ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การปลูกสร้างสวนยางพารา มาลดต้นทุนการผลิตโดยการ“ผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง”
มาลดต้นทุนการผลิตโดยการ“ผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง” PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - การปลูกสร้างสวนยางพารา
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2013 เวลา 15:35 น.

 

มาลดต้นทุนการผลิตโดยการ“ผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง”

 

      สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดอุบลราชธานีร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)  ในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้แก่เกษตรกร โดยนำผลงานวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี การผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงมาถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตแก่เกษตรกร ให้สามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพ  โดยเน้นการใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชนเป็นวัตถุดิบในการนำมาผลิต เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา สามารถผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง ช่วยลดต้นทุนการผลิตและปรับปรุงบำรุงดิน ให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ โดยมีองค์ความรู้ที่ใช้ในการถ่ายทอดดังนี้

 

ดินดี  มีองค์ประกอบ  4  ประการ

1.มีธาตุอาหารพืชในดินเพียงพอ

2.สภาพทางเคมีของดินเหมาะสม  ไม่เปรี้ยว  ไม่เค็ม  (PH กลาง)

3.ต้องร่วนซุย  ไม่แข็ง  ไม่แน่น 

4.ต้องมีสิ่งมีชีวิตที่มีประโยชน์และไม่ก่อให้เกิดโรคกับพืช

ถ้าหากดินเป็นกรดจัด พืชจะดูดปุ๋ยได้เพียง 20-40% จากปุ๋ยทั้งหมดที่ใส่จะเกิดความสูญเสียถึง 60-80%

และกรณีใช้ปุ๋ยเคมี100% ดินจะแข็งไม่ดูดซับน้ำ ปุ๋ยไม่ซึมลงดิน พืชดูดซับใช้ได้จริงเพียง 30%(สูญหาย70%)

หากใช้ปุ๋ยเคมีลดลง 50%+ปุ๋ยอินทรีย์ จะปรับสภาพดิน ดินจะร่วน พืชดูดซับปุ๋ยเคมีได้ถึง 70%(สูญหาย30%)

 

ปุ๋ยอินทรีย์  (พ.ร.บ. ปุ๋ย 2518)  เป็นปุ๋ยที่ได้จากอินทรียวัตถุ  ซึ่งผลิตด้วยกรรมวิธีให้ชื้น, สับ, บด, หมัก, ร่อน  หรือวิธีการอื่น ๆ  ปุ๋ยอินทรีย์ที่สำคัญ  ได้แก่  ปุ๋ยหมัก  ปุ๋ยคอก  ปุ๋ยพืชสด

การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่ดีมีคุณภาพ

1.จะต้องผ่านกระบวนการหมัก  เพื่อทำให้สารอินทรีย์ถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายจนกลายเป็นปุ๋ย

2.จะต้องเพิ่มธาตุอาหารชนิดต่างๆ ลงไปตามความต้องการของพืชและดูแลการวิเคราะห์ของ

ดินเป็นหลัก

 

อินทรียวัตถุ  เกิดจากอะไร

 

          อินทรียวัตถุ เกิดจากการย่อยสลายตัวของปุ๋ยอินทรีย์หรือสารอินทรีย์กลายเป็นฮิวมัสในดิน (สารที่ย่อยสลายได้ช้า)  ซึ่งสามารถปรับปรุงโครงสร้างของดินได้ดี  ดูดซับน้ำได้ดี  มีพื้นที่ผิวสัมผัสสูงและมีความในการแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้าสูง  ทำให้ดูดซับปุ๋ยไว้ให้พืชใช้ได้มาก  ดังนั้นการปรับปรุงดินต้องใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือสารอินทรีย์ให้แก่ดินทุกปี  เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของดิน

         


ธาตุอาหารพืชในมูลสัตว์บางชนิด

 

ชนิดมูลสัตว์

N (%)

P2 O5 (%)

K2 O (%)

เป็ด

0.8 – 3.7

2.7 – 6.9

0.5 – 1.9

ไก่

1.2 – 4.9

1.2 – 9.4

0.5 – 4.2

ห่าน

0.7

2.1

2.1

หมู

2.2

5.2

1.6

วัว

0.8 – 1.2

0.5 – 0.9

0.5 – 3.7

ม้า

0.1

0.8

0.8

ค้างคาว

0.1 – 2.9

0.6 – 36.8

0.4 – 2.2

นกนางแอ่น

10.5

3.4

0.9

นกกระทา

4.1

3.7

2.3

 

 

 

ขั้นตอนการหมักปุ๋ยอินทรีย์

วัตถุดิบที่ใช้ 

- มูลสัตว์แห้ง                จำนวน  1,000  กิโลกรัม

- ปุ๋ยยูเรีย  (46-0-0)        จำนวน        2  กิโลกรัม

- ปุ๋ยหินฟอสเฟต  (0-3-0)  จำนวน      25  กิโลกรัม

วิธีการทำ

          เกลี่ยมูลสัตว์และย่อยมูลสัตว์ที่เป็นก้อนโตให้เล็กลง  เก็บกิ่งไม้/ถุงพลาสติก/เศษขยะออก  มูลสัตว์,ปุ๋ยฟอสเฟตและปุ๋ยยูเรียมาผสมคลุกเคล้ากัน  หลังจากนั้นเติมน้ำคลุกเคล้าให้เข้ากัน  จนได้ความชื้นประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์  ตรวจเช็คโดยนำมูลสัตว์ที่ผสมไว้นำมากำ  แล้วแบมือออกหากคงรูปเป็นก้อนแสดงว่าใช้ได้  ถ้ายังร่วนแตกให้ผสมน้ำอีก  จนความชื้นเหมาะสม  แล้วจึงนำเข้าซองหมักแล้วปิดด้วยผ้ายางหรือผ้าพลาสติก  เพื่อป้องกันความชื้นและป้องกันฝน

 

การกลับกองปุ๋ยหมัก

 

          ครั้งแรก    หลังจากหมักปุ๋ยได้   3  วัน

          ครั้งที่สอง  หลังจากหมักปุ๋ยได้  10  วัน

          ครั้งที่สาม  หลังจากหมักปุ๋ยได้  17  วัน

          ครั้งที่สี่     หลังจากหมักปุ๋ยได้  21  วัน

          ต้องหมักจนกองปุ๋ยหมดความร้อน  ประมาณ  30  วัน  เปลี่ยนสภาพเป็นสีดำและร่วนซุย  จึงนำไปใช้กับพืชได้ 

  • หมายเหตุ  ในช่วง  3  วันแรก  ความร้อนในกองหมักปุ๋ยจะอยู่ประมาณ  65 – 70 องศา  สามารถกำจัดเมล็ดวัชพืช, เชื้อโรคพืช, ไข่พยาธิที่ติดมากับวัตถุดิบ  ในกองปุ๋ยหมักร้อนเกิน 70  องศา  จุลินทรีย์ ที่ย่อยมูลสัตว์จะตายการย่อยสลายจะช้าลง  จึงจำเป็นต้องกลับกองปุ๋ยหมักหลายครั้ง

 

  • ต้นทุนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง

          ค่ามูลสัตว์แห้ง  จำนวน  1,000  กก. ๆ ละ 2  บาท           เป็นเงิน  2,000.00  บาท

          ค่าปุ๋ยยูเรีย  (46-0-0)  จำนวน  2  กก. ๆ ละ 17.60  บาท  เป็นเงิน      35.20  บาท

          ค่าปุ๋ยฟอสเฟต (0-3-0)  จำนวน  25  กก. ๆ ละ 3  บาท     เป็นเงิน      75.00  บาท

                                                รวมต้นทุน                 เป็นเงิน  2,110.20  บาท

น้ำหนักปุ๋ยที่ได้  มีความชื้น  35% (360 กก.)  เท่ากับ  1,000+25+2+360 = 1,387  กก.

ปุ๋ยอินทรีย์ราคาจำหน่ายกก. ละ  = 3.00 บาก =  1,387X3  = 4,161 บาท

  •  ต้นทุน กก. ละ  = 2,110.20 ÷ 1,387    =  1.53  บาท/กก.

ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้ 1,387 กก. หากใส่ต้นยางต้นละ  500  กรัม  = 2,774 ÷ 76 =  36.50  ไร่

 

ตารางการเปรียบเทียบคุณสมบัติของปุ๋ยอินทรีย์ที่หมักโดยวิธีอื่นกับการหมักโดยวิธี วว.

 

ที่มา

pH

(1:5)

EC (1:5)

(dS/cm)

Moistire

%

OM

%

c/m

%

ปริมาณธาตุอาการทั้งหมด       (%)

N

P

K

1.โรงงานปุ๋ยชีวภาพ SML อ.แม่จัน  จ.เชียงราย

ส่วนประกอบ

1.มูลโค 50 กส.

2.กากถั่วเหลือง 20 เข่ง

3.ฟาง 20 เข่ง

4.ซังข้าวโพด 20 เข่ง

5.แกลบเผา 5 เข่ง

6.ยูเรีย 5 กก.

7.น้ำหมักชีวภาพ

7.69

2.62

39.39

16.89

10/1

0.94

0.23

0.82

2. เกษตรกรบ้านกำปัง  ต.กำปัง  อ.โนนไท  จ.นครราชสีมา

ส่วนประกอบ

1.มูลโค 1,000  กก.

2.ปุ๋ยยูเรีย  5  กก.

3.หินฟอสเฟต 25  กก.

7.96

6.62

23.98

49.67

17/1

1.68

1.73

1.49

 

มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์

 

5.5-8.5

≤10

≤30

≥20

≥20/1

≥1

≥0.5

≥0.5

 

 

 

 

มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ตามประกาศกรมวิชาการเกษตร

พ.ศ. 2555

 

 

คุณลักษณะ

เกณฑ์มาตรฐาน

ขนาดเนื้อปุ๋ย

ความชื้น  และ  สารที่ระเหยได้

หิน  กรวด

เศษพลาสติก  เศษแก้ว  วัสดุมีคม  และโลหะอื่น ๆ

ปริมาณอินทรียวัตถุ

ค่าความเป็นกรด – ด่าง (pH)

อัตราส่วนธาตุคาร์บอน  ต่อ ธาตุไนโตรเจน (C:N)

ค่าการนำไฟฟ้า

ปริมาณธาตุอาหารหลัก

ไนโตรเจนทั้งหมด (total  nitrogen)  คำนวณเป็น N

ฟอสฟอรัสทั้งหมด (total  phosphorus)  คำนวณเป็น P2O5

โพแทสเซียมทั้งหมด  (total  potassium) คำนวณเป็น  K2O

การย่อยสลายสมบูรณ์

ปริมาณสารพิษและโลหะหนัก

สารหนู (Arsenic)

แคดเมียม (Cadmium)

โครเมียม (Chromium)

ทองแดง (Copper)

ตะกั่ว  (Lead)

ปรอท  (Mercury)

ไม่เกิน  12.5 x 12.5  mm

ไม่เกิน  30 %  โดยน้ำหนัก

ไม่เกิน  2 %  โดยน้ำหนัก

ต้องไม่พบ

ไม่ต่ำกว่า  20 %  โดยน้ำหนัก

5.5 - 8.5

ไม่เกิน  20 : 1

ไม่เกิน  10  dS/m

 

ไม่น้อย  1.0 %  โดยน้ำหนัก

ไม่น้อยกว่า  0.5 %  โดยน้ำหนัก

ไม่น้อยกว่า  0.5 %  โดยน้ำหนัก

ไม่น้อย  80 % 

 

ไม่เกิน  50 mg/kg

ไม่เกิน  5 mg/kg

ไม่เกิน  300 mg/kg

ไม่เกิน  500 mg/kg

ไม่เกิน  500 mg/kg

ไม่เกิน  2 mg/kg

 

 

 

 

ที่มา  ดร.สุริยา  สาสนรักกิจ(2511)  เทคโนโลยีผลิตและโรงงานต้นแบบผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง  ศูนย์เทคโนโลยีปุ๋ย  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

 

 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2013 เวลา 14:48 น.