ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้ชาวสวนยาง กระบวนการผลิตยางแท่งสกิม
กระบวนการผลิตยางแท่งสกิม PDF พิมพ์
การพัฒนาเกษตรกร - อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้ชาวสวนยาง
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 เวลา 09:21 น.

กระบวนการผลิตยางแท่งสกิม

1.   กระบวนการผลิตยางแท่งสกิม 
องค์การสวนยางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายโรงงาน2) ตั้งอยู่ 65 ม.2  ตำบลกรุงหยัน อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช  ได้ก่อสร้างเมื่อปี 2515 – 2516  ทำการผลิตยางแท่งสกิม ในปี 2523  ได้สร้างโรงงานผลิตน้ำยางข้นและขยายการผลิตน้ำยางข้น  โดยเพิ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์ในปี 2530  ปี 2539 และปี 2551  ปัจจุบันทำการผลิตน้ำยางข้นและยางแท่งสกิม  ในแต่ละปีองค์การสวนยางฯผลิต น้ำยางข้นประมาณปีละ 8,205.265 ตัน และมีปริมาณการผลิตยางแท่งสกิม ประมาณปีละ 740.115 ตันและมีแนวโน้มการผลิตที่เพิ่มขึ้น
                            

                
 กระบวนการผลิตยางแท่ง
Process 

 


ขั้นตอนการผลิต
1. การรวบรวมหางน้ำยาง
น้ำยางสกิมหรือหางน้ำยางที่ออกจากเครื่องปั่นแยก จะถูกลำเลียงบนรางไล่แอมโมเนีย เพื่อให้แอมโมเนียระเหยไป และลงสู่บ่อพักหางน้ำยางสกิม (รูปที่ 1) เพื่อลดปริมาณการใช้กรดซัลฟูริก (กรดกำมะถัน) ในการจับตัวเพื่อผลิตยางแท่งสกิม เนื่องจากถ้าหากหางน้ำยางมีปริมาณแอมโมเนียสูงจะต้องใช้กรดในการจับตัวเป็นปริมาณมาก  

 

                      
รูปที่ 1 แสดงบ่อพักหางน้ำยางสกิมที่ออกมาจากเครื่องปั่น พักหางน้ำยางเพื่อให้ขี้แป้งและของแข็งที่ปะปนออกมาเกิดการตกตะกอนก่อนที่จะปล่อยลงสู่บ่อจับตัว

 

                        
รูปที่ 2 บ่อรวบรวมน้ำยางสกิมมีทั้งหมด 3 บ่อ แต่ละบ่อจะติดแท่งกวน เพื่อกวนไล่ แอมโมเนีย

 

 

2. การจับตัวหางน้ำยาง
เมื่อหางน้ำยางผ่านรางไล่แอมโมเนียแล้ว จะไหลลงสู่บ่อรับหางน้ำยางเพื่อพักหางน้ำยางแล้วจะถูกปล่อยลงสู่บ่อจับตัว ซึ่งมีจำนวน 3 บ่อ หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการทำให้ยางสกิมจับตัวด้วยการเติมกรดซัลฟูริกลงในบ่อผสมน้ำยาง ในกรณีนี้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานต้องคอยสักเกตุการเปลี่ยนสีของน้ำยางจนกระทั่งน้ำยางเริ่มจับตัว ยางที่จับตัวแล้วจะทิ้งไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง (รูปที่4)

 
รูปที่ 3 แสดงการเติมกรดกำมะถันที่ใช้ในการจับตัวหางน้ำยางในขณะที่มีการกวนเพื่อช่วยให้ผสมเข้ากันดีขึ้นเมื่อยางเริ่มจับตัวก็จะหยุดการกวน


               


รูปที่ 4 แสดงการจับตัวของหางน้ำยางที่ผ่านการจับตัวด้วยกรดกำมะถัน ทิ้งให้เกิดการจับตัวที่สมบูรณ์ ก่อนที่จะทำการตัดยาง

          
   รูปที่ 5 แสดงการตัดยางเป็นชิ้นเล็กๆ  หลังจากที่ยางเกิดการจับตัวเรียบร้อยแล้ว  จำทำการตัดยางออกเป็นแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้าเพื่อให้ง่ายต่อการีด 

 

                   
รูปที่ 6   แสดงการลำเลียงยางขึ้นจากบ่อจับ ลงบ่อล้างยางที่ตัดเป็นก้อนแล้ว เพื่อล้างกรดออกจากเนื้อยาง

3. การรีดยาง
ภายหลังจากที่หางน้ำยางหรือยามสกิมจับตัวเป็นก้อนด้วยการเติมกรดซัลฟูริกแล้ว  นำยางสกิมในสภาพที่เป็นก้อน ขึ้นมารีดให้เป็นแผ่นด้วยเครื่องจักรรีด   หลังจากนั้นยางแผ่นจะถูกบดย่อยให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเข้าสู่ขั้นตอนการล้างยางสกิม
                 

               
   รูปที่ 7  การลำเลียงยางเข้าเครื่องรีดที่ 1 ยางที่ผ่านการล้างเรียบร้อยแล้วจะถูก ลำเลียงเข้าจักรรีดตัวที่ 1

 

 

               


                   รูปที่ 8 แสดงยางที่เข้าเครื่องรีดตัวที่ 1 เป็นการรีดยางให้เป็นแผ่นบาง

  

                                     
                                    
             รูปที่ 9 แสดงสายพานลำเลียงที่ผ่านการรีดจากเครื่องรีดตัวที่ 1 ไปยังเครื่องจักรรีดบางตัวที่ 2 


                                          
                                    
                                     รูปที่ 10  เครื่องรีดแบบบางเครื่องที่ 2

 

        
       รูปที่ 11  สายพานลำเลียงจากเครื่องที่ 2 ไป เครื่องจักรรีดตัวที่ 3
        
                   รูปที่12  เครื่องรีดแบบละเอียดตัวที่ 1 ย่อยยางเป็นชิ้นเล็ก ๆ แต่ยังไมเป็นฝอย

 

                                                
                               รูปที่ 13  สายพานลำเลียงเข้าเครื่องตัดละเอียด 2 บดยางให้ละเอียดเป็นชิ้นเล็กๆ   แบบละเอียดมากๆ

                                          


                                          
รูปที่ 14 เครื่องตัดละเอียดตัวที่ 2 ยางที่ผ่านมาทางสายพานลำเลียง จะลำเลียงยางลงทางด้านบนของตัวเครื่อง และปล่อยยางที่บดละเอียดลงทางด้านล่าง ซึ่งมีบ่อล้างรอรับอยู่

 

 4.    การล้างยางสกิม
เมื่อยางสกิมแผ่นที่ผ่านการรีดด้วยเครื่องจักรรีดแล้ว จะถูกลำเลียงเข้าเครื่องตัดย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วลงสู่บ่อล้างยางสกิมเพื่อล้างกรดซัลฟูริกและสิ่งสกปรกออกจากเนื้อยางที่ติดมากับเนื้อยาง โดยมีเจ้าหน้าคอยใช้ไม้กวนยางสกิมที่ย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ แล้ว ในบ่อล้าง ( รูปที่16 )

                                        
รูปที่ 15 แสดงการล้างยาง บ่อล้างยางจะอยู่ทางด้านล่างของเครื่องจักร เพื่อล้างกรดออกจาเนื้อยาง บ่อล้างจำมีการปล่อยน้ำออกตลอดเวลา
5.  การอบยาง 
ยางสกิมฝอยที่ผ่านการล้างกรดซัลฟูริกเรียบร้อยแล้ว จะถูกลำเลียงลงกระบะรองรับลำเลียงเข้าตู้อบ ( รูปที่17  ) ความจุของเตาอบสามารถบรรจุได้ 14 ตะแกรง โดยใช้เวลาในการอบ 14 นาทีต่อตะแกรง ภายในเตาอบประกอบด้วย 2 หัวฉีด (Burner) คือ หัวฉีดตัวที่ 1 ปรับอุณหภูมิที่ 130 องศาเซลเซียส โดยอบเพื่อไล่น้ำออกไปก่อน หัวฉีดตัวที่ 2 ปรับ อุณหภูมิที่ 125 องศาเซลเซียส  ใช้เวลาในการอบ 2-3 ชั่วโมง  ภายในเตามีพัดลมขนาดใหญ่ เพื่อจะทำให้ความร้อนกระจายได้ทั่วทั้งเตา หลังจากนั้นผ่านเครื่องดูดความร้อน เพื่อทำให้เย็น สามารถที่จะเอาออกมาแล้วทำการอัดแท่ง

                                              
รูปที่ 16  แสดงการนำยางใส่ในกระบะ โดยบรรจุให้เต็มกระบะ 1กระบะประกอบด้วย 6 ช่องเล็ก เมื่อบรรจุยางลงไปจะต้องกระจายยางให้สม่ำเสมอเพื่อให้ยางสุกทั่วกันเวลาอบ

                                          
รูปที่ 17   แสดงกระบะที่บรรจุยางเรียบร้อยแล้ว รอการอบอยู่หน้าเตาอบเตรียมเข้าตู้อบ
                                       
   รูปที่ 18  เตาอบด้านข้าง
                                       
    รูปที่  19  เตาอบด้านหลัง
                                                    
รูปที่ 20 แสดงแผงควบคุมวงจรไฟฟ้าของเตาอบซึ่งสำคัญต่อเตาอบอย่างมาก

6. การอัดแท่งการบรรจุ
หลังจากที่ยางสกิมผ่านการอบด้วยอุณหภูมิที่กำหนดแล้ว เจ้าหน้าที่จะนำยางที่อบเสร็จซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งออกจากกระบะ ( รูปภาพ 23)  เพื่อนำมาชั่งด้วยเครื่องชั่งแพ็คละ 33.33 กิโลกรัม เมื่อได้ยางที่มีน้ำหนักตามต้องการแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะนำยางที่ผ่านการชั่ง (รูปที่25) เข้าสู่เครื่องอัดเพื่ออัดเป็นแท่ง (รูปที่26)  เพื่อให้ได้รูปทรงและขนาดตามที่ลูกค้าต้องการ (รูปที่ 27)


                                          
 รูปที่ 21   แสดงการลำเลียงยางออกจากเตาอบ


                   
รูปที่  22  แสดงการนำยางออกจากกระบะ เมื่อยางมีอุณหภูมิเย็นลง เจ้าหน้าที่จะใช้ตะขอเกี่ยวยงขึ้นมาจากกระบะ
       

                   
รูปที่ 23 แสดงการพักยางที่ออกจากระบะเพื่อให้อุณหภูมิเย็นลงก่อนที่จะนำไปชั่งน้ำหนัก
            

                  
                   รูปที่ 24  แสดงการชั่งยางก่อนการอัดแท่ง

                  

 


                      
รูปที่ 25  แสดงการอัดแท่งยางเมื่อได้น้ำหนังตามที่ตามที่ต้อง เจ้าหน้าจะทำการอัดแท่ง โดยเครื่องจักรสำหรับอัดแบบไฮโดรริก

                                         
                      
 รูปที่26 แสดงยางที่อัดแท่งแล้วได้น้ำหนัก 33.33 kg. รอการบรรจุลงถุงพลาสติก

 

 

7. การบรรจุ
ยางแท่งที่ผ่านการอัดแท่งและชั่งน้ำหนักตามรูปทรงและขนาดแล้ว จะถูกบรรจุลงถุงพลาสติก แล้วเก็บไว้ในพาเลทเพื่อรอการส่งออกให้ลูกค้าต่อไป (รูปที่ 29)

                                          
รูปที่ 27  แสดงการบรรจุถุงพลาสติกซึ่งเป็นถุงที่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด

 
                   
รูปที่ 28  แสดงการจัดวางบนพาเลท หลังจากที่บรรจุลงถุงพลาสติกเรียบร้อยแล้ว  และรอการจำหน่ายต่อไป

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 เวลา 15:14 น.