงบนขอน เพราะเมื่อขอนไม้ผุพังดินที่ขอบขั้นบันไดจะพัง วางขอนไม้กันดินไว้เฉยๆ เมื่อดินจับตัวกันดีแล้ว  แม้ขอนไม้ผุขั้นบันไดก็จะไม่พังตามไปด้วย
          ความกว้างของขั้นบันไดที่น้อยที่สุดควรเป็น 1.5 เมตร แต่ละขั้นให้ตัดดินลึกและเอียงเข้าไปทางเนิน  ตรงขอบด้านนอกให้ทำคันดินสูงประมาณ 30 เซนติเมตรกว้างประมาณ 60-70 เซนติเมตร  น้ำฝนจะถูกบังคับให้ซึมลงดิน ถ้าน้ำไหลออกทางด้านนอกจะทำให้ขั้นบันไดพังทลาย  ต้นยางมีโอกาสโค่นล้มได้ง่าย (คัมภีร์ยางพารา, 2552)

 

           การขุดหลุมปลูกยาง
          ให้เลือกขุดหลุมด้านใดด้านหนึ่งของไม้ชะมบ  และทำเหมือนกันตลอดทั้งสวน  จะได้ระยะระหว่างหลุม 3 เมตรเท่ากับความกว้างของขาไม้หน้าจั่วและควรขุดให้เยื้องเข้าไปด้านในควนเล็กน้อย  เพื่อป้องกันมิให้ขั้นบันไดพังเร็วเกินไปและป้องกันการโค่นล้มของต้นยางอีกทางหนึ่ง  เมื่อปลูกยางไปแล้วหากต้องการแต่งชานเพิ่มเติม ทำได้โดยการขุดดินด้านในควนมากลบต้นยางก็จะอยู่กลางขั้นบันไดพอดี ดินที่ขุดจากหลุมควรเกลี่ยให้กระจายทั่วขั้นบันได เพราะเป็นดินชั้นล่างมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำและขุดเอาหน้าดินที่อยู่บนควนมากลบหลุมแทน
          การปลูกยางบนขั้นบันได
          ให้ปลูกโดยหันแผ่นตายางเข้าหาควน หากหันตายางออกด้านนอก จะทำให้ต้นยางเอียงออกจากควนมากเกินไป ทำให้หักโค่นจากลมพัดได้ง่าย และควรใช้แผ่นไม้หรือไม้ไผ่ผ่าซีก ปักบังตายางเอาเพื่อป้องกันคนหรือสัตว์เดินมากระทบกิ่งที่แตกออกมาทำให้เกิดการหักเสียหายได้ และต้นยางที่ปลูกบนบันไดควรปลูกให้ชิดเข้าไปทางเนินดินให้มากเท่าที่จะทำได้  และต้องหมั่นซ่อมขั้นบันไดให้อยู่ในสภาพดีอย่างสม่ำเสมอด้วย
          การบำรุงรักษาขั้นบันได       
          ขั้นบันไดช่วงใดเป็นที่ลุ่ม เมื่อฝนตกลงมามีน้ำขังควรใช้กระบอกไม้ไผ่ทะลวงข้อให้หมด ฝังลงบริเวณนั้นเพื่อเป็นทางระบายน้ำ  หากดินยุบต่ำกว่าที่อื่นอาจขุดดินด้านบนมากลบเพิ่มเติม  ให้ได้แนวระดับที่สม่ำเสมอ ส่วนขั้นบันไดช่วงใดที่ถูกน้ำกัดเซาะพัง ให้ทำการซ่อมแซมโดยเอาหินมาเรียงที่ขอบขั้นบันไดแล้วขุดดินบนควนมาตกแต่งให้เรียบร้อย  ในบางช่วงที่เป็นทางน้ำไหลเพื่อลดความรุนแรงของกระแสน้ำ ให้หาหินมารองบริเวณนั้นไว้
          การปลูกพืชคลุมดินควบคู่ไปกับการทำขั้นบันไดก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายในระหว่างขั้นบันไดได้เช่นกัน

 

 

แหล่งที่มา
นายฉกรรจ์  แสงรักษาวงค์. 2552. คัมภีร์ยางพารา. นนทบุรี : บริษัท เอ-วัน ฟิวเจอร์ จำกัด.
เอกชัย  พฤกษ์อำไพ. 2547. คู่มือยางพารา. กรุงเทพฯ : เพ็ท-แพล้น พับลิซซิ่ง.
สุทัศน์  ภูมวิจิตรชัย. 2547. คู่มือการปลูกยางพารา. กรุงเทพฯ : ศูนย์ส่งเสริมและฝึกอบรมการเกษตร.
การหาแนวระดับของพื้นที่. เอกสารเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยี. กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ www.ldd.go.th/menu_Dataonline/G3/G3_013.pdf
การอนุรักษ์ดินบนพื้นที่ลาดเท. เอกสารเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยี. กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.  www.ldd.go.th/menu_Dataonline/G3/G3_14.pdf
สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย. (ออนไลน์).

แหล่งทีมา: http://www.chiangrai.doae.go.th/?page_id=431 2557.
แผ่นพับเรื่อง “การวางแนวและขุดหลุมปลูกยางในพื้นที่ลาดเท”. สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง. เอกสารคำแนะสำหรับเกษตรกรโครงการปลูกยางเพื่อยกระดับรายได้และความมั่นคงให้แก่เกษตรกรในแหล่งปลูกยางใหม่.

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 16 กันยายน 2014 เวลา 16:48 น.