ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้ชาวสวนยาง ผลิตภัณฑ์กระจูดทะเลน้อย
ผลิตภัณฑ์กระจูดทะเลน้อย PDF พิมพ์
การพัฒนาเกษตรกร - อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้ชาวสวนยาง
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันอังคารที่ 10 กันยายน 2013 เวลา 10:49 น.

รวบรวมโดย.. นายเกียรติศักดิ์  ศรนารายณ์  ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 7 สกย.จ.พัทลุง

 

 

ลักษณะทั่วไป

: “กระจูด” เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่งที่มีอายุหลายปีเติบโตได้ง่ายและแพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว ชอบขึ้นในบริเวณน้ำขังตาม

ริมทะเลสาบที่เป็นดินโคลน ซึ่งเรียกว่า “พรุ” พบมากทางภาคใต้และภาคตะวันออกของประเทศไทย มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Lepironia articulate (Retz.) Domin เป็นพืชตระกูลเดียวกับกก (Cyperaceae) และจัดอยู่ในสกุลเลบปิโรเนีย (Genus Lepironia)

 


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ลำต้น (Culm) ลักษณะลำต้นกลม ด้านในกลวง มีเยื่ออ่อนหยุ่นคั่นเป็นข้อๆ สีเขียวอ่อน มีขนาดตั้งแต่เท่าก้านไม้ขีดไฟ จนถึงเท่าแท่งดินสอดำ สูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นแข็งเป็นกลุ่มแน่นตามแนวของเหง้า มีขนาด 10-20 X 0.2-0.7 เซนติเมตร คล้ายทรงกระบอกผิวเรียบ เหง้ามีเกล็ดสีน้ำตาลอมเทา ที่ด้านปลายเล็กน้อย

 

ใบ (leave) ใบของกระจูดลดรูปไปแต่มีกาบใบ (leaf sheaths) แผ่ออก กาบบนสุดยาว 12-26 เซนติเมตร

ปลายตัดเฉียง (obliquely truncate) ใบประดับรูปลิ่มแคบ คล้ายทรงกระบอก มีความยาว 2.2-6 เซนติเมตร

 

 

ดอก (flower) เป็นดอกช่อ ประกอบด้วย ช่อเชิงลด (spike) จำนวน 1 ช่อ  รูปทรงรีหรือรูปขอบขนานคล้ายทรงกระบอก มีขนาด 10-35 X 3-7 มิลลิเมตร สีเขียวถึงสีน้ำตาลกาแฟ หรือสีน้ำตาลอ่อนม่วง กาบประดับ (spicoid bracts) รูปไข่หรือรูปทรงกลมแกมไข่ มีขนาด 3.2-6.7 X 3-6.2 มิลลิเมตร ปลายมนและมักโค้งลงเล็กน้อย เมื่อแก่เต็มที่จะร่วงง่าย กลุ่มดอกย่อย (spicoids) จะพอๆ กับกาบประดับ (spicoid bracts) กลีบประดับ (floral bracts) มีได้ถึง 15 กลีบ น้อยที่สุดมี 2 กลีบ รูปหอกแกมแถบมีความยาว 4-6 มิลลิเมตร สันของกลีบเป็นขนครุย

 

 

ผล (fruit) เป็นรูปไข่หรือรูปไข่กลับถึงรูปไข่กลับทรงกว้าง ผลนูน 2 ด้าน มีขนาด 3-4 X 2-2.8 มิลลิเมตร(ไม่นับงอยที่ยาว 0.5 มิลลิเมตร)  ผลแข็งสีน้ำตาลผิวเรียบตึง เป็นแนวเส้นตามยาวไม่ชัด มักมีหนามละเอียดที่ส่วนปลาย

 

 

 

เริ่มตั้งแต่คัดเลือกหรือแยกกระจูดตามความยาว จนถึงทำกระจูดให้แบนพร้อมที่จะนำมาสานได้

 

 

นำกระจูดมาเข้าที่สำหรับคัดเลือกหรือแยกความสั้นยาว โดยนำกระจูดมาจับทีละกำ แล้วดึงต้นกระจูดที่ยาวออกไปรวมไว้อีกแห่งหนึ่ง เรียกการคัดเลือกกระจูดโดยวิธีนี้ว่า “โซะกระจูด” ใช้มีดตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก  นำกระจูดที่ได้คัดเลือกแล้วคลุกน้ำโคลนดินสอในรางน้ำที่เตรียมไว้ เมื่อได้ที่แล้วนำมาตากแห้ง ประมาณ 2-3 วัน แล้วเก็บเข้าที่เก็บไว้ 4-5 วัน เพื่อให้ต้นกระจูดคลายตัว เมื่อจะใช้ก็เอากระจูดไปตากน้ำค้าง 1 คืน เพื่อให้ต้นกระจูดลื่นสะดวกในการทิ่ม จากนั้นนำไปทิ่มหรือทุบทีละมัด

 

ในกรณีที่ต้องการย้อมสี  นำกระจูดที่ทิ่มและตากน้ำค้าง 1 คืนแล้ว  มาทับด้วนลูกกลิ้งน้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม

จนแบนตามต้องการ

 

 

แล้วนำไปแช่น้ำไว้  ต้มน้ำให้เดือดเอาสีใส่น้ำคนให้สีละลายดี  แล้วนำกระจูดที่จะย้อมมาพับจุ่มลงไปในน้ำที่แช่ไว้ประมาณ 2-3 นาที    จึงนำขึ้นไปผึ่งแดดประมาณ 2-3 ชั่วโมง  แล้วนำไปเก็บไว้ในที่ร่ม  ข้อควรระวังในการย้อม คือ ระยะเวลาของการย้อมต้องกำหนดให้เท่ากันทุกครั้ง  มิฉะนั้นจะได้กระจูดที่มีสีไม่เสมอกัน


 

ใช้สถานที่ภายในบ้านเรือนหรือชานเรือน หรือลานบ้านที่มีพื้นเรียบเป็นสถานที่สาน  ถ้าไม่ค่อยเรียบมักจะใช้เสื่อที่สานเสร็จแล้วรองอีกชั้นหนึ่ง วิธีการสาน นำต้นกระจูดที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วมาสานเป็นลายต่างๆตามความสามารถและความต้องการของผู้สาน โดยปกติจะสานด้วยลายสอง ถ้าสานเป็นเสื่อจะเริ่มต้นจากริม คือ ตั้งต้นจากปลายตอกด้านด้านหนึ่งไปจนสุดปลายตอกอีกด้านหนึ่ง แต่ถ้าเป็นภาชนะ เช่น กระสอบนั่ง จะเริ่มต้นจากกึ่งกลางของตอก ท่านั่งสานที่สะดวก คือ นั่งขัดสมาธิและนั่งชันเข่าข้างเดียว เมื่อสานต้องให้ปลายต้นกับโคนต้นสลับกัน มิฉะนั้นจะทำให้เสียรูปได้ เพราะขนาดต้นกระจูดส่วนโคนต้นจะโตกว่าส่วนปลาย ที่หมู่บ้านทะเลน้อยมีการสานเป็นลายต่าง ๆ เช่น ลายสอง ลายสาม ลายสี่ ลายดอกจันทน์ ลายก้านต่อดอก ลายดาวล้อมเดือน ลายพัด ลายดอกพิกุล ลายก้างปลา เป็นต้น


 

 

ที่มา : เว็บไซด์ www.krajood.blogspot.com และ www.tungsong.com

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 10 กันยายน 2013 เวลา 13:17 น.