ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้ชาวสวนยาง การเลี้ยงไก่พื้นเมือง
การเลี้ยงไก่พื้นเมือง PDF พิมพ์
การพัฒนาเกษตรกร - อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้ชาวสวนยาง
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันพฤหัสบดีที่ 05 กันยายน 2013 เวลา 11:14 น.

การเลี้ยงไก่พื้นเมือง


เลี้ยงไก่พื้นเมืองดีอย่างไร

1.เนื้อมีคุณภาพและรสชาติอร่อย ไขมันน้อยโปรตีนสูงทั้งเนื้อไก่ และไข่

2.มีรายได้เพิ่มขึ้นขายได้ทั้งแบบเนื้อและขายเชิงกีฬา

3.มูลไก่เป็นปุ๋ยคอกที่มีธาตุอาหารของพืชสูง

4.เลี้ยงง่าย โตไว ทนต่อโรคสูง และหากินอาหารตามธรรมชาติได้


การคัดเลือกพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์

1.พ่อพันธุ์ไก่พื้นเมือง จะต้องมีรูปร่างสมบูรณ์ แข็งแรงมีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 2.5 กิโลกรัมขึ้นไป มีอายุตั้งแต่ 9 เดือน แต่ไม่เกิน 3 ปี

2.แม่พันธุ์ไก่พื้นเมือง จะต้องมีรูปร่างสมบูรณ์ แข็งแรง ขนดกมีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 1.5 กิโลกรัมขึ้นไป มีอายุตั้งแต่ 7 เดือน แต่ไม่เกิน 3 ปี

- ให้ไข่อย่างน้อยปีละ 4 ชุด

- ให้ไข่อย่างน้อยชุดละ 12 ฟอง

- ฟักไข่ออกเป็นตัวอย่างน้อยชุดละ 8 ตัว

- เลี้ยงลูกเก่ง เลี้ยงลูกรอดจนโตชุดละประมาณ 6 ตัว


 


 

โรงเรือนเลี้ยงไก่

1.สามารถป้องกันแดดกันฝนได้ดี

2.ภายในโรงเรือนควรโปร่ง ไม่อับทึบ ไม่ชื้นและระบายอากาศดี

3.ควรสร้างโรงเรือนแบบประหยัด ใช้สิ่งก่อสร้างที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น รักษาความสะอาดง่าย ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคได้ทั่วถึง

4.ป้องกันศัตรูต่างๆ ได้ดี เช่น สุนัข แมว นก และหนู

5.ห่างจากที่พักพอสมควร สะดวกต่อการเข้าปฏิบัติงานดูแลไก่พื้นเมือง


การสุขาภิบาล

1.ต้องดูแลทำความสะอาดโรงเรือนและภาชนะให้สะอาด

2.สร้างโรงเรือนให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

3.กำจัดแหล่งน้ำสกปรก รอบๆ บริเวณโรงเรือนและบริเวณใกล้เคียง

4.อาหารไก่ต้องมีคุณภาพ อาหารที่กินไม่หมดให้ทิ้งอย่าปล่อยให้เน่าบูดเสีย

5.มีน้ำสะอาดให้ไก่กินตลอดเวลา

6.ถ้ามีไก่พื้นเมืองป่วยไม่มากนัก ให้กำจัดเสียโดยการเผาหรือฝังให้เรียบร้อย

 

 

โรคที่สำคัญ


โรคไข้หวัดนก - พบอาการซึม นอนหมอบ ไม่ค่อยเคลื่อนไหว ขนยุ่ง ไอ จาม น้ำมูกและน้ำตาไหล บวมบริเวณส่วนหัว ใบหน้า เหนียง หงอน และส่วนคอ ผิวหนังสีม่วงคล้ำ โดยเฉพาะบริเวณที่ไม่มีขน เช่น ใบหน้า หงอน เหนียง หน้าอก และขา อาจพบชัก คอบิด ท้องเสีย บางตัวตายโดยไม่แสดงอาการป่วยให้เห็น อัตราการตายสูงมากกว่า 10 % ภายใน 1 วัน


โรคนิวคาสเซิล (โรคห่า) - ไก่จะมีอาการทางระบบหายใจและระบบประสาท คือ หายใจลำบาก น้ำมูกไหล หายใจเลียงดัง ชักกระตุก คอบิดคอเบี้ยว ขาปีกเป็นอัมพาต เดินเป็นวงกลม เบื่ออาหาร และภายใน 2-4 วัน ไก่พันธุ์พื้นเมืองอาจจะตายหมด


โรคฝีดาษ มีเม็ดขึ้นตามใบหน้าหรือหงอน บางครั้งพบเม็ดสีเหลืองบริเวณปากหรือลิ้น ไก่จะเจ็บปากและลิ้น กินอาหารไม่ได้ ถ้าเกิดมีโรคแทรกก็จะตายไปในที่สุด


โรคอหิวาต์ – พบมากในไก่ที่มีอายุเกิน 2 เดือนขึ้นไปถ้าเป็นขั้นรุนแรง ไก่จะตายโดยไม่ทราบสาเหตุถ้าเป็นชนิดธรรมดาจะแสดงอาการตัวร้อนจัด หายใจไม่สะดวกหงอนเหนียงเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ


 

อาหารไก่พื้นเมือง

อาหารที่ใช้เลี้ยงไก่พื้นเมืองมีอยู่หลายชนิด แต่ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ ข้าวเปลือก ปลายข้าว และรำ ซึ่งเป็นอาหารที่มีอยู่ในท้องถิ่น นอกจากนี้ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองอาจใช้ข้าวโพด ใบกระถินบดให้ละเอียด กากถั่วเหลืองและปลาป่น หรืออาจใช้หัวอาหารผสมกับปลายข้าวและรำ ในอัตราส่วน 1:2:2 (หัวอาหาร 1 ส่วน ปลายข้าว 2 ส่วน รำ 2 ส่วน )


การเพาะหนอนรำข้าวเป็นอาหารเสริมโปรตีนสูงในไก่พื้นเมือง

รำละเอียด จำนวน 2 กก. จุลินทรีย์ EM  2 ซีซี. อาหารไก่ 0.5 กก. ผลไม้สุกเหลือใช้ 1 กก. คลุกให้เข้ากันผสมน้ำพอหมาด ใส่ในถังพลาสติกสีดำ ขนาดประมาณ 20 ลิตร นำหัวเชื้อล่อแมลงวัน เช่น ไส้ปลา หัวปลา เนื้อต่างๆ 2-3 ขีด วางบนรำทิ้งไว้ในที่มีแมลงวัน ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วนำมาเก็บในที่ร่ม ประมาณ 5-7 วัน ก็สามารถนำมาเลี้ยงไก่เป็นอาหารเสริมจากอาหารปกติ โดยสามารถให้ทั้งหนอนและรำที่อยู่ในถังได้เลย หรือจะผสมรำละเอียดหรือปลายข้าวให้ไก่กิน

 

 

 


ตารางการทำวัคซีน

วัคซีน

อายุไก่

วิธีให้วัคซีน

ขนาดวัคซีน

ระยะป้องกัน

นิวคาสเซิล(ครั้งที่ 1) สเตรนเอฟ

1-3 วัน

หยอดจมูกหรือตา

1-2 หยด

3 เดือน

ฝีดาษ (ครั้งที่ 1 )

7 วัน

แทงปีก

1-2 ครั้ง

1-2 ปี

นิวคาสเซิล(ครั้งที่ 2)สเตรนเอฟ

21 วัน

หยอดจมูกหรือตา

1-2 หยด

3 เดือน

นิวคาสเซิล สเตรนเอ็ม.พี

2-3 เดือน

แทงปีก

1-2 ครั้ง

6 เดือน

อหิวา

2-3 เดือน

ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

1 ซีซี

3 เดือน

หลอดลมอักเสบ(ครั้งที่ 1)

14 วัน

หยอดจมูกหรือตา

1-2 หยด

3 เดือน

หลอดลมอักเสบ(ครั้งที่ 1)

28 วัน

หยอดจมูกหรือตา

1-2 หยด

3 เดือน

 

 

ประโยชน์ของมูลไก่

ไก่พื้นเมือง กินอาหารวันละ 67-79 กรัม ถ่ายมูลสดวันละ 77-106 กรัม คิดเป็นน้ำหนักแห้งประมาณ 0.03 กิโลกรัม มีโปรตีนอยู่ระหว่าง 32.3-46.4 %  มีแร่ธาตุที่สำคัญในพืช มีไนโตรเจน (N) 3.77 % ฟอสฟอรัส (P) 1.89 % และโปรแตสเซี่ยม (K) 1.76 % ตามน้ำหนักแห้ง ซึ่งเป็นผลพลอยได้ที่มีประโยช์ต่อพืชไร่

 

 

 

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์ เขต 2

กองงานพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ กรมปศุสัตว์

โทร / โทรสาร 038 - 027901

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 16 ตุลาคม 2013 เวลา 10:10 น.