ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

เพิ่มพลังคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาวสวนยาง กรมธรรม์ประกันภัย กรมธรรม์ประกันภัย
กรมธรรม์ประกันภัย PDF พิมพ์
เพิ่มพลังคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาวสวนยาง - กรมธรรม์ประกันภัย
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันจันทร์ที่ 09 กันยายน 2013 เวลา 10:01 น.

กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ


ภายใต้การคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นแห่งกรมธรรม์ประกันภัยและเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์         ประกันภัยนี้ บริษัทให้สัญญาต่อผู้เอาประกันภัยดังต่อไปนี้

 

ข้อ 1.   กรมธรรม์ประกันภัยนี้มีผลใช้บังคับทันที เมื่อผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยแล้ว

 

การชำระเบี้ยประกันภัยภัยให้แก่ตัวแทนประกันภัย พนักงานหรือนายหน้าประกันภัยผู้ใดรับ      มอบอำนาจให้รับชำระเบี้ยประกันภัย ตลอดจนบุคคลหรือนิติบุคคลบริษัทยอมรับการกระทำของ       บุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าวเสมือนตัวแทนของบริษัท ให้ถือว่าเป็นการชำระเบี้ยประกันภัยแก่บริษัท โดยถูกต้อง

 

ข้อ 2.   นิยามศัพท์ กรมธรรม์ประกันภัยหรือเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัยนี้

บริษัท หมายความว่า                    บริษัทที่ออกกรมธรรม์ประกันภัยนี้

ผู้เอาประกันภัย หมายความว่า          บุคคลที่ระบุชื่อเป็นผู้เอาประกันภัยในตาราง

ผู้ประสบภัย หมายความว่า                    ผู้ซึ่งได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรืออนามัย เนื่องจากรถ                                                   ที่ใช้หรืออยู่ในทาง หรือเนื่องจากสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้ง                                                        ในรถนั้น และหมายความรวมถึงทายาทโดยธรรมของ                                                ผู้ประสบภัยซึ่งถึงแก่ความตายด้วย

นายทะเบียน หมายความว่า                    เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบ                                                      ธุรกิจประกันภัยหรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกำกับ                                                       ส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมอบหมายโดย                                                            ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ตาราง”             หมายความว่า                    ตารางแห่งกรมธรรม์ประกันภัยนี้

รถ”                หมายความว่า                    รถที่เอาประกันภัยซึ่งมีรายการที่ระบุไว้ในตาราง

อุบัติเหตุแต่ละครั้งหมายความว่า          เหตุการณ์หนึ่งหรือหลายเหตุการณ์สืบเนื่องกันซึ่งเกิดจาก                                                      สาเหตุอันเดียวกัน


ข้อ 3.   การคุ้มครองผู้ประสบภัย ภายใต้บังคับข้อ 6. บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อ        ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้ประสบภัยในนามผู้เอาประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ      ตามกฎหมายต่อผู้ประสบภัย เนื่องจากรถที่ใช้หรืออยู่ในทาง หรือเนื่องจากสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งใน         รถนั้น ในระหว่างระยะเวลาประกันภัยดังนี้

3.1 ผู้ประสบภัย

3.1.1 ในกรณีได้รับความเสียหายต่อร่างกาย หรืออนามัย แต่ไม่ถึงกับสูญเสียอวัยวะ หรือ ทุพพลภาพอย่างถาวร ตาม 3.1.2 บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายอย่างอื่นที่         ผู้ประสบภัยสามารถเรียกร้องได้ตามมูลละเมิด ตามความเสียหายที่แท้จริงแต่ไม่เกิน 50,000 บาท ต่อหนึ่งคน

3.1.2 .ในกรณีได้รับความเสียหายต่อร่างกาย หรืออนามัย ในกรณีใดกรณีหนึ่งหรือหลายกรณี

ดังต่อไปนี้ บริษัทจะจ่ายเต็มตามจำนวนเงินคุ้มครองสูงสุด 200,000 บาท ต่อหนึ่งคน

(1.) ตาบอด

(2.) หูหนวก

(3.) เป็นใบ้ หรือเสียความสามารถในการพูด หรือลิ้นขาด

(4.) สูญเสีย อวัยวะสืบพันธ์

(5.) เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว หรืออวัยวะอื่นใด

(6.) จิตพิการอย่างติดตัว

(7.) ทุพพลภาพอย่างถาวร

3.1.3.   ในกรณีเสียชีวิต บริษัทจะจ่ายเต็มตามจำนวนเงินคุ้มครองสูงสุด 200,000 บาท ต่อ                           หนึ่งคน

3.1.4.   ในกรณีที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ใน บริษัทจะจ่าย                          ค่าชดเชยรายวัน วันละ 200 บาท จำนวนรวมกันไม่เกิน 20 วัน เป็นค่าเสียหายที่                           เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากคุ้มครองที่ระบุใน 3.1.1 3.1.2 และ 3.1.3

3.1.5.   ในกรณีได้รับความเสียหายตาม 3.1.1 และต่อมาได้รับความเสียหายตาม 3.1.2 หรือ                         3.1.3 หรือทั้งตาม 3.1.2 และ3.1.3 บริษัทจะจ่ายเต็มตามจำนวนเงินคุ้มครองสูงสุด                          200,000 บาท ต่อหนึ่งคน ทั้งนี้เมื่อรวมข้อ 3.1.4 ต้องไม่เกิน 204,000 บาทต่อคน

3.2.     กรณีผู้ประสบภัยเป็นผู้เอาประกันภัย หรือบุคคลในครอบครัวของผู้เอาประกันภัย ซึ่งมิใช่ผู้                  ขับขี่ทั้งนี้ในกรณีผู้ขับขี่เป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดต่ออุบัติเหตุให้นำความใน 3.1.1 3.1.2  3.1.3             3.1.4 และ 3.1.5 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

3.3      กรณีผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัย และเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดต่ออุบัติเหตุ                      หรือไม่มีผู้ใดต้องรับผิดตามกฎหมายต่อผู้ขับขี่ที่เป็นผู้ประสบภัย บริษัทจะรับผิดชอบจ่ายค่า            สินไหมทดแทนไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น          เท่านั้น

ทั้งนี้ บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดดังกล่าวข้างต้น ไม่เกินจำนวนเงินคุ้มครองสูงสุด                ต่อหนึ่งคน และรวมกันแล้วไม่เกินจำนวนเงินคุ้มครองสูงสุด ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้งที่ระบุไว้ใน                   รายการที่ 4 ของตาราง


ข้อ 4. ค่าเสียหายเบื้องต้น ภายใต้บังคับข้อ 6 บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยที่ไดรับ ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย โดยไม่ต้องรอการพิสูจน์ความรับผิดชอบให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน นับ   แต่วันที่บริษัทได้รับการร้องขอ โดยจ่ายเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นดังต่อไปนี้

4.1      กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกาย บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล และ                         ค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้ประสบภัยตาม จำนวนที่จ่ายไป                         จริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ต่อหนึ่งคน

4.2      กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกายอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ บริษัท                           จะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นจำนวน 35,000 บาทต่อหนึ่งคน

(ก) ตาบอด

(ข) หูหนวก

(ค) เป็นใบ้หรือเสียความสามารถในการพูด หรือลิ้นขาด

(ง) สูญเสียอวัยวะสืบพันธ์

(จ) เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว

(ฉ) เสียอวัยวะอื่นใด

(ช) จิตพิการอย่างติดตัว

(ซ) ทุพพลภาพอย่างถาวร

4.3      กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อชีวิต บริษัทจะจ่ายค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็น      เกี่ยวกับการจัดการศพของผู้ประสบภัยตามจำนวนเงินค่าเสียหายต่อชีวิตเบื้องต้น 35,000 บาทต่อหนึ่งคน

4.4      จำนวนตาม 4.1 และ 4.2 รวมกัน หรือจำนวน 4.1 รวมกัน แต่หากผู้ประสบภัยได้รับความ       เสียหายตามข้อ 4.1 4.2 และ 4.3 หรือได้รับความเสียหายตามข้อ 4.2 และ 4.3 ให้ได้รับ   ค่าเสียหายเบื้องต้นรวมกันไม่เกินจำนวน 50,000 บาท

4.5      กรณีรถตั้งแต่สองคันขึ้นไป ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประสบภัย บริษัทจะจ่ายค่าเสียหาย        เบื้องต้นตาม 4.1 4.2 4.3 หรือ 4.4 แล้วแต่กรณีให้แก่ผู้ประสบภัยซึ่งอยู่ในรถที่เอาประกันภัย          ไว้กับบริษัท แต่ถ้าผู้ประสบภัยมิใช่เป็นผู้ซึ่งอยู่ในรถที่ก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าวข้างต้น บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยในอัตราส่วนที่เท่ากัน

ความเสียหายเบื้องต้นทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามที่         กำหนดไว้ในข้อ 3.


ข้อ 5    การขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น ผู้ประสบภัยต้องร้องขอค่าเสียหายเบื้องต้นต่อบริษัทภายใน 180 วัน         นับแต่วันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น และต้องมีหลักเกณฑ์ดังนี้

5.1      ความเสียหายต่อร่างกาย

5.1.1    ใบเสร็จรับเงินจากโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาล หรือหลักฐานการแจ้ง                           หนี้เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

5.1.2 สำเนาบัตรประจำตัว หรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือสำเนา                            หนังสือเดินทาง หรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการเป็นผู้ออกให้ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า                          ผู้ที่มีชื่อในหลักฐานนั้นเป็นผู้ประสบภัย แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่ผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกายอย่างหนึ่งอย่างใดตาม                           ข้อ 4.2      นอกจากต้องยื่นหลักฐานตาม 5.1.1 และ 5.1.2 แล้ว ให้ยื่นใบรับรองแพทย์                        หรือความเห็นแพทย์ หรือหลักฐานอื่นใดที่ระบุว่าเป็นผู้ประสบภัยซึ่งได้รับความ                             เสียหายต่อร่างกายดังกล่าวพร้อมทั้งสำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน                       หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้นั้นได้รับความเสียหายจากการประสบภัยจากรถ                                 เพิ่มเติมด้วย

5.2      ความเสียหายต่อชีวิต

5.2.1    สำเนามรณบัตร หรือหลักฐานอื่นใดที่นายทะเบียนประกาศกำหนดซึ่งสามารถพิสูจน์                         ได้ว่าผู้ที่มีชื่อในหลักฐานนั้นเป็นผู้ประสบภัย

5.2.2    สำเนาบันทึกประจำวันในคดีของพนักงานสอบสวนหรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้นั้น                           ถึงแก่ความตาย เพราะการประสบภัยจากรถ

5.2.3    การร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นตาม 5.1 และ 5.2 รวมกันให้มีหลักฐานตาม 5.1                             และ 5.2


ข้อ 6.   การสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทน ค่าชดเชยรายวัน และค่าปลงศพ ในกรณีรถที่เอา   ประกันภัยไว้กับบริษัทประสบอุบัติเหตุชนกับรถอื่นซึ่งมีการประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัย       คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถด้วยเป็นเหตุให้ผู้ประสบภัยได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย บริษัทตกลงจะ    สำรองจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย ซึ่งโดยสารมาในรถ หรือกำลังขึ้นหรือกำลังลงจากรถที่เอาประกันภัยไว้     กับบริษัท ดังนี้

6.1      ค่ารักษาพยาบาลตามใบเสร็จรับเงิน ไม่เกิน 50,000 บาท ต่อหนึ่งคน สำหรับกรณีได้รับ                     บาดเจ็บ

6.2      ค่าชดเชยรายวันกรณีเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ใน วันละ 200 บาท                   รวมไม่เกิน 20 วัน

6.3      ค่าทดแทน หรือค่าปลงศพ เป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท ต่อหนึ่งคน สำหรับกรณีเสียชีวิต                 สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร

6.4   ข้อ 6.1 6.2 และ 6.3 รวมกันไม่เกิน 204,000 บาท ต่อหนึ่งคน

สำหรับผู้ประสบภัยที่เป็นบุคคลภายนอกรถ บริษัทและผู้รับประกันภัยรถอื่นจะร่วมกันสำรอง

จ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทน หรือค่าปลงศพตามวรรคต้น โดยเฉลี่ยฝ่ายละเท่า ๆ กัน

เมื่อมีการสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทน ค่าชดเชยรายวัน หรือค่าปลงศพตามเงื่อนไขนี้แล้ว หากปรากฏว่าอุบัติเหตุนั้นเกิดจากความประมาทของผู้อื่น มิใช่ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารรถที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัทแล้ว บริษัทมีสิทธิ์ที่จะไล่เบี้ยเอาค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทน ค่าชดเชยรายวัน หรือค่าปลงศพที่บริษัทได้สำรองจ่ายไปคืนจากบริษัทผู้รับประกันภัยรถที่เป็นฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมายนั้น                    ในทางกลับกันหากบริษัทผู้รับประกันภัยรถอื่น ได้สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทน ค่าชดเชยรายวัน หรือค่าปลงศพให้แก่ผู้ประสบภัย หรือทายาทของผู้ประสบภัยที่โดยสารมา หรือกำลังขึ้น

หรือกำลังลงจากรถที่ตนรับประกันภัยไว้ หรือผู้ประสบภัยอยู่นอกรถแล้ว และปรากฏว่าอุบัติเหตุนั้นเกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่ หรือผู้โดยสารรถคันที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัทแล้ว บริษัทตกลงจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทน ค่าชดเชยรายวัน หรือค่าปลงศพคืนแก่บริษัทผู้รับประกันภัยรถอื่นซึ่งได้สำรองจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ


ข้อ 7.   การคุ้มครองผู้ขับขี่ บริษัทจะถือว่าบุคคลใด ซึ่งขับขี่รถโดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง และบุคคลนั้นต้องปฏิบัติตนเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง และอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตาม กรมธรรม์ประกันภัยนี้


ข้อ 8.   การคุ้มครองความรับผิดชอบของผู้โดยสาร กรมธรรม์ประกันภัยนี้ให้ความคุ้มครอง เมื่อผู้โดยสารนั้นจะต้องรับผิดชอบจากรถที่ใช้หรืออยู่ในทาง หรือสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถนั้น


ข้อ 9.   การแจ้งอุบัติเหตุ เมื่อมีความเสียหายต่อผู้ประสบภัยจากรถ ผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ต้อง

9.1  แจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า

9.2  ส่งต่อให้บริษัททันทีเมื่อได้รับหมายศาล หรือคำสั่ง หรือคำบังคับของศาล

9.3  มีหนังสือบอกกล่าวให้บริษัททราบทันทีเมื่อมีการดำเนินคดีเพ่ง หรือคดีอาญาทางศาล อันอาจทำให้เกิดสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้

ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้ปฏิบัติตามข้อนี้  บริษัทอาจเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้เอาประกันภัย เพื่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการนั้น เว้นแต่ ผู้เอาประกันภัยจะพิสูจน์ได้ว่าจะไม่สามารถปฏิบัติได้


ข้อ 10. การจัดการเรียกร้อง

10.1    ผู้เอาประกันภัยจะต้องไม่ตกลงยินยอม เสนอ หรือให้สัญญาว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้แก่                     บุคคลใด โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัท  เว้นแต่ความเสียหายนั้น ผู้เอาประกันภัยเป็น            ฝ่ายที่จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และบริษัทไม่จัดการเรียกร้องนั้น

10.2    บริษัทมีสิทธิ์เข้าดำเนินการต่อสู้คดี

10.3    บริษัทมีสิทธิ์ฟ้องร้องบุคคลใดให้ใช้ความเสียหายเพื่อประโยชน์ของบริษัทในนามของผู้เอา           ประกันภัย ในการนี้ผู้เอาประกันภัยต้องให้ข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือแก่บริษัทตาม              สมควร

10.4    เมื่อบริษัทได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนที่บริษัทต้องรับผิดชอบตามข้อ 3 หรือข้อ 4            ตามแต่กรณีแล้วก่อนดำเนินคดีทางศาลบริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อสู้คดีแทนผู้เอาประกันภัย

10.5   กรณีบริษัทปฎิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนผู้เสียหายได้นำคดีขึ้นสู่ศาลหรือเสนอ                  ข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการเมื่อศาลพิพากษาหรืออนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้บริษัทแพ้คดี              บริษัทจะต้องชดใช้ค่าเสียหายตามคำพิพากษาหรือตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ พร้อม                  ดอกเบี้ยในฐานะลูกหนี้ผิดนัดในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันผิดนัด


ข้อ 11. การแจ้งความ เมื่อมีการกระทำความผิดในทางอาญาโดยบุคคลใด ซึ่งทำให้เกิด สิทธิ์เรียกร้องตาม         กรมธรรม์ประกันภัย ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไม่ชักช้า


ข้อ 12. ค่าใช้จ่ายต่อสู้คดี ถ้าผู้เอาประกันภัยถูกฟ้องศาลให้ใช้ค่าเสียหายซึ่งการประกันภัยนี้มีการคุ้มครอง        บริษัทจะต่อสู้คดีในนามของผู้เอาประกันภัย โดยค่าใช้จ่ายของบริษัท


ข้อ 13. การโอนรถ ในกรณีที่รถที่เจ้าของได้เอาประกันภัยไว้กับบริษัท ได้โอนไปยังบุคคลอื่น ให้ผู้ได้มาซึ่งรถ       ดังกล่าวมีฐานะเสมือนเป็นผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยนั้น และบริษัทต้องรับผิดตาม       กรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวต่อไปตลอดอายุของกรมธรรม์ประกันภัยที่ยังเหลืออยู่


ข้อ 14. การใช้รถ กรณีใช้รถในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุนอกเหนือจากที่ได้ระบุไว้ในตาราง  ซึ่งทำให้การเสี่ยงภัย       เพิ่มขึ้น ผู้เอาประกันภัยต้องชดใช้ค่าเสียหายคืนให้บริษัทตามจำนวนที่บริษัทได้จ่ายไป แต่ไม่เกิน       2,000 บาท


ข้อ 15. การเลิกกรมธรรม์ประกันภัย

15.1.    บริษัทจะบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยนี้ได้ด้วยการส่งหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า                  30 วัน โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงผู้เอาประกันภัยตามที่อยู่ครั้งสุดท้ายที่แจ้งให้           ทราบ ในกรณีนี้บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยหักเบี้ยประกันภัย                          สำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน

15.2    ผู้เอาประกันภัยจะบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยนี้ได้ โดยแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์                  อักษรและมีสิทธิ์ได้รับเบี้ยประกันภัยคืน ตามอัตราคืนเบี้ยประกันภัยที่ระบุไว้ข้างล่างนี้

จำนวนเดือนที่คุ้มครอง

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

เบี้ยประกันภัยคืนร้อยละ

80

70

60

50

40

30

20

15

10

0

0

0

ข้อ 16. การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ : ในกรณีที่มีข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง หรือข้อเรียกร้องใด ๆ           ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ ระหว่างผู้มีสิทธิ์เรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยกับบริษัทและ        หากผู้มีสิทธิ์เรียกร้องประสงค์ และเห็นควรยุติข้อพิพาทนั้นโดยวิธีการอนุญาโตตุลาการ บริษัทตกลง   ยินยอมและให้ทำการวินิจฉัยชี้ขาดโดยอนุญาโตตุลาการตามข้อบังคับสำนักงานคณะกรรมการกำกับ                                             และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ


ข้อ 17. การตีความกรมธรรม์ประกันภัย : ความหมายและเจตนารมณ์ของข้อความที่ปรากฏในกรมธรรม์ ประกันภัยนี้ รวมทั้งเอกสารแนบท้ายและเอกสารประกอบให้ตีความตามที่นายทะเบียนได้ให้ความ   เห็นชอบไว้


ข้อ 18. ข้อยกเว้น การประกันภัยไม่คุ้มครองความรับผิดชอบอันเกิดจาก

18.1    สงคราม การรุกราน การกระทำของชาติศตรู การสู้รบ หรือการปฏิบัติการที่มีลักษณะเป็น         การทำสงคราม (จะได้ประกาศสงครามหรือไม่ก็ตาม)

18.2    สงครามกลางเมือง การแข็งข้อของทหาร การกบฏ การปฎิวัติ การต่อต้านรัฐบาล การยึด          อำนาจการปกครองโดยกำลังทหารหรือโดยประการอื่นประชาชนก่อความวุ่นวายถึงขนาด  หรือเท่ากับการรุกฮือต่อต้านรัฐบาล

18.3   วัตถุอาวุธปรมาณู

18.4    การแตกตัวของประจุ การแผ่รังสี การกระทบกับกัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงปรมาณูหรือ        จากกากปรมาณูอันเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงปรมาณู และสำหรับจุดประสงค์นี้ข้อสัญญา         นี้การเผาไหม้นั้นรวมถึงกรรมวิธีใด ๆ แห่งการแตกแยกปรมาณู ซึ่งดำเนินต่อไปด้วยตัวเอง  ของมันเอง

18.5    ความเสียหายที่เกิดจากรถที่ถูกยักยอก ฉ้อโกง กรรโชก ลักทรัพย์ รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์

18.6   การใช้นอกประเทศไทย

18.7   การใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย ได้แก่ ใช้รถไปปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือใช้ขนยาเสพติด เป็นต้น

18.8   การใช้ในการแข่งขันความเร็ว


ข้อ 19.  ข้อสัญญาพิเศษ ภายใต้จำนวนคุ้มครองผู้ประสบภัยที่ระบุไว้ในตาราง บริษัทจะไม่ยกเอาความไม่  สมบูรณ์แห่งกรมธรรม์ หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัย หรือเงื่อนไข แห่ง       กรมธรรม์ประกันภัยนี้ เว้นแต่ข้อ 18.1  18.2  18.3  18.4  18.5  และ  18.6 เป็นข้อต่อสู้        ผู้ประสบภัยเพื่อปฎิเสธความรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ เมื่อบริษัทได้ใช้ค่าสินไหมทดแทน ไปแล้ว แต่บริษัทไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย หรือตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ต่อผู้เอาประกันภัย เพราะ       กรณีดังกล่าว  ข้างต้นนั้นซึ่งผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดต่อผู้ประสบภัย ผู้เอาประกันภัยต้องใช้จำนวน   เงินที่บริษัทได้จ่ายไปนั้น คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 กันยายน 2013 เวลา 10:27 น.