ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การปลูกสร้างสวนยางพารา ยางอะไร? ทำไมต้องย้าว...ยาว
ยางอะไร? ทำไมต้องย้าว...ยาว PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - การปลูกสร้างสวนยางพารา
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันอังคารที่ 24 กันยายน 2013 เวลา 10:45 น.

 

 

ยางอะไร?...ทำไมต้องย้าว....ยาว

 

ชนะกานต์  รัตนพงศ์....เรียบเรียง

อุสมาน  สาลัง/ลือชัย จีนเที่ยง ....ข้อมูล

 

 

 เบตง......เมืองในหมอกแดนใต้ ที่ใครๆใฝ่ฝันอยากจะได้ไปสัมผัสสักครั้ง เพราะเบตงนอกจากจะเป็นดินแดนใต้สุดสยามแล้ว ก็ยังมีอัตลักษณ์และของดีประจำเมืองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความเป็นพหุวัฒนธรรม ปลาจีน ผักน้ำ วิถีชีวิตที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง รวมถึงความเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญเมืองหนึ่งที่ทำรายได้เข้าประเทศปีละไม่น้อย และทำให้เมืองมีชีวิตชีวา ในขณะที่ยางพาราในเบตง ก็เป็นพืชและสินค้าเกษตรที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดยะลาด้วยก็ว่าได้

 

            พูดถึงยางพารา ผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านหลายกระทรวงที่ไปจากท้องที่อื่น รวมถึงนักเดินทางโดยรถยนต์ผ่านเส้นทางจากยะลา เมื่อเข้าสู่เขตอำเภอเบตง จะเห็นราวตากของสิ่งหนึ่งเป็นแถวยาวๆ ดูแล้วเหมือนผ้าขนหนูผืนใหญ่ๆสีขาวๆ ยาวเกือบถึงพื้น บางท่านอดสงสัยไม่ได้ว่านั้นคืออะไร..........แต่เมื่อได้รับคำตอบว่าเป็นแผ่นยางพาราของอำเภอเบตง.....ถึงกับอุทานว่า โอ้แม่เจ้า......ทำไมมันถึงได้ ย้าว....ยาว อย่างนี้ เหมือนอย่างที่ผู้เขียนได้จั่วหัวเรื่องไว้......ดูรูปเอาแล้วกันครับ

 

 

ความสงสัยของหลายคนว่า ทำไมยางแผ่นดิบของอำเภอเบตงทำไมถึงได้ ย้าว....ยาว อย่างนี้ ก็ทำให้ผู้เขียนต้องขวนขวาย       ไปหาคำตอบมาเพื่อไขข้อข้องใจของท่านๆเหล่านั้น  โดยเฉพาะท่านคณะกรรมการ กสย. ท่านพิริยะ เอกวานิช สมัยท่านดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ถึงกับปรารถไว้เมื่อครั้งไปราชการที่ อำเภอเบตง ว่าอยากจะรู้นักว่า ทำไม และก็คาดคั้นให้ผู้เขียนเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อให้ชาวบ้าน-ชาวช่องที่ไม่ใช่ชาวเบตงได้รู้เสียทีว่าทำไมถึงชาวเบตงถึงได้ทำยางแผ่นยาวขนาดนี้ และมีวิธีกรรมการผลิตอย่างไรกัน ผู้เขียนก็เลยต้องจำนนครับ  และก็นำความรู้นี้มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อใครจะได้หยิบเอาส่วนที่เป็นประโยชน์ไปใช้......ผู้เขียนก็จะได้กุศลในครั้งนี้ด้วย

 

ก่อนที่จะพูดถึงสาเหตุที่พี่น้องชาวสวนยางเบตง ต้องผลิตยางแผ่นดิบออกมายาวๆ แผ่นละ 6 กิโล บ้าง 8 กิโล หรือ 10 กิโล ในขณะที่ท้องที่อื่น ๆ  เขาผลิตยางประเภทนี้ในขนาด 8 ขีด ถึง กิโล 2 ขีด เท่านั้นเองเราต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่าท้องที่อำเภอเบตงนั้น  พื้นที่สวนส่วนใหญ่เป็นควนเขา มีความลาดชันสูงถึงสูงมาก ๆ แต่ถึงสูงอย่างไรก็ไม่สามารถหยุดยั้งความตั้งใจ ความขยัน ความอดทนของพี่น้องชาวเบตงได้.....จริง ๆ นะครับผู้เขียนนี่เห็นสภาพสวนแล้วต้องยอมนับถือในหัวจิตหัวใจจริง ๆ เพราะแต่ละสวนที่ต้องเดินทางไปไกลและสูงชัน แต่กระนั้นเขาก็ตัดเส้นทางเพื่อเอารถมอเตอร์ไซค์ไปจนถึงสวนทุกแปลง...ถ้าเป็นผู้เขียนคงถอดใจไปนานแล้ว

 

เส้นทางขึ้นเขากว่าจะถึงสวนแต่ละแปลงก็เป็นเส้นทางเล็ก ๆ  ที่ขนาดเฉพาะมอเตอร์ไซค์ขับไปได้........ สวนทางกันทีลำบากยากเย็น......... ผู้เขียนเคยไปช่วยสำรวจรังวัด ประมาณปี 2520 ขับมอเตอร์ไซค์ไปเกือบจะตกเหวก็หลายครั้ง เพราะด้านหนึ่งเป็นควนเขา อีกด้านหนึ่งเป็นเหว...........หากไม่ชำนาญเหมือนเจ้าที่ก็หวาดเสียวเอาการอยู่นะครับ..........ที่จะกลับรถก็ไม่มี.......ต้องขับไปให้ถึงกงสี (โรงยางของชาวสวน) ถึงจะกลับไปทางเดิมได้

 

ตรงนี้เองครับ.... ที่เป็นสาเหตุหลักที่เขาจะต้องทำยางให้แผ่นยาวเข้าไว้........ เพราะที่ควนเขาสูงๆ การจะนำน้ำยางลงมาทำแผ่นด้านล่างหรือนำกลับไปทำแผ่นที่บ้านทำได้ยากกว่า...... สู้ทำแผ่นให้เสร็จเสียที่สวนเลยดีกว่า เพราะเมื่อทำแผ่นแล้วก็จะได้บรรทุกใส่ท้ายรถมอเตอร์ไซค์ลงมาตากผึ่งแห้ง หรือขายได้สะดวก.......... เพราะยางแผ่นยาว สามารถบรรทุกในแต่ละเที่ยวได้คราวละมากๆ เพื่อมาตัดตอนใส่รถกระบะ  หรือเข้าบ้านเลยก็โอเค หรือใครไม่มีรถกระบะ จะใส่มอเตอร์ไซค์ไปขายก็สะดวก...........ดูรูปเอาหน่อยแล้วกันครับว่าใช้ได้มั้ย..........คันหนึ่ง ๆ ก็จะบรรทุกน้ำหนักตกราวๆ 120-200 กิโลกรัมที่เดียวครับ..............บรรทุกอย่างนี้ ขับขี่บนควนเขาต้องฝีมือนะครับ.........ใช่ว่าใครก็ขับรถบรรทุกยางแบบนี้ได้..............

 

 

 

เหตุผลอีกประการหนึ่งที่จำเป็นต้องให้แผ่นยางยาวเข้าไว้..............ก็เพราะเมื่อขนส่งลงมาแล้วการตากยางเพื่อผึ่งแห้งก็จะเป็นการประหยัดพื้นที่ราวตาก  เพราะหากทำเป็นยางแผ่นขนาดเล็กๆแผ่นละกิโล-กิโลกว่าๆ  จะต้องใช้ราวตากยางจำนวนมาก  พื้นที่ที่จะสร้างราวตากที่เป็นที่ราบมีน้อย......และ  ที่ที่เป็นควนเขาไม่สามารถกระจายราวตากไปได้มากนัก

 

100 ไร่......ยางแผ่นก็มีจำนวนมากตามไปด้วย สมมุติว่ามีสวนอยู่ 50 ไร่ กรีดยางได้น้ำยาง ไร่ละประมาณ 3 กิโล วันนึงก็จะได้น้ำยางเฉลี่ยราว ๆ 120-150 กิโล..........ทำแผ่นแบบเบตงแล้วก็จะตกราว ๆ 12-15 แผ่นทีเดียว

 

 

 

เหตุผลที่ต้องย้าว...ยาว ก็น่าสนใจแล้ว....... แต่วิธีการผลิตผู้เขียนเห็นว่าน่าสนใจกว่า   เพราะถึงตรงนี้ หลายๆพื้นที่ทั้งที่ราบสูงที่ควนเขา หรือที่ราบก็อาจนำไปดัดแปลง เพื่อใช้ประโยชน์ในสวนของเราได้

 

เพราะถึงแม้ยางแผ่นของเบตง จะดูมีความยาวค่อนข้างมาก........... มีความหนาเหมือนจะเกินจากมาตรฐานการผลิตยางแผ่นดิบคุณภาพดี  แต่ผู้เขียนเคยเข้าไปสอบถามข้อมูลที่โรงรมยางในพื้นที่ ปรากฏว่ายางเหล่านั้นเมื่อรมออกมาเป็นยางแผ่นรมควัน (Smoke Sheet) แล้วผลจะออกมา เป็นยางรมควันที่มีคุณภาพชั้น 2 และ 1 ในเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างสูง.....(ตรงนี้คือกำไรของโรงรมยางนะครับ เพราะหากยางแผ่นดิบที่เอามารมแล้วได้ยางรมควันชั้น 1-2 ปริมาณมากก็ถือว่าได้กำไรมาก ถ้าออกมาเป็นชั้น 3-4 มาก กำไรก็น้อย )

คราวนี้เรามาดูกันนะครับว่า เขาผลิตยางแผ่นย้าว.....ยาว กันอย่างไร ?

เรามาดูอุปกรณ์ที่ใช้ก่อน

ก็คงต้องเริ่มจากจะต้องมีถังรวมน้ำยาง

 

ถังที่ว่านี้เป็นถังรวมน้ำยางที่ได้มาจากสวนเสียก่อน.........ตรงนี้ก็เพื่อให้ยางที่ได้มา,มีความเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมด  ทั้งเปอร์เซ็นต์เนื้อยาง  ความข้น.........ความจางปรับเข้าหากันหมด

 

 

วิธีการเอาน้ำยางถ่ายลงถังรวมก็ต้องผ่านตะแกรงกรองน้ำยางเสียก่อน  เพื่อให้เป็นน้ำยางที่สะอาดปราศจากขยะ ฝุ่นผงต่างๆ เมื่อนำเข้าไปรมควันแล้ว.........ส่วนนี้เองครับที่จะทำให้ได้ยางแผ่นรมควันคุณภาพ ชั้น 1 หรือ 2 หรือ 3

 

 

ถังย่อยแยกปริมาณ

จากนั้นก็ตักตวงน้ำยางที่กรองแล้วไปใส่ในถังย่อยที่แยกปริมาณยางที่พอดีกับการผลิตยางแต่ละแผ่นคือ 1 ถังก็เพื่อ 1 แผ่นยาง......วิธีนี้เขาบอกว่าเพื่อความสม่ำเสมอของขนาดแผ่นยาง..ส่วนใครจะทำขนาด 6กิโล -8กิโล หรือ10กิโลก็แล้แต่ถนัด..ซึ่งจะต้องคำนวณปริมาณเนื้อยาง น้ำยางและหาถังแบ่งมาให้ขนาดพอดีกัน

  

 

อุปกรณ์ที่จะทำให้ได้ยางแผ่นขนาดไหนนั้น..ก็เห็นจะเป็นตะกงยางนี่แหละ   เพราะตะกงที่ใส่น้ำยางเพื่อให้ยางแข็งตัวก่อนนำไปรีดเป็นแผ่นนั้นก็จะต้องมีการคำนวณ และไปสั่งทำพิเศษให้ได้ขนาดพอดีกับปริมาณน้ำยางที่จะผลิตว่าจะทำแผ่นละกี่กิโล 6-8 หรือ 10 กิโลก็แล้แต่ถนัด.........สวนใครสวนมันว่างั้นเถอะ

 

            ตะกงที่ว่า นี้มีความพิเศษคือจะมีความลึกประมาณ 1 นิ้ว เศษ ๆ ซึ่งต่างจากตะกงทั่วไปที่ทำยางแผ่น ขนาด 1 1.5 กิโล ที่เห็นกันทั่วไปเพราะจะง่ายและสะดวกรวดเร็วในการรีดเป็นแผ่นยาง.........ซึ่งจะขอไปอธิบายกันในช่วงหลัง............ช่วงนี้ อธิบายด้วยภาพกันก่อนดีกว่านะครับ............

 

 

กระบวนการขั้นตอนต่อไปก็เหมือนๆกันกับการผลิตยางแผ่นดิบทั่วๆไปนั่นแหละครับ...ก็คือการผสมน้ำและน้ำกรดตามปริมาณของเนื้อยางที่คำนวณได้

 

ก็คิดง่ายๆนะครับว่า...ถ้าจะทำยางแผ่นละ 10 กิโล...เปอร์เซ็นต์เนื้อยางเราประมาณ 35 %(ตรงนี้สวนใครสวนมัน  เขารู้ดีว่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางของตัวเองประมาณเท่าไร..เพราะทำกันเกือบทุกวันเป็นปีๆ แล้วซึ่งโดยปกติน้ำยางก็จะมีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางหรือความเข้มข้นประมาณ 30,32,35 % บางเจ้าอาจถึง 40 % ก็มีครับ) เมื่อคำนวณดูแล้วว่า ในน้ำยาง 100 กิโล มีเนื้อยางอยู่ 35 กิโล ถ้าต้องการเนื้อยาง 10 กิโล จะต้องใช้น้ำยางเท่าใด ? ซึ่งก็จะตกอยู่ราว ๆ 30-35 กิโล หรือ 30-35  ลิตรนั่งเองครับ  ก็จะใช้น้ำยางสดประมาณ 35 ลิตร........(เปอร์เซ็นต์เนื้อยางที่ว่านี้ อธิบายนิดนะครับ ก็คือเนื้อยางที่อยู่ในน้ำยาง สมมุติถ้าวัดออกมาว่าเนื้อยางแห้ง (DRC) = 32 % ก็หมายความว่าในน้ำยางของเรา 100 กก. ก็จะมีเนื้อยางอยู่ 32 กก. ที่เหลือเป็นน้ำและส่วนประกอบอื่นๆ......ยิ่งอธิบายยิ่งยาวขอไว้วันหลังแล้วกันครับ)

 

ส่วนน้ำที่ผสมก็ใช้ไม่มากพอประมาณ ๆ แต่ละสวนก็แตกต่างกันอยู่บ้าง...แต่ขอบอกกล่าวกันก่อนนะครับว่าเป็นคนละสัดส่วนกับการทำยางแผ่นชั้นดีที่ต้องใช้ปริมาณน้ำเท่าๆกับปริมาณน้ำยางสด...ที่นี่เขาอาจใช้น้ำน้อยกว่า พื้นที่ราบทั่ว ๆ ไป เพราะมีข้อจำกัดเรื่องน้ำในบางพื้นที่ แต่สิ่งที่ทำให้ยางเหล่านี้มีคุณภาพเมื่อนำไปอบหรือรม นั้นคือการกรองให้น้ำยางสะอาด บริสุทธิ์จากขยะ  ฝุ่นผงต่าง ๆ

 

 

จากนั้นก็เทน้ำยางที่ผสมแล้วลงในตะกงที่เตรียมไว้รอให้ยางแข็งตัว ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ  10  นาที เศษ ๆ  เพราะที่นี่เขาใช้ปริมาณน้ำน้อย  ก็จะทำให้ยางแข็งตัวเร็ว  ต่างจากการทำยางแผ่นชั้นดีที่ต้องใช้เวลาในการแข็งตัวนานเป็นชั่วโมง  ซึ่งการทำแผ่นยางแบบนี้จึงเป็นการประหยัดเวลาในการทำค่อนข้างมากเพราะไม่เช่นนั้นปริมาณยางต่อวัน 100-200 กิโลจะใช้เวลา

 

 

จักรรีดดอก

 

เสร็จจากนวด....ก็นำไปเข้าจักรรีดดอกเลย เพราะแผ่นยางบางได้ขนาดแล้วทีเดียว ตรงนี้........เหมือนกันนะครับไม่ว่าจะแผ่นสั้นแผ่นยาวจะต้องเข้ารีดดอกเสมอ เพราะต้องการเพิ่มเนื้อที่

 

 

  

สุดท้ายก็นำไปตากบนราวแขวนอย่างที่เรา ๆ เห็นกัน เมื่อเข้าในเขตพื้นที่อำเภอเบตงนั้นแหละครับ.......

 

 

 

ส่วนการซื้อ-ขายยางแผ่นดิบในอำเภอเบตงที่ขายยางแผ่นยาว ๆ ถ้าเป็นพื้นที่อื่นอาจจะดูว่าเป็นยางไม่มีคุณภาพ แต่ที่นี่เป็นวิถีชีวิตเขาไปแล้ว ทั้งผู้ผลิตและผู้ซื้อ..................

 

 

 

 

 

ผู้ซื้อก็ไม่ได้รังเกียจรังงอน เมื่อซื้อแล้ว........ ก่อนจะนำไปส่งโรงอบรมยาง ก็ต้องตัดให้ได้ขนาดที่จะแขวนบนราวตากในห้องรมควันได้....... บางแผ่น (บางเจ้าของ) ที่ร้านรับซื้อไปแล้วก็ต้องไปตัดได้ถึง 4 แผ่นทีเดียวครับ...ไม่งั้นนำเข้าไปรมไม่ได้

 

 

 

ทั้งหมดทั้งสิ้นนั้น....คงจะให้คำตอบกับผู้อ่านได้นะครับว่า ทำไมชาวสวนยางในอำเภอเบตงจึงต้องทำยางแผ่นย้าว............ยาว

 

ก็เลือกเอานะครับ มีส่วนใดที่จะนำไปเป็นประโยชน์หรือ Applied ไปใช้ได้ก็จะเป็นกุศลยิ่งเพราะเขาบอกแล้วนะว่า สองคนยลตามช่อง   คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนตาแหลมคม มองเห็นดาวอยู่พราวพราย

 

ครับ...เล่าสู่กันฟังเพลินๆ...แต่ก็ได้สาระและแง่คิดมุมมอง....ส่วนผู้อ่านที่สนใจในรายละเอียดใด ๆ ..หรือต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ...ติดต่อกลับไปได้ที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดเบตง นะครับ 073-231004......เรายินดี...เต็มที่..และเต็มใจให้บริการ...เหมือนที่ติดไว้เตือนใจพนักงานที่สำนักงานฯเปี๊ยบเลยครับ...

 

 

 

 

 

 

 

 
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 25 กันยายน 2013 เวลา 10:37 น.