ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

ไม้ยางพาราแปรรูป การผลิตยางแผ่นรมควัน ของโรงงานผลิตยางแผ่นอบแห้ง/รมควัน
การผลิตยางแผ่นรมควัน ของโรงงานผลิตยางแผ่นอบแห้ง/รมควัน PDF พิมพ์
ผลิตภัณฑ์จากยางพารา - ไม้ยางพาราแปรรูป
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันอังคารที่ 01 ตุลาคม 2013 เวลา 09:53 น.
 

สถานีที่ 1

(จุดรับน้ำยาง และการหาเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้นของน้ำยาง)

1.      การเตรียมอุปกรณ์ การบำรุงรักษา และข้อควรระวัง

1.1     เอกสารบัญชีทุกชนิด ติดต่อจากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์

1.2     ถ้วยอลูมิเนียม และถ้วยพลาสติก

1.3     ตู้เอกสาร, โต๊ะ, เก้าอี้

1.4     ตาชั่ง

1.5     ถังรับน้ำยาง

1.6     กรองเบอร์ 40 และ 60

1.7     กรวยตักน้ำยางขนาด 50-60 กรัม

1.8     ช้อนชา

1.9     ถังพลาสติก (สำหรับผสมสารกันบูด)

1.10 ตู้อบตัวอย่างแห้ง

1.11 จักรรีดยางตัวอย่าง (ถ้ามี)

 

2.      การรวบรวมน้ำยางสด – ต้องสะอาดจากสวนยางมาก่อน และไม่เป็นเม็ดพริก

2.1     โซเดียมซัลไฟท์ (Soduim Sulphite) - 2 ½ ขีด ผสมน้ำ 10 ลิตร นำไปใส่ในน้ำยางสด เพื่อป้องกันยางบูด, จับตัว อัตราการใช้ 1 ลิตร ต่อน้ำยางสด 100 ลิตร

2.2     แอมโมเนีย - ใช้กรณีทำน้ำยางข้นเท่านั้น

 

3.      การหาน้ำหนักเนื้อยางแห้ง (Dry Rubber Content) DRC

3.1     ใช้เมโทรแลค – กับบ่อรวมน้ำยาง ก่อนทำแผ่น

วิธีใช้ น้ำ 2 ส่วน + น้ำยางสด 1 ส่วน ค่าอ่านได้คุณด้วย 3

       สูตรการหาเปอร์เซ็นต์น้ำยาง  =  ตัวเลขอื่นได้ x 3  =  …………%

                                                    10

3.2     ช้วิธีอบตัวอย่างแห้ง

 

สูตร 1                   % น้ำยางสด           =    น.น.ตัวอย่างแห้ง  x  100 

                                                                              น.น. น้ำยางสด

 

 

สูตร 2                    น้ำหนักเนื้อยางแห้ง   =   น.น.น้ำยางสด  x  % น้ำยางสด

                                             100

 

 

 

สรุปง่ายๆ เมื่อปฏิบัติ 

-          ถ้าเอาตัวอย่างน้ำยางสด       20  กรัม

น.น. ตัวอย่างแห้ง  x  5  =  % น้ำยาง

 

-          ถ้าเอาตัวอย่างน้ำยางสด       50  กรัม

     น.น. ตัวอย่างแห้ง  x  2  =  % น้ำยาง    

 

สรุปขั้นตอนสถานีที่ 1

 

 

 

3.       จากข้อ 1 และ ข้อ 2 ตัวเลขที่ได้ไปหาน้ำหนักเนื้อยางแห้งทั้งหมดของสมาชิกต่อไป ตามสูตร 1 และสูตร 2 ที่กล่าวไว้แล้ว

 

 

ข้อควรระวังสถานีที่ 1

1.       ไม่รับน้ำยางที่บูด หรือเริ่มเป็นเม็ดพริก

2.       ต้องรอบคอบ และซื่อสัตย์ ในการหาเปอร์เซ็นต์น้ำยาง

3.       ล้างถูอุปกรณ์ทุกชนิด โดยเฉพาะบ่อน้ำยาง และบริเวณหน้าโรงงาน

4.       ป้องกันน้ำยางจับตัว หรือบูด ด้วยโซเดียมซัลไฟท์ในบ่อรวมน้ำยาง

 

 

 สถานีที่ 2

(การทำแผ่นยาง)

การเตรียมอุปกรณ์ และการดูแลรักษา

1.      ตะกง (มี 33 ขีด)  -  ทำกระเดื่องไว้เปิดจุกยาง

2.      แผ่นเสียบ           -  ทำเสร็จต้องล้างทุกวัน อย่าแช่ทิ้งไว้ผิวจะกร่อน

3.      จักรรีดยาง

3.1   หล่อลื่นเฟือง โซ่ ลูกปืนขอนจักร ด้วยจารบี

3.2   อย่าอัดจารบีมากเกินไป (จะดันลูกยางออก)

3.3   อย่าให้น้ำมันถูกแผ่นคลัชท์

3.4   โซ่หย่อนเต็มที่แล้วตัดโซ่ได้ 1 ข้อ

 

การปรับตั้งจักรอย่างง่ายๆ

1.  หมุนขอนจักรทุกตัวให้ชิด แล้วค่อยปรับขึ้น

2.  ปรับจากขอนสุดท้ายให้ห่างเพิ่มขอนละนิด และให้ห่างเพิ่มขึ้นไปถึงขอนแรกประมาณ 3 มม., 1/10, 1/8, 1/6, 1/4 ของรอบตามลำดับ

3.  ทดลองรีดยาง แล้วปรับใหม่ให้เหมาะสมอีกครั้ง แล้วล็อคให้แน่น

 

เมื่อขอนจักรไม่หมุน หรือหมุนแต่กำลังน้อยทำให้ยางติดคาใต้ขอน

สาเหตุ

1.  น๊อตยึดแผ่นคลัชท์หลวม แก้โดย คลายน๊อต แล้วหมุนดันตัวยึดคลัชท์เข้าในแล้วขันน๊อตเหมือนเดิม

2.  แผ่นคลัชท์ถูกน้ำมัน – ต้องถอดมาล้าง – ตากแห้ง – ประกอบกลับไปใหม่

3.  เศษยางติด

 

4.      ไม้ราว      -  เหลาตกแต่ง อบแห้งก่อนใช้

    -  ไม้ราวเก่าแตก – คัดออก, ขึ้นรา – ให้ถูล้างก่อนใช้

5.      รถแขวนยาง (เก๊ะ)  -  จำนวนแผ่นยางที่ตั้งได้ ต้องนับจำนวนราวแต่ละโรง เพราะไม่เท่ากันแต่อยู่ประมาณ 1,200 – 1,400 แผ่นต่อ 3 เก๊ะ

6.      สายยางท่อน้ำ, น้ำนยาง

 

อุปกรณ์เพิ่มเติม (เพื่อสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัยต่อชีวิต)

7.      ถังน้ำพลาสติก  -  สีใส ขนาดไม่น้อยกว่า 10 ลิตร สำหรับตักกรด 2% จากถังใหญ่

8.      ถังพลาสติก  -  100 ลิตร หรือถังไฟเบอร์ 200 ลิตร สำหรับผสมกรด 2%

9.      ภาชนะพลาสติก ไว้ตวงกรด 90% หรือ 94% โดยทำขีดหมายที่ 1, 2, 3, 4 ลิตร

10.     ภาชนะกวาดฟอง

11.     กรวยบีบน้ำกรด (ป้องกันอันตรายจากกรดเข้มข้น)

 

หมายเหตุ 1. ห้ามทำยางโดยตักกรดเข้มข้น (90%, 94%) ทีละตะกง เพราะจะระเหย ทำลายเยื่อจมูก

 

      

2. กรดฟอร์มิคเข้มข้น ต้องทำให้เป็นกรด 2% ในภาชนะใหญ่ๆ

 

การเตรียมกรดฟอร์มิค 2%

 

     สูตร     N1 V1  =  N2 V2

 

N1  =  ความเข้มข้นของกรดที่ต้องการ         =  2%

V1  =  ปริมาตรของน้ำที่ผสม                  =  V1  ลิตร

N2  =  ความเข้มข้นของกรดเดิม               =  94%

V2  =  ปริมาตรของกรดเดิม (สมมุติ 1 ลิตร)  =  1  ลิตร

 

แทนค่า      2  x  V1  =  94  x  1

                      V1  =  47  ลิตร

 

แสดงว่า เมื่อนำกรดฟอร์มิค 94% มา 1 ลิตร ต้องผสมน้ำ 47 ลิตร

 

ถังผสมกรด 2% ขนาด 100 ลิตร หรือ 200 ลิตร         ถังผสมกรด 2% ขนาด 100 ลิตร หรือ 200 ลิตร

 

สารฟอกสี (Sodium metabisulphite)

          อัตราการใช้ระหว่าง 0.02 – 0.06%  ของ  น้ำหนักยางแห้ง

                หรือ   ยางแห้ง  1  กก.      ใช้สารฟอกสี      0.2 – 0.6 กรัม

                  ถ้า   ยางแห้ง  27 กก.      ใช้สารฟอกสี  0.2 x 27    0.6 x 27 กรัม  =  5.4 – 16.2 กรัม

 

ข้อดีของการผลิตยางแผ่นรมควันที่ DRC 18%  (ของโรงรม สกย.)

1.       แก้ปัญหาน้ำยางล้น เพราะรับน้ำยางสดได้ประมาณ 5,000 ลิตรต่อวัน

2.       ได้น้ำหนักยางแห้ง ห้องละประมาณ 1 ตัน (1,395 แผ่น x 772 กรัม)

3.       ลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ เพราะมีกำลังผลิตเต็ม ต้นทุนต่อหน่วยจึงลดลง

 

ข้อดีของการผลิตยางแผ่นที่ 30 ขีดตะกง (หลีกเลี่ยงผลิตที่ 33 ขีด เพราะเศษยางติดซอกแผ่นเสียบ)

1.       เมื่อเสียบแผ่นเสียบแล้ว ระดับน้ำยางจะสูงประมาณ 33 ขีด ทำให้ไม่มีเศษยางติดในซอกร่องตะกง

2.       ล้างตะกงง่ายขึ้น ประหยัดเวลา และทำแผ่นได้เร็วขึ้น

3.       ยางแข็งตัวเร็วกว่า ทำให้รื้อและรีดได้เร็วขึ้น (น้ำน้อยยางแข็งเร็ว)

4.       คนงานทำงานได้ง่ายขึ้น และมากกว่าเดิมในเวลาเท่ากัน

5.       ไม่มีผลต่อคุณภาพของยางรมควันแต่ประการใด

 

อัตราการใช้กรดฟอร์มิคผลิตยางแผ่นดิบ (0.4 – 0.6% ต่อน้ำหนักยางแห้ง)

 

หรือ น้ำหนักยางแห้ง 1 กก. ใช้กรด

4

5

6

กรัม

1 ตะกง มี น. น. ยางแห้ง 38.61 กก. ใช้กรด

4 x 38.61

= 154

5 x 38.61

= 193

6 x 38.61

= 231

กรัม

คิดเป็นกรด 90% เป็น

= 171

= 215

= 256

ซีซี

คิดเป็นกรด 94% เป็น

= 164

= 205

= 245

ซีซี

หรือใช้กรด 2%

7,600

9,600

11,500

ซีซี

7 ½

9 ½

11 ½

ลิตร

หมายเหตุ ไม่แสดงวิธีทำ เพราะจะยุ่งยาก แต่คิดสูตรสำเร็จไว้ เพื่อให้เกษตรกรเข้าใจง่าย

สรุปจากตารางการใช้กรด 2% (สำหรับผลิต  RSS 18%)

1.       ใช้ 9 ลิตร เหมะสมที่สุด (ที่สีและความยืดหยุ่น)

2.       ถ้าใช้กรดน้อย เช่น  7 ½  ลิตร แผ่นยางรมควันจะรื้อจากราวง่าย แต่สีของแผ่นยางรมควันจะเป็นสีน้ำตาลทึบ, ความยืดหยุ่นลดลงเล็กน้อย

3.       ใช้กรด 11 ½ เหมาะกับ

3.1   รีดยางวันทำแผ่น (เพราะแผ่นยางจะไม่ฉีกขาด และแข็งตัวเร็ว)

3.2   เมื่อน้ำยางมีสารกันบูดเจือปนมาก

สรุป จะใช้กรด 2% กี่ลิตร ให้ดูที่

1.       เมื่อรื้อแผ่นยางจากตะกง มีน้ำขุ่นขาว หรือ น้ำใสตามปกติ

2.       น้ำยางมีสารกันบูดผสมอยู่มากหรือไม่

3.       รมควันออกมา แผ่นยางมีลักษณะอย่างไร

ถ้าใช้กรดอ่อนเกินไป  - เมื่อรื้อแผ่นยางออกจากตะกง น้ำในตะกงจะสีขาวขุ่น

     - ยางในตะกงจะบูดง่ายเมื่อทิ้งข้ามคืน  และเนื้อแผ่นยางจะไม่แน่น  แต่จะมีน้ำ/มีก๊าซ อยู่ในแผ่นคล้ายฟองน้ำ

                        - รมควันออกมา แผ่นยางสีจะไม่เหลืองใส

 

          การรื้อแผ่นยาง

1.  ถอดแผ่นเสียบ

2.  หล่อเลี้ยงด้วยน้ำ

3.  จัดวางในบ่อแช่ให้ถูกต้องเป็นแถวๆ และหยิบขึ้นรีดสะดวก

4.  ถ้ารื้อยางแล้วไม่ได้รีด ไม่ว่าเหตุผลใด ต้อง

4.1   ทำให้แผ่นจมใต้น้ำ เช่น ปิด, กดทับด้วยของหนัก มิเช่นนั้นแผ่นยางจะดำเมื่อรมควัน

 

การแก้ปัญหายางจับตัวขณะทำแผ่น

-     ขณะทำแผ่น ถ้าปรากฏว่าน้ำยางจับตัวเร็ว เสียบแผ่นเสียบไม่ทัน ยางเกิดเม็ดพริกทันที ให้เสียบแผ่นอย่างรวดเร็ว

-     แล้วเพิ่มสารกันบูดในบ่อน้ำยางทันที เพื่อหยุดยั้งการจับตัว

-     และเมื่อนำน้ำยางมาทำแผ่น ต้องเพิ่มกรด 2% ให้มากกว่าเดิมด้วย

 

การรีดยาง

1.  รีดยางแล้ว ล้างน้ำ นำขึ้นแขวนบนเก๊ะ

2.  ตากไว้ 3 – 5 ชม. ก่อนนำเข้าห้องรม และห้ามทิ้งข้ามคืน จึงนำเข้ารม เพราะยางจะบูดและดำเมื่อรมควัน

3.  อย่านำยางรีดใหม่ๆ ไปฝากรมกับห้องอื่นที่รมไปก่อนแล้ว เพราะจะทำให้ยางในห้องดำและเสียทั้งห้อง

4.  ถ้าแผ่นยางยังไม่แข็ง มักจะฉีกขาดง่าย แก้โดยเพิ่มกรด 2%

5.  ถ้าหัวแผ่นยางพับ ให้ใช้มุมแผ่นยางป้อนเข้าก่อน

 

การผลิตยางแผ่นรมควันที่ DRC 18%

 (น้ำหนักยางแห้งต่อตะกง = 38.61 กิโลกรัม)

 

 

ทำยางแผ่นที่ 33 ขีดตะกง

 

ทำยางแผนที่ 30 ขีดตะกง

ลำดับ

% ความเข้มข้นของน้ำยางสด

ปริมาณน้ำยางสด

ปริมาณน้ำสะอาด

 

ปริมาณน้ำยางสด

ปริมาณน้ำสะอาด

1

25

23.76

9.24

 

23

7

2

26

22.85

10.15

 

22

8

3

27

22

11

 

22

8

4

28

21.21

11.79

 

21

9

5

29

20.48

12.52

 

20

10

6

30

19.80

13.20

 

19

11

7

31

19.16

13.84

 

19

11

8

32

18.56

14.44

 

18

12

9

33

18

15

 

18

12

10

34

17.48

15.52

 

17

13

11

35

16.97

16.03

 

17

13

12

36

16.50

16.50

 

16

14

13

37

16

17

 

16

14

14

38

15.63

17.37

 

15

15

15

39

15.24

17.76

 

15

15

16

40

14.85

18.15

 

14

16

17

41

14.49

18.51

 

14

16

18

42

14.14

18.86

 

14

16

19

43

13.81

19.19

 

13

17

20

44

13.50

19.50

 

13

17

21

45

13.20

19.80

 

13

17

ตารางนี้เป็นทฤษฏีหลักวิชาการ ตัวเลขมีทศนิยม

 

ตารางนี้ปรับใช้จริงในโรงงาน เป็นจำนวนเต็ม

 

หมายเหตุ น้ำกรดฟอร์มิค 2% ใช้ 7 ½ - 11 ½ ลิตรต่อตะกง ตามที่กล่าวไว้แล้ว และที่เหมาะสม

 

 

สถานีที่ 3

(การรมควันและคัดเกรด)

การเตรียมอุปกรณ์ และการดูแลรักษา

1.       เตา

2.       ไม้ฟืน

3.       เก๊ะ (รถแขวนยาง)

4.       ห้องรม – เกย์ความร้อน

5.       ความร้อน

6.       การคีบยาง, การคัดชั้น

 

1.      เตา     - มี 7 ห้องๆละ 3 เก๊ะ จุยางแผ่นได้ 1,200 – 1,400 แผ่น ขึ้นอยู่กับจำนวนราวไม้ไผ่ของแต่ละเก๊ะ หรือแต่ละโรง

- ก่อนนำยางเข้ารมต้องอุ่นเตา 2 – 3 ชม. และต้องสะเด็ดน้ำประมาณ 3 – 5 ชม. หลังรีดยางและแขวนราวเสร็จ

 

1.1   ท่อขนาด 4 นิ้ว ในห้องมี 12 ทอน

- จะเปิดท่อประมาณ 10 – 15% โดยใช้ฝาท่อปิดตะแกงให้ควัน/ความร้อน พุ่งเข้าผนังห้อง หรือสลับทิศไปมา

หตุผล ที่ไม่เปิดหมดเพราะควัน/ความร้อน เข้ามามาก ทำให้ยางดำคล้ำ

- เมื่อใช้ไปนานๆ ต้องขูดเขม่าที่ฝาท่อ และในท่อออกให้หมด

- เมื่อนำเก๊ะเข้าห้องรม ให้ตรวจสอบอย่าให้ถูกฝาท่อกระเด็น เพราะจะทำให้ยางบริเวณนั้นดำหรือละลาย

1.2   ท่อขนาด 8 นิ้ว

- เปิดหมด 100% ให้เปิดที่ลิ้นภายในห้อง แล้วสังเกตการพุ่งของควันไฟที่ปลายปล่องบนหลังคา เพราะตำแหน่งลิ้นปิดเปิดของแต่ละห้อง หรือแต่ละโรงทำไว้ไม่เหมือนกัน

- ถ้าท่อ 8 นิ้วปิด จะทำให้ไฟดับ ยางแผ่นจะบูด-ดำ-คล้ำ-และมีราขึ้น

- กรณีที่ท่อ 8 นิ้วอุดตัน จะไม่มีควันพุ่งออกจากปลายปล่อง

วิธีแก้ไข      - ถ้าห้องรมมีความเย็นแล้วให้คลานเข้าไปในเตา แล้วเอาเขม่าที่อุดตันที่ข้องอของท่อบริเวณใต้ประตูห้องออกให้หมด

               - ถ้าห้องรมยังร้อน เพราะต้องใช้รมติดพันอยู่ ให้ผ่าท่อบริเวณประตูห้องรม แล้วล้วงเอาเขม่าออกให้หมด แล้วเชื่อมท่อไว้ดังเดิม

              - ใน 1 ปีของการรมควัน เมื่อหยุดรมต้องให้คนเตาคลานไปในเตา เอาเขม่าควันออกทุกห้องจะดีที่สุด

              หมายเหตุ กรณีท่อ 8 นิ้วอุดตัน พบที่โรงรมราษฎร์ประดิษฐ์ อ.ทุ่งสง และนาเขลียงพัฒนา อ.ฉวาง

 

ข้อสังเกตว่าท่อ 8 นิ้ว เปิดถูกต้องหรือไม่/หรือท่ออุดตัน

1. ตรวจดูการพุ่งของควันไฟ ที่ปลายปล่องว่าออกมามากและพุ่งแรงหรือไม่

     1.1 ถ้าออกมากและพุ่งแรง แสดงว่าตำแหน่งลิ้นเปิดถูกต้อง

     1.2 ถ้าควันไม่ออก แสดงว่าตำแหน่งลิ้นปิด หรือไม่ก็ท่อ 8 นิ้วตัน

2. ไม้ฟืนในเตากลายเป็นถ่านดำทั้งท่อน แสดงว่าท่อ 8 นิ้วปิด ให้ตรวจตำแหน่งปิด-เปิดของลิ้น แล้วดูการพุ่งของควันที่ปลายปล่อง

     - ถ้าควันพุ่งมาก แสดงว่าเปิดตำแหน่งนั้นถูกต้อง

     -  ถ้าไม่มีควันพุ่งมาเลย แสดงว่าภายในท่ออุดตัน ต้องแก้ไขตามที่กล่าวไว้แล้ว

 

2.       ไม้ฟืน  - ใส่ครั้งละ 2 – 4 ท่อน แล้วแต่ขนาด และอยู่ได้ประมาณ 3 ชม.

  ไม้ฟืนสด  - ไฟดับง่าย, ควันมาก, ยางดำคล้ำ, ยางบูด, มีราขึ้น คนอยู่เตาจะเหน็ดเหนื่อย

  ไม้ฟืนแห้งและผุ            -  ไฟหมดเร็ว (คนเตาเหนื่อยเช่นกัน), สิ้นเปลือง, ยางสีเหลืองสวยเพราะไม่มีควัน

  ไม้ฟื้นแห้งหมาดๆ  -  เหมาะสมที่สุดในการรมควัน (ไม่ต้องผสมไม้ฟืนสดและแห้ง)

                   -  ฟื้นแห้งหมาดๆ จะพอดีกับการรมควันทุกกรณี

          ดังนั้น โรงรมต้องทยอยสั่งไม้ฟืนมาไว้ล่วงหน้าก่อนใช้ประมาณ 20 วัน อย่าให้ไม้ฟืนจะหมดแล้วจึงสั่ง

 

3.       เก๊ะ (รถแขวนยาง)

3.1 เก๊ะแขวนยาง           -  ตากยางไว้ประมาณ 3 ชม. ก่อนนำเข้ารมควัน

3.2 ราวไม้ไผ่        -  เมื่อเอาเก๊ะเข้าห้อง ให้ปลายราวชี้ออกนอกห้อง เพราะจะทำให้แผ่นยางไม่กั้นการเคลื่อนที่ของความร้อนจากท้ายห้องมาหน้าห้อง

3.3 วันที่ยางสุกให้เอาเก๊ะออกได้เลย ไม่ต้องรอให้เย็นก็ได้

3.4 ถ้าวันใดที่ยางรมไม่ถึง 3 เก๊ะ ให้วางเก๊ะไว้กลางๆ ห้อง (ไม่ชิดผนังสุด) ยางที่รมควันจะสวยสม่ำเสมอ - ไม่ดิบ, ไม่พอง

4.      ห้องรมควัน

4.1   ลิ้นปิด-เปิดเพดาน  -  เปิดระบายความชื้น 2 วันแรก เพราะแผ่นยางใหญ่ มีความชื้นมาก

        -  ปิดวันที่ 3 – 4 ของการรมควัน

 

5.       อุณหภูมิ (ความร้อน)  -  ให้ดูที่เกย์ ถ้าเกย์ความร้อนไม่เสีย

 

หมายเหตุ 1. แต่ในความเป็นจริง การใส่ไม้ฟืน 2 – 4 ท่อน ตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้าย อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นเองโดยอัตโนมัติ เพราะความชื้นค่อยๆ ลดลงจากวันแรกถึงวันสุดท้าย ซึ่งก็ทำให้ความร้อนค่อยๆ เพิ่มขึ้นนั่นเอง (ไม่มีเกย์ความร้อนก็รมควันได้) แต่ระวังวันสุดท้าย อย่าให้ไม้ฟืนมากเกินไป เพราะเตามันร้อนอยู่แล้ว

  2. ถ้าอุณหภูมิสูงเกินกำหนด ให้เปิดเพดาน, เปิดประตูหน้าห้อง, ลดฟืนลง อย่างหนึ่งอย่างใด หรือทั้งหมด จนกว่าอุณหภูมิจะกลับมาที่ต้องการ

  3. ยางที่รมแล้วสุกไม่สม่ำเสมอและดำคล้ำ แก้โดยนำมาล้างน้ำใหม่ แล้วเอาเข้ารมอีกครั้ง จะทำให้สุกทั่วแผ่น (เช่นยางที่ไฟไม่ติดใน 2 วันแรก)

  4. การปิดเพดานวันสุดท้าย อาจจะเปิดแง้มเล็กน้อยก็ได้ เพื่อลดควัน

         

          สาเหตุของยางที่มีฟองอากาศ

  1. กวนน้ำยางกับน้ำไม่ทั่วถึง หรือขณะผสมกรด กวนน้ำกรดไม่ทั่วถึง

  2. ขณะผสมน้ำยางกับน้ำ เกิดฟองอากาศมาก และกวาดฟองไม่หมด

  3. น้ำยางก้นบ่อจะมีฟองอากาศมาก ต้องผสมน้ำให้มากกว่าการทำแผ่นปกติ

  4. ยางทิ้งข้ามคืน และผสมน้ำกรดน้อย จะเกิดก๊าซหมักหมม และซึมซับในเนื้อแผ่นยาง สังเกตขณะรีด จะมีเสียงฟองอากาศแตก

  5. ขณะทำแผ่นยาง ยางเกิดเม็ดพริก แล้วยังผสมกรดน้อย จะเกิดก๊าซหมักหมมในแผ่นยางเช่นกัน (แก้โดยใส่สารกันบูดเพิ่ม และเพิ่มกรด 2% ให้มากขึ้นกว่าเดิม)

 

ยางรมควันสีดำคล้ำ ไม่ใสสม่ำเสมอและมีเชื้อรา

                    สาเหตุ 1. ไฟดับ

1.1   ไม้ฟืนสด

1.2   ท่อ 8 นิ้ว ปิด

1.3   คนเตาหลับลืม

2. แผ่นยางบูดเน่าขณะทำแผ่น และรีด

3. แผ่นยางดิบ ถูกอากาศนานเกินไป เช่น ไม่หล่อเลี้ยงน้ำในตะกง, ขึ้นราวยางแล้วทิ้งไว้ข้ามวันข้ามคืน ไม่รมภายใน 3 – 5 ชม.

4. หลังคารั่วและมีฝนตกขณะรมควัน

5. นำแผ่นยางที่เปียกน้ำ (ไม่สะเด็ดน้ำ) เข้ารมควัน

6. ไม่เปิดเพดานใน 2 วันแรก ทำให้หยดน้ำหล่นจากเพดานกลับมาถูกแผ่นยางตลอดเวลา

7. นำยางที่รีดวันนี้ ไปฝากรมกับยางวันก่อน

8. เปิดท่อ 4 นิ้ว มากเกินไป ทำให้ควันเข้ามาก

 

          สาเหตุของยางรมควันพุพอง

  1. อุณหภูมิไม่สม่ำเสมอ เช่น การรุกไม้ฟืนของคนเตา

  2. อุณหภูมิสูงเกินไปอยู่นาน เช่น วันสุดท้าย ยางใกล้สุกตลอดแผ่นแล้ว ไม่ลดไฟลง

  3. เปิดท่อ 4 นิ้วกว้างเกินไป อุณหภูมิในห้องร้อนเกินกำหนด และไม่มีเกย์วัดความร้อน

  4. อุณหภูมิของเกย์วัดความร้อนหน้าประตู ต่ำกว่าอุณหภูมิห้องด้านในสุด ขณะที่ความร้อนด้านในผนังสุด สูงกว่าเก๊ะหน้าประตู (จากเหตุผลนี้ ทำให้แนะนำอุณหภูมิระดับต่ำที่ 40 - 45 องศา, 45 - 55 องศา, 55 - 60 องศา และ 60 - 65 องศา ตามลำดับ)

  5. แผ่นยางถูกวางในแนวขวาง การหมุนเวียนของความร้อนในห้องรม ทำให้เก๊ะในสุดร้อนกว่าความเป็นจริงจากเกย์วัดเหมอืนข้อ 4 แก้โดยวางเก๊ะให้ราวไม้ไผ่ยื่นหัวเข้าใน ท้ายยื่นออกนอกประตู

                      6. ในทางตรงกันข้ามถ้าเกย์วัดอยู่หลังเตา อุณหภูมิที่กำหนดจะเป็น 45 - 55 องศา, 55 - 60 องศา, 60 - 65 องศา, 65 - 70 องศา คือสูงได้อีก 5 องศา

                  

1.      การคีบยางและการคัดชั้น

- คีบส่วนที่ไม่สุกออก, เศษสกปรกอื่นๆ แล้วคัดชั้นแยกให้ชัดเจน

6.1 ยางรมควันสีเหลือง

6.2 ยางรมควันสีน้ำตาล

6.3 ยางรมควันฟองอากาศ, พองไฟ

6.4 เศษยาง

หมายเหตุ – ถ้าจะเก็บไว้นานๆ เพื่อรอราคาหรือเก็งกำไร ต้องหุ้มด้วยถุงพลาสติก ป้องกันยางติดแน่น, ป้องกันเชื้อรา, ป้องกันสิ่งสกปรกอื่นๆ

 

สาเหตุการผลิตยางแผ่นรมควันให้มีสีเหลืองใสโดยไม่ใช้สารฟอกสี เพราะใช้เทคนิคการรมควันกึ่งอบแห้ง โดย

          1. ชนิดพันธุ์ยางใช้ RRIM 600, GT1

          2. ใช้ไม้ฟืนแห้งขนาดพอดีๆ (ไม่ใช้ไม้ฟืนสด)

          3. เปิดท่อ 4 นิ้ว เพียงเล็กน้อย

          4. เปิดท่อ 8 นิ้ว ตลอดเวลา

          5. เพดานห้องรมจะปิด 2 วันสุดท้าย เพื่อให้สุกเร็ว หรือจะเปิดแง้มไว้นิดๆ ก็ได้เพื่อลดควัน เช่นไม้ฟืนสดควันมาก

 

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

     ถึงแม้ท่านจะผลิตยางได้ถูกต้องและสำเร็จ แต่สหกรณ์ของท่านจะล้มเหลว ถ้า

1. กรรมการไม่ซื่อสัตย์

2. สมาชิกไม่ซื่อสัตย์ และไม่สามัคคี

3. ระบบบัญชีไม่ถูกต้อง และเรียบร้อย ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

4. กรรมการไม่รักษาผลประโยชน์ของสหกรณ์ฯ เช่น การประหยัดต้นทุนพวกไม้ฟืน, ค่าแรง, การตลาด ที่ไม่เลือกขายยาง ณ ตลาดที่ให้ผลตอบแทนต่อสหกรณ์ฯ สูงกว่าที่อื่นๆ

5. พนักงานกองทุนฯ สวนยาง ไม่ควบคุมให้ใกล้ชิด

6. เจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ไม่ควบคุมให้ใกล้ชิด