ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การปลูกสร้างสวนยางพารา ปลูกยางแถวคู่บนคันนา ณ ทุ่งกุลาร้องไห้
ปลูกยางแถวคู่บนคันนา ณ ทุ่งกุลาร้องไห้ PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - การปลูกสร้างสวนยางพารา
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2014 เวลา 13:33 น.

ปลูกยางแถวคู่บนคันนา  ณ ทุ่งกุลาร้องไห้

                   ภาพ/เรื่อง  วัลลภ   โศภิษฐพันธ์

            หากพูดถึงพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ทุกคนคงจะคิดถึงความแห้งแล้ง  และแหล่งปลูกข้าวผืนใหญ่ของภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ  มาวันนี้ทุ่งกุลาแห่งนี้มิได้ร้องไห้อีกต่อไป  หากจะร้องไห้ก็คงเป็นพืชสวนพืชหนึ่งที่ร้องไห้ออกมาเป็นน้ำสีขาวขุ่น  พืชชนิดนี้เราเรียกว่ายางพาราครับ      ซึ่งคงไม่แปลกหากผู้เขียนกำลังจะบอกว่าทุ่งกุลร้องไห้ที่อดีตบอกว่าแล้งสุดแล้ง  ทำได้เพียงปลูกข้าวในฤดูฝน  วันนี้ทุ่งกุลาร้องไห้มีเกษตรกรพลิกผืนฟื้นชีวิตของทุ่งกุลามาปลูกยางพาราบนคันนาผสมผสานการปลูกข้าวเช่นเดิม   ครับผู้เขียนกำลังแนะนำให้ท่านรู้จักเกษตรกรเจ้าของเรื่องปลูกยางแถวคู่บนคันนา ณ ทุ่งกุลาร้องไห้ คือ  พี่ทองปาน  บุญเที่ยง   เจ้าตำรับปลูกยางแถวคู่บนคันนา ณ  ทุ่งกุลาของบ้านสะเอิง หมู่ 5  ตำบลโพนครก  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์    

               ปี 2548  พี่ทองปานเดินทางไปเยี่ยมพี่ชายที่อยู่ที่อำเภอบ่อไร่  จังหวัดตราด  บอกว่าทำแต่นามีแต่หนี้  พี่ชายจึงได้แนะนำว่าอยากปลดหนี้ทำไมไม่ปลูกยางพารา  ปลูกยางพาราแล้วไม่มีน้ำยางก็ขายต้นได้  ซึ่ง ณ จุดนี้เป็นการจุดประกายของพี่ทองปาน  ตัดสินใจปรับผืนนา  24  ไร่เศษ มาปรับเปลี่ยนยกร่องบนคันนากว้าง  2  เมตร โดยเริ่มปลูกยางพันธุ์ RRIM 600 แบบแถวเดียวก่อน จำนวน 500  ต้น  โดยวางแนวระหว่างต้น 2.20 เมตร เมื่อเริ่มปลูกก็มีอุปสรรคน้ำท่วมขังในผืนนา แถมเพื่อนบ้านเยาะเย้ยปลูกยาง 8 ปีก็ไม่ได้กรีด  ข้าวจะไม่ได้กิน  ยางจะบังหมด แต่พี่ชายก็ยังให้กำลังใจใครว่าก็ช่างเขา อย่าไปสนใจ   ผ่านไปหนึ่งปียางโตสวยดั่งใจ  จึงตัดสินใจปลูกเพิ่มอีก 700 ต้น โดยปรับคันนาปลูกเพิ่มอีกแถวเป็นแถวคู่  โดยมีระยะปลูกระหว่างต้น 2.20  เมตร  และระยะระหว่างแถว 2.50 เมตร  โดยปรับผืนนา ยกร่องเป็นคันนาได้  7 ร่องคันนา  โดยคันนาเริ่มยกร่องกว้าง 3.50 เมตร หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวก็ไถกลบตอซังข้าวโดยไถพรวนเปิดดินเข้าคันนาปัจจุบันคันนากว้าง  5 เมตร  ส่วนระหว่างคันนาแต่ละคันนาซึ่งมีความกว้าง 25 - 26 เมตร  ก็ยังคงยึดอาชีพเดิมคือทำนาปลูกข้าว  โดยในแต่ละปีที่นาให้ผลผลิตข้าวเปลือก 4 ตัน นอกจากแบ่งไว้ทานแล้วยังเพียงพอที่จะนำไปขาย  นอกจากนี้แบ่งที่ดินอีก 2 ไร่ ขุดบ่อเลี้ยงปลาไว้ทานและปลูกมะละกอ  มะม่วง ไว้ทาน   ผ่านไป 7 ปี ยางที่ปลูกก็ให้ผลผลิตโดยเปิดกรีดในเดือนพฤศจิกายน  2555 กรีด 800 ต้น ทำเป็นยางก้อนถ้วยได้ผลผลิตเดือนละ 400-500 กิโลกรัม กรีดได้ 3 เดือนเศษ ได้เงินมา 60,000 บาทเศษ พอกรีดปีที่ 2 กรีดได้ 1,100 ต้น รายได้เพิ่มเป็น 130,000 บาทเศษ  เริ่มเห็นผลหนี้แสนที่ผ่านมาหมดสิ้น  ปัจจุบันพูดได้เต็มปากไม่มีหนี้สินเลย  อยากกินอะไรก็ได้ตามใจอยู่อย่างสบายเพราะข้าวไม่ต้องซื้อ  กับข้าวซื้อบ้าง หาในบ่อปลาบ้าง  ส่วนเงินที่ได้จากยางบนคันนาปลดหนื้สินหมดเกลี้ยง  เปลี่ยนชีวิตอยู่ดีกินดี  ถึงไม่รวยแต่ไม่มีวันจน คือคำพูดที่พี่ทองปานบอกกล่าว  ปัจจุบันเพื่อนบ้านของพี่ทองปาน  ได้เริ่มปรับเปลี่ยนผืนนา ยกร่องเป็นคันนาปลูกยางพาราโดยมาขอคำแนะนำหลายราย  บางรายไปปลูกถึงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดเพราะเห็นตัวอย่างจากพี่ทองปาน    ส่วนการใส่ปุ๋ยบำรุงสวนยางนั้น   พี่ทองปานเล่าให้ฟังว่า การใส่ปุ๋ยบำรุง จะใส่ปุ๋ยหมักที่ทำกับกลุ่มสมาชิกบ้านสะเอิง โดยใช้สถานที่บริเวณแปลงยางของพี่ทองปานเป็นสถานที่ดำเนินการ  โดยพี่ทองปานจะใส่ปุ๋ยอินทรีย์ที่หมัก   ปีละ 60 กระสอบๆ ละ 50 กิโลกรัม โดยใส่ร่วมกับปุ๋ยเคมีปีละ 16 กระสอบ เท่านั้น นอกจากนี้ยังใส่น้ำหมักชีวภาพและฟางข้าวบนคันนาที่ปลูก ปัจจุบันสวนยางของพี่ทองปานได้สมัครเข้าร่วมโครงการบำรุงรักษาสวนและการกรีดยางอย่างถูกวิธีเพื่อเพิ่มผลผลิตของสกย.จ.สุรินทร์    หากเกษตรกรท่านใดสนใจในการปลูกยางแถวคู่บนคันนาติดต่อได้ที่พี่ทองปาน  บุญเที่ยง บ้านสะเอิง  เลขที่ 72  หมู่ที่ 5 ตำบลโพนครก อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์  โทรศัพท์ 08-1265-5337   หรือที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดสุรินทร์ 044-041-080 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2014 เวลา 13:54 น.