ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การปลูกสร้างสวนยางพารา นวัตกรรมในการปลูกพืชผัก
นวัตกรรมในการปลูกพืชผัก PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - การปลูกสร้างสวนยางพารา
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันจันทร์ที่ 30 กันยายน 2013 เวลา 14:32 น.

 

นวัตกรรมในการปลูกพืชผัก

ผักเป็นอาหารประจำวันของมนุษย์ เป็นแหล่งอาหารให้แร่ธาตุวิตามินที่มีคุณค่าทางอาหารสูง มีราคาถูกเมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อสัตว์จากข้อมูลวิจัยกล่าวว่า มนุษย์เราควรบริโภคผักวันละประมาณ 200 กรัม เพื่อให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุและวิตามินอย่างเพียงพอ

ผลการวิจัยของศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักแห่งเอเซีย ชี้ให้เห็นว่าประชากรของประเทศไทย โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์และพวกเด็ก ๆ มักขาดแคลนแร่ธาตุวิตามินกันมาก ประกอบกับปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบทำให้มีค่าครองชีพสูงชึ้น ดังนั้นกรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้มีการรณรงค์ให้มีการปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเองในครอบครัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีพืชผักเพียงพอแก่การบริโภคในครัวเรือน ทำให้ได้รับสารอาหารครบตามความต้องการของร่างกายและช่วยลดภาวะค่าครองชีพ

การปลูกผักแบบใหม่ๆที่สามารถนำไปทำเองที่บ้าน ยกตัวอย่างเช่น การปลูกผักกลับหัว การปลูกผักในล้อยาง และ การปลูกบนต้นกล้วย

1. การปลูกผักกลับหัว

 

การปลูกพืชกลับหัวเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรและผู้ที่สนใจปลูกผักไว้บริโภคในครัวเรือน ซึ่งวิธีดังกล่าวพบว่าพืชมีการเจริญเติบโตได้ดี และยังนำพืชที่ปลูกแบบกลับหัวมาตกแต่งจัดสวนภายในบ้านหรือสถานที่ต่าง ๆ ทำให้เกิดความแปลกแก่ผู้พบเห็น

สำหรับบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม การปลูกผักกลับหัวนำไปแขวนด้านบน ส่วนพื้นที่ด้านล่างยังใช้ประโยชน์ได้อีก นอกจากจะช่วยประหยัดพื้นที่ปลูกแล้ว ยังสามารถมีผักต่าง ๆ เก็บไว้ทานด้วยฝีมือตัวเอง

ในต่างประเทศทำเป็นชุดผลิตภัณฑ์การปลูกผักกลับหัวแบบสำเร็จรูปออกมาขาย บรรจุกล่องสวยงาม เพียงผู้ซื้อนำชุดทดลองปลูกที่มีอยู่ในกล่องมารดน้ำดูแลตามคำแนะนำ ก็จะได้ผักกลับหัวปลูกไว้ที่บ้านหรือประดับตามสวน

วิธีการปลูกผักกลับหัว

เริ่มจากการนำวัสดุปลูก เช่น ขุยมะพร้าวหรือดิน(หากต้องการปลูกพืชที่มีขนาดใหญ่เช่น มะเขือเทศควรเลือกใช้วัสดุปลูกที่มีน้ำหนักเบา เช่น ขุยมะพร้าว) ใส่ลงในกระถางให้เต็ม แล้วนำแผ่นกระเบื้องสี่เหลี่ยมมาปิดด้านบนของกระถาง ใช้นิ้วหนีบกระเบื้องไว้กับกระถางเพื่อป้องกันวัสดุปลูกร่วงหล่นแล้วคว่ำกระถางเพื่อให้ก้นกระถางหันขึ้นด้านบน นำต้นกล้าพืชลงปลูกในรูก้นกระถาง รดน้ำให้ปุ๋ยตามปกติ รอจนต้นโตสูงอย่างน้อย 1 ฟุตแล้วจึงพลิกกระถางเพื่อให้ต้นพืชกลับหัว เจาะรูที่ขอบกระถางสำหรับร้อยลวดแล้วจึงนำไปแขวน นอกจากนี้ด้านบนของกระถางยังสามารถปลูกผักขนาดเล็กชนิดอื่น เช่น ผักสลัดได้อีกด้วย

 

 

                                                               

การปลูกผักกลับหัว

1. การเจริญเติบโตของพืช ตามปกติแล้วส่วนยอดของต้นพืชทุกชนิดจะเจริญเติบโตในทิศทางตรงกันข้ามกับแรงโน้มถ่วง ในขณะที่ส่วนรากจะชอนไชลงดินตามแรงโน้มถ่วง การเจริญเติบโตในลักษณะเช่นนี้ทำให้ใบของพืชสามารถได้รับแสงอย่างเต็มที่และรากก็สามารถดูดซึมน้ำและแร่ธาตุต่างๆจากดินเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการสังเคราะห์แสงและหล่อเลี้ยงต้นพืช

2. พืชลำเลียงน้ำจากดินขึ้นไปเลี้ยงส่วนยอด คือ ในกระบวนการลำเลียงน้ำและสารอาหารจากดินขึ้นสู่ส่วนยอดนั้นพืชต้องอาศัยการคายน้ำออกจากใบซึ่งจะก่อให้เกิดแรงดึงน้ำจากด้านล่างเข้ามาแทนที่น้ำส่วนที่หายไปในท่อลำเลียงน้ำ ที่เรียกว่า ไซเลม (Xylem) กระบวนการเช่นนี้ทำให้น้ำและธาตุอาหารซึ่งถูกดูดซึมโดยรากสามารถเคลื่อนที่จากดินผ่านทางไซเลมขึ้นไปเลี้ยงส่วนยอดได้ อย่างไรก็ตามหากเกิดความไม่สมดุลกันระหว่างการคายน้ำและปริมาณน้ำในดิน เช่น หากสภาพอากาศร้อนจัดทำให้มีการระเหยของน้ำมาก แต่ปริมาณน้ำในดินมีน้อย ก็อาจทำให้เกิดช่องว่างในไซเลม ส่งผลให้การลำเลียงน้ำและธาตุอาหารหยุดชะงักได้

3. ข้อดีในการปลูกพืชกลับหัว การปลูกพืชกลับหัวช่วยทำให้น้ำและธาตุอาหารไหลไปเลี้ยงส่วนยอดได้มีประสิทธิภาพมากกว่าปกติและสามารถบรรเทาปัญหาการหยุดชะงักของการลำเลียงน้ำและธาตุอาหารอันมีสาเหตุมาจากการเกิดช่องว่างในไซเลมได้ เพราะในสภาพที่ต้นพืชกลับหัวแรงโน้มถ่วงจะสามารถช่วยผลักน้ำให้ไหลลงไปเลี้ยงส่วนยอด นอกจากนี้การปลูกพืชแบบกลับหัวยังช่วยลดปัญหาเรื่องวัชพืชและการเข้าทำลายของโรคและแมลงได้ดีอีกด้วย

4. ปลูกผักกลับหัวดีกว่าปลูกแบบปกติ โดยในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นการปลูกผักกลับหัวได้รับความนิยมอยู่พอสมควร บริษัทบางแห่งถึงกับมีการทำชุดการปลูกมะเขือเทศแบบกลับหัวออกวางจำหน่าย ชาวสวนหลายคนที่ทดลองปลูกผักกลับหัวระบุว่าการปลูกพืชบางชนิด เช่น มะเขือเทศ กะเพรา ในสภาพกลับหัวให้ผลผลิตดีกว่าการปลูกในแนวปกติ อย่างไรก็ตามนักวิชาการหลายคนยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการปลูกพืชในลักษณะกลับหัวเนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยใดๆยืนยันว่าการปลูกพืชในลักษณะนี้จะทำให้พืชเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดีกว่าปกติ

การตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วงของพืช

1. กลไกในการรับรู้แรงโน้มถ่วง ทิศทางของแรงโน้มถ่วงมีอิทธิพลอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางการเจริญเติบโตของเซลล์พืชบางชนิดในต้นพืชสามารถรับรู้ทิศทางของแรงโน้มถ่วงได้เนื่องจากมีอวัยวะที่เรียกว่า สตาโทลิท (statolith) ซึ่งเป็นพลาสติดชนิดหนึ่งที่มีการเก็บสะสมแป้งไว้ สตาโทลิทที่อยู่ภายในเซลล์จะมีการทิ้งตัวลงด้านล่างของเซลล์ตามแรงโน้มถ่วง และสามารถชักนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาของพืชเพื่อตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วงได้

2. ต้นพืชตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วง โดยธรรมชาติแล้วลำต้นของพืชจะมีการเจริญเติบโตในทิศทางตรงกันข้ามกับแรงโน้มถ่วง ในกรณีที่ต้นพืชมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งการเจริญเติบโต เช่น ต้นมีการหักล้มลงไปราบกับพื้น สตาโทลิท ที่อยุ่ในเซลล์เอนโดเดอมิส (endodermis) ของลำต้นจะมีการเปลี่ยนตำแหน่งการวางตัวในเซลล์ และจะชักนำให้เเกิดการเปลี่ยนแปลงการกระจายตัวของฮอร์โมนออกซิน (Auxin) ในลำต้น โดยทำให้ด้านล่างของลำต้นมีการสะสมของออกซินมากกว่าปกติ เซลล์ด้านล่างจึงมีการยืดตัวมากกว่าเซลล์ด้านบน ลำต้นจึงเจริญเติบโตในทิศทางตรงกันข้ามแรงโน้มถ่วงได้อีกครั้ง

3. รากพืชตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วง รากพืชมีการเจริญเติบโตตามแรงโน้มถ่วงเนื่องจากกลุ่มเซลล์ที่บริเวณหมวกรากมีการสะสม สตาโทลิท ซึ่งทำหน้าที่ในการรับรู้ทิศทางของแรงโน้มถ่วง โดย สตาโทลิท ภายในเซลล์จะตกลงตามทิศทางของแรงโน้มถ่วงและส่งสัญญาณควบคุมการกระจายตัวของฮอร์โมนออกซินภายในรากเพื่อให้รากมีการเจริญเติบโตตามแรงโน้มถ่วง ด้วยเหตุนี้เองรากพืชที่งอกใหม่ออกจากเมล็ดจึงงอกลงดินเสมอ

4. พืชในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง นักวิทยาศาสตร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทำการทดลองปลูกต้นมอสในอวกาศซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่มีแรงโน้มถ่วง โดยได้ตั้งสมมุติฐานว่าต้นมอสน่าจะมีการเจริญเติบโตแบบสุ่ม แต่ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าต้นมอสมีการเจริญเติบโตในลักษณะเกลียวก้นหอย นอกจากนี้ยังพบว่าอวัยวะต่างๆภายในเซลล์รวมถึงสตาโทลิท มีการจับกลุ่มกันในรูปแบบเฉพาะ ผลการทดลองนี้บ่งชี้ว่ากลไกการตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วงในพืชนั้นอาจมีความซับซ้อนมากกว่าที่นักวิทยาศาสตร์ได้เคยคาดการณ์

 

2.การปลูกผักในล้อยาง

ขั้นตอนการเตรียมล้อยาง

ขั้นตอนการตัดล้อยาง

 

 

        * ใช้ล้อยางรถยนต์ได้ทุกขนาด ขนาดของล้อยางจะเป็นตัวกำหนดว่าปลูกผักได้มากน้อยเพียงใด

         * ทำการตัดล้อยาง โดยใช้มีดคัดเตอร์และมีดทั่วไป ใช้มือกดด้านเว้าข้างในของล้อยางด้านบนไว้ กรีดคัดเตอร์ที่มุมล้อข้างนอกของด้านบนล้อยางหลายๆครั้งให้เกิดแผล ใช้มืดพร้า ลากยาวเปิดปากแผลไปจนครบวง ล้อยางที่กรีดจะมีลักษณะถูกเปิดข้าง 1 ด้าน เพื่อให้สามารถโรยดินลงไปได้

         * วางล้อยางให้หงาย จากนั้นใช้ไม้ไผ่ที่เป็นซีกๆ หรือไม้อะไรก็ได้มาทำการปูพื้นยางด้านล่าง แล้วใช้กระสอบพลาสติกวางปิดอีกชั้นหนึ่ง


3. การปลูกผักบนต้นกล้วย

 

 

 วิธีการปลูกผักบนต้นกล้วย : มีดังนี้

วัสดุ - อุปกรณ์ :

1. เมล็ดพันธุ์ผัก ประเภท กินใบ อายุการเก็บเกี่ยวสั้น เช่น ผักกาดหอม(ไม่ห่อหัว) จำพวกผักสลัด

2. กระบะเพาะกล้า หรือ ตะกร้าสี่เหลี่ยมผืนผ้า

3. ถาดหลุมพลาสติก

4. กระดาษหนังสือพิมพ์

5. ขี้เถ้าแกลบ,ทราย

6. ปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก

วิธีการปลูกผักบนต้นกล้วย :

1. การเพาะกล้า

- ปูประดาษหนังสือพิมพ์(แผ่นเดี่ยว)บนตะกร้าพลาสติก แล้วจัดกระดาษให้เข้ารูปกับตะกร้า

- ใส่ทรายลงไปในตะกร้าที่เตรียมไว้ให้ได้ความสูงประมาณ 2 ใน 3 ของความสูง

- ขีดทรายตามแนวยาวของตะกร้าให้เป็นร่องลึกประมาณ 1 ซม. 2-3 แถว โรยเมล็ดพันธุ์ผักลงไปบางๆ แล้วกลบเบาๆ ด้วยทราย จากนั้นนำกระดาษหนังสือพิมพ์(แผ่นเดี่ยว)วางปิดทับด้านบน พร้อมจัดกระดาษให้เข้ารูปกับตะกร้า

- ใช้บัวรดน้ำ ลงบนกระดาษหนังสือพิมพ์ (พอให้มีน้ำขังบนผิวหน้าเล็กน้อย) จัดวางตะกร้าไว้ในที่ร่ม หมั่นรดน้ำเช้า-เย็น

- เมื่อกล้าผักเริ่มงอก ให้เอากระดาษหนังสือพิมพ์ที่ปิดทับด้านหน้าออก แล้วรดน้ำเช้า - เย็น

- เมื่อต้นกล้าเริ่มมีใบจริงใบแรก หรือ เมื่อมีอายุประมาณ 10-14 วัน ให้ย้ายกล้าในกระบะเพาะลงปลูกในถาดหลุมพลาสติก

2.การย้ายกล้าผักลงปลูกในถาดหลุม :

- นำขี้เถ้าแกลบผสมเข้ากับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักพอใส่ลงถาดหลุมให้เต็มทุกหลุม จากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม

- ใช้ไม้แทงนำในขี้เถ้าแกลบให้เป็นรู เพื่อนำต้นกล้าลงปลูก

- ใช้มือจับยอดต้นกล้าผักเบาๆ แล้วนำไม้ขุดแซะรากกล้าผักขึ้นมาจากกระบะเพาะ จากนั้นแยกกล้าลงปลูกในหลุมถาดที่เตรียมไว้ กดปิดบริเวณรูเบา ๆ ทำจนครบทุกหลุมแล้วจัดเรียงถาดหลุมที่ย้ายกล้าเสร็จแล้วไว้ในที่ร่มรำไร พอมีแสงส่องถึง จัดวางไว้บนชั้นให้น้ำไหลผ่านได้โดยสะดวก

- เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 2-3 ใบหรือประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังปลูก ก็สามารถย้ายกล้าผักไปปลูกบนต้นกล้วยได้แล้ว

3. การปลูกผักลงบนต้นกล้วย :

- เจาะรูบนต้นกล้วยที่ตัดเครือแล้ว โดยกะจำนวนรูที่จะปลูกผักให้เหมาะสมกับขนาดของต้นกล้วย ในลักษณะทแยงลง ให้รูมีขนาดเท่ากับแท่งดินที่ยึดรากต้นกล้าผัก

- จากนั้นจึงเอาต้นกล้าผักยัดใส่ลงไปในรูของต้นกล้วยที่เจาะไว้

- คอยค้ำยันไม่ให้ต้นกล้วยล้ม

- ประมาณ 30 วันก็สามารถเก็บผักที่ปลูกบนต้นกล้วยมารับประทานได้ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุของผักที่ปลูก)

ผักที่นำมาปลูก ได้แก่ ผักสลัด ผักบุ้ง ผักกาดขาวหรือผักอะไรก็ได้ที่ใช้เวลาประมาณ 30-40 วัน ถ้าเกินจากนี้ไป ต้นกล้วยจะโทรมและเหี่ยวแห้งตายก่อน

การเจาะรูบนต้นกล้วย

นำผักใส่ในรูบนต้นกล้วยที่เจาะเรียบร้อยแล้ว

 

ข้อดีของการปลูกผักบนต้นกล้วย

1. ผักที่ได้จะมีรสชาติดีมากหวานและกรอบใบเป็นเงางาม ทั้งนี้เป็นเพราะต้นกล้วยมีธาตุโพแทสเซียมสูงนั้นเอง ผักที่ปลูกควรเป็นผักกินใบที่ไม่ต้องการแสงแดดที่แรงมากนัก เพราะใบของกล้วยจะช่วยพรางแสงแดดได้บางส่วน

2. ลดการสูญเสียประโยชน์ และเพิ่มคุณค่าให้กับต้นกล้วย ซึ่งจะตัดต้นกล้วยทิ้งไป ก็เป็นการสูญเสียไปเปล่าๆ

3. ประหยัดน้ำในการรดผัก เพราะผักจะดูดน้ำจากต้นกล้วย

เอกสารอ้างอิง:    อาจารย์ ดร. สิริวัฒน์ สาครวาสี สาขาพืชผัก ภาควิชาพืชสวน คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ. เชียงใหม่

คุณคำนึง นวลมณีย์ ณ ศูนย์เรียนรู้ครูเกษตรจังหวัดสงขลา

โครงงานเรื่อง การปลูกผักสวนครัวบนต้นกล้วย ของนางสาวพัชรินทร์ พ่อชมพู สาขาเกษตรพอเพียง

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

อย่างไรก็ตาม สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดนครราชสีมา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหาการพัฒนาองค์ความรู้ (KM) เรื่อง นวัตกรรมในการปลูกพืชผัก ฉบับนี้ คงจะมีคุณค่า และประโยชน์ต่อพนักงาน สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางทุกท่าน