ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

ไม้ยางพาราแปรรูป ปัจจัยที่มีผลต่อเปอร์เซ็นเนื้อยางของยางก้อนถ้วย
ปัจจัยที่มีผลต่อเปอร์เซ็นเนื้อยางของยางก้อนถ้วย PDF พิมพ์
ผลิตภัณฑ์จากยางพารา - ไม้ยางพาราแปรรูป
เขียนโดย Nattawadee Siriprasomsab   
วันพุธที่ 04 กันยายน 2013 เวลา 10:41 น.

ปัจจัยที่มีผลต่อเปอร์เซ็นเนื้อยางของยางก้อนถ้วย


ปัจจุบันเกษตรกรชาวสวนยางของจังหวัดในภาคเหนือ เปิดกรีดยางกันมากขึ้น ผลผลิตเริ่มทยอยเข้าสู่ตลาดในรูปของยางแผ่นดิบ และยางก้อนถ้วย ส่วนใหญ่จะขายผลผลิตในรูปยางก้อนถ้วย มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์

ชาวสวนยางที่ขายผลผลิตในรูปยางก้อนถ้วย จะมีปัญหาในการขายยาง มีปัญหาในการหาเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง หรือที่เรียกกันติดปากว่า ดีอาร์ซี (DRC)  เพราะในสภาวะที่แตกต่างกันเปอร์เซนต์เนื้อยางแห้ง ก็จะแตกต่างกัน ฉะนั้น สิ่งที่ชาวสวนยางจะต้องทราบว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อเปอร์เซนต์เนื้อยางแห้งของยางก้อนถ้วย เพื่อเป็นแนวทางในการขายยางก้อนถ้วย

โดยปรกติแล้ว เปอร์เซ็นต์เนื้อยางในน้ำยางสด  จะสัมพันธ์กับเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งในยางก้อนถ้วยในทิศทางเดียวกัน คือ ถ้าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางในน้ำยางสดมีค่า DRC สูง เมื่อนำน้ำยางสดนั้นมาหยอดน้ำกรดแล้ว จะพบว่าค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางในยางก้อนถ้วยจะสูงด้วย

ในการประเมินเปอร์เซ็นต์เนื้อยางในยางก้อนถ้วย จะประเมินคร่าว ๆ โดยใช้สายตา เพื่อดูสีของยางก้อนถ้วย จำนวนชั้นของยางก้อนถ้วย และการสัมผัสโดยการบีบ เพื่อดูความแน่นของเนื้อยาง โดยทั่วไป จะแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ

1.ยางก้อนถ้วยสด หรือ ยางเปียก จะมีอายุของยางก้อนถ้วย 1-3 วัน ผิวของก้อนยางมีสีขาวจนถึงสีขาวขุ่น  มีระดับความชื้นระหว่าง  45 55% ยางมีความนุ่ม เมื่อบีบแล้วน้ำในยางก้อนถ้วยจะไหลออกมา

2.ยางก้อนถ้วยหมาด มีอายุของยางก้อนถ้วย 4 – 7  วัน ผิวของยางเริ่มแข็ง ก้อนยางมีสีขาวขุ่นถึงสีน้ำตาลอ่อน ไม่มีของเหลวไหลออกจากก้อนยางต้องใช้แรงบีบพอสมควร หรือเหยียบ น้ำในน้ำยางจะไหลออกมา ยางก้อนมีระดับความชื้นระหว่าง  35 45 %

3.ยางก้อนถ้วยแห้ง อายุของยางก้อนถ้วยมากกว่า  7  วัน ผิวของยางก้อนถ้วยมีความแห้ง  แข็ง มีสีน้ำตาลเข้ม ยางก้อนถ้วยมีระดับความชื้นน้อยกว่า  35 %

การประเมินด้วยสายตาหรือการสัมผัส จะวัดค่าที่แน่นอนของเนื้อยางในยางก้อนถ้วยไม่ได้ ทำให้ชาวสวนยางโดนเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลางได้ สมควรที่ชาวสวนยาง ต้องมีความรู้ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อเปอร์เซ็นต์เนื้อยางในยางก้อนถ้วย

 

ปัจจัยที่มีผลต่อเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งของยางก้อนถ้วย

1.อายุยางก้อนถ้วย เมื่อเก็บยางก้อนถ้วยไว้หลาย ๆ วัน น้ำหนักยางจะลดลง เนื่องจากน้ำในยางก้อนถ้วยจะระเหย เปอร์เซ็นต์เนื้อยางจะเพิ่มขึ้น

วันแรก  ๆ ของการเก็บยาง ปริมาณความชื้นจะลดลงค่อนข้างรวดเร็ว เมื่อเก็บไว้ระยะหนึ่ง ประมาณ 7-8 วัน ปริมาณความชื้นจะเริ่มคงที่

2.ความชื้นสัมพัทธ์ จะมีผลต่อความชื้นในยางก้อนถ้วย ในช่วงฤดูฝน ความชื้นสัมพัทธ์สูง น้ำระเหยได้ช้า ปริมาณความชื้นในยางก้อนถ้วยจะมาก เปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งจะต่ำ

3.สารเคมีที่ใช้ในการจับตัว ปรกติ ในคำแนะนำจะแนะนำเกษตรกรใช้กรดฟอร์มิคในการจับตัวของยาง แต่มีเกษตรกรบางรายใช้ น้ำส้มควันไม้ น้ำหมักชีวภาพ เกลือแคลเซียม ในการจับตัวของยางก้อนถ้วย จากการศึกษา พบว่า การใช้น้ำส้มควันไม้ น้ำหมักชีวภาพ เกลือแคลเซียม จะทำให้ยางมีการจับตัวไม่สมบูรณ์ น้ำเซรุ่มขาวขุ่น มีรูพรุน ฟองอากาศในเนื้อยางมาก ทำให้มีความชื้นในยางก้อนถ้วยสูง ที่สำคัญคือ ยางขาดความยืดหยุ่น ไม่เหมาะที่จะนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นต่อไป

4.พันธ์ยาง พันธุ์ยางแต่ละพันธุ์ให้เปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งไม่เท่ากัน เมื่อเปรียบเทียบยางพันธุ์ RRIT 251 และ RRIM 600 แล้วพบว่า พันธุ์ยาง RRIT 251 จะมีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางสูงกว่าพันธุ์ RRIM 600

5.อายุของต้นยาง เปอร์เซ็นต์เนื้อยางจะแตกต่างกัน เมื่อต้นยางมีอายุแตกต่างกัน เมื่อต้นยางมีอายุมากขึ้น เปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งของยางก้อนถ้วยจะมากขึ้นด้วย

6.อุณหภูมิ พบว่า อุณหภูมิยิ่งลดลง การไหลของน้ำยาง จะนานขึ้น ทำให้ในเนื้อยางแห้งของน้ำยางสด ต่ำ  ยางก้อนถ้วยก็จะมีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางลดลง ชาวสวนยางที่ขายยางก้อนถ้วยในช่วงฤดูหนาวจะพบว่า พ่อค้าให้เปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งลดลง

7.ความยาวของรอยกรีด รอยกรีดสั้นจะให้เปอร์เซ็นต์เนื้อยางสูงกว่ารอยกรีดยาว อย่างไรก็ตาม การกรีดสั้นให้ผลผลิตน้ำยางน้อยกว่ารอยกรีดยาว

8.ความถี่ของการกรีด มีผลต่อเปอร์เซ็นต์เนื้อยางเช่นกัน การใช้ระบบกรีดถี่  ทำให้เปอร์เซ็นต์เนื้อยางลดลง การใช้ระบบกรีด 2วันเว้นวัน ยางก้อนถ้วยมีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางน้อยกว่า การใช้ระบบกรีด วันเว้นวัน

9.ช่วงเวลาของการกรีด ในแต่ละเดือน จะมีความแตกต่างในสภาพภูมิอากาศ เช่น ปริมาณฝน อุณหภูมิ ลม จะส่งผลกระทบ ทำให้ยางก้อนถ้วยจะมีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางไม่เท่ากัน  ลมจะส่งผลให้ยางมีการคายน้ำมาก ทำให้เปอร์เซ็นต์เนื้อยางจะมากกว่าในช่วงลมสงบ แต่ผลผลิตยาง ในช่วงลมสงบจะได้มากว่าในช่วงลมพัด

โดยปรกติ ในช่วงที่ฤดูฝน เปอร์เซ็นต์ยางจะน้อยกว่าในช่วงฝนทิ้งช่วง แต่ในช่วงฝนตก ชาวสวนยางไม่ค่อยได้กรีดยาง การหยุดกรีดทำให้เปอร์เซ็นต์เนื้อยางสูงกว่าโดยทั่วไป

สำหรับช่วงเวลาการกรีดยาง ถ้าชาวสวนยางกรีดยาง 6.00 น. ผลผลิตที่ได้จะมากกว่า กรีดยางในช่วง 09.00 น. แต่เปอร์เซ็นต์เนื้อยางในยางก้อนถ้วยจะต่ำกว่า

10.การใช้สารเคมีเร่งน้ำยาง ทำให้เปอร์เซ็นต์เนื้อยางลดลง การใช้สารเคมีเร่งน้ำยางยิ่งบ่อย ทำให้เปอร์เซ็นต์เนื้อยางยิ่งลดลง

11.การดูแลรักษาสวนยาง โดยเฉพาะการใส่ปุ๋ย การใส่ปุ๋ยมีผลทำให้ผลผลิตยางสูงขึ้น และเปอร์เซ็นต์เนื้อยางสูงขึ้นด้วย

12.ขนาดของต้นยาง การกรีดยางที่ไม่ได้ขนาดกรีด นอกจากทำให้ผลผลิตต่อครั้งกรีด ผลผลิตรวม ลดลงแล้ว ทำให้เปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งลดลงด้วย

13.ความลึกของการกรีด การกรีดลึกถึงท่อน้ำยางบริเวณเปลือกอ่อน จะมีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางน้อยกว่า กรีดตื้น หรือกรีดไม่ถึงท่อน้ำยาง แต่ผลผลิตรวมจะมากกว่าการกรีดตื้น

14.ปัจจัยอื่น ๆ เช่น สวนยางเพิ่งเปิดกรีด หรือหยุดกรีดหลายวัน เมื่อมากรีดใหม่ จะมีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางมากกว่า สวนยางที่กรีดหลายวันแล้ว แต่ผลผลิตรวมจะต่ำกว่า

ปัจจัยที่กล่าวมา เป็นปัจจัยที่มีผลต่อเปอร์เซ็นต์ เนื้อยางแห้งในยางก้อนถ้วย แต่วิธีการหาเปอร์เซ็นต์เนื้อยางในยางก้อนถ้วย เพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้องนั้น จะต้องนำยางก้อนถ้วยมารีด แล้ว อบให้แห้ง ชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์เนื้อยาง จะเป็นค่าเนื้อยางแห้งที่ถูกต้องที่สุด