ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

กฎหมายทั่วไป ตัวอย่างคดีอาญา: หมูแฮม ไฮโซคลั่ง
ตัวอย่างคดีอาญา: หมูแฮม ไฮโซคลั่ง PDF พิมพ์
KM สำหรับพนักงาน - กฎหมายทั่วไป
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 11 เมษายน 2011 เวลา 09:44 น.

เช็กสำนวนคดีดัง หมูแฮม-ไฮโซคลั่ง ข้อหาอ่วมอรทัย เจตนา-พยายามฆ่า

"สำนวนการสอบสวนเสร็จสิ้นไปแล้ว 70-80 เปอร์เซ็นต์ ยังคงต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐาน สอบปากผู้ก่อเหตุและด.ญ.ศิริโสพิษ ปัจฉิมสวัสดิ์ น้องสาวนายกัณฑ์พิทักษ์ที่นั่งมาในรถด้วย โดยมีการนัดมาให้การในวันที่ 20 ก.ค.นี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมที่จะสรุปสำนวนให้เสร็จภายใน 1 เดือนนี้"


พ.ต.ท.ญาณวุฒิ เอี่ยมแก้ว สวส.สน.ทองหล่อ เจ้าของคดีนายกัณฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ บุตรชายนายกัณฑ์เอนก ปัจฉิมสวัสดิ์ กับนางสาวิณี ปะการะนัง อดีตนางสาวไทย ขับรถเบนซ์ขึ้นฟุตปาธทับคนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุด

เหตุการณ์ระทึกขวัญจากฝีมือนายกัณฑ์พิทักษ์ แม้จะผ่านมากว่าสัปดาห์แล้ว แต่ก็ยังได้รับความสนใจและติดตามจากสังคม

โดยนายกัณฑ์พิทักษ์ ทำร้ายโชเฟอร์รถปอ. ด้วยการใช้ก้อนหินฟาดศีรษะเพราะไม่พอใจที่เฉี่ยวชนกัน ก่อนที่จะระบายโทสะที่ถูกด่าทอด้วยการควบรถเบนซ์คันหรู พุ่งเข้าชนชาวบ้านจำนวนมากที่ยืนรอรถอยู่ริมถนนสุขุมวิท เมื่อค่ำวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

มีความพยายามอย่างสูงจากฝ่ายญาติโดยเฉพาะนายกัณฑ์เอนก ที่จะอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทำนองว่าลูกชายทำลงไปโดยไม่รู้ตัว!??

อ้างว่ามีประวัติเข้ารักษาอาการทางจิตที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์

กระนั้นก็ตามในส่วนของตำรวจทั้งสน.ทองหล่อ เจ้าของท้องที่เกิดเหตุ พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบก.น.5 และพล.ต.ท.อดิศร นนทรีย์ ผบช.น. ต่างก็ระมัดระวังอย่างยิ่งในบทบาทการทำคดีนี้

เนื่องเพราะครอบครัวของนายกัณฑ์พิทักษ์ ถือว่ามีฐานะร่ำรวยอยู่ในสังคมไฮโซ ญาติพี่น้องหลายคนของนายกัณฑ์เอนกเป็นคนในเครื่องแบบ

เพียงข้อสงสัยหรือระแวงเล็กน้อยก็จะทำให้ตำรวจถูกเพ่งเล็งไปด้วย

คดีนี้จึงเดินไปอย่างรวดเร็วอย่างยิ่ง แม้ตำรวจจักไม่สามารถสอบปากคำนายกัณฑ์พิทักษ์ได้ แต่ก็รวบรวมพยานหลักฐานเสนอขอศาลอนุมัติหมายจับ หลังเกิดเรื่องเพียงไม่กี่วันเท่านั้น 

ตำรวจออกหมายจับนายกัณฑ์พิทักษ์ รวม 3 ข้อหาคือฆ่าคนตายโดยเจตนา พยายามฆ่า และทำร้ายร่างกาย!!!

ก่อนนำหมายศาลไปให้ผู้ต้องหาที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลสมิติเวช ผู้ต้องหาปฏิเสธและยังไม่ยอมให้การใดๆ

"การออกหมายจับเลยโดยไม่ได้ออกหมายเรียกก่อนนั้น เนื่องจากมีพยานหลักฐานแน่ชัด แต่พนักงานสอบสวนไม่สามารถเข้าไปสอบปากคำผู้ต้องหาได้ เพราะทางญาติอ้างว่าแพทย์ที่รักษาไม่อนุญาตให้เข้าไปสอบปากคำ พนักงานสอบสวนจำเป็นต้องขออนุมัติหมายจับไปตามกฎหมาย"

พล.ต.ต.อนันต์ ผบก.น.5 แสดงความคิดเห็น

ผบก.น.5 ระบุอีกว่าที่ออกหมายจับอย่างรวดเร็ว มิใช่การกลั่นแกล้ง หรือทำตามกระแสสังคม เพราะคดีนี้ผู้ต้องหาก่อเหตุซึ่งมีผู้บาดเจ็บหลายรายและเสียชีวิต หากตำรวจไม่ดำเนินการอย่างไรเลยอาจจะถูกมองว่าเลือกปฏิบัติ!??

นอกจากคดีที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว มีเจ้าทุกข์อีกหลายรายทั้งญาตินางสายชล หลวงแส พนักงานขสมก.ที่เสียชีวิตจากฝีมือนายกัณฑ์พิทักษ์ รวมทั้งญาติและตัวแทนผู้บาดเจ็บกว่า 10 รายที่ทยอยเข้าแจ้งความดำเนินคดี

ขณะที่บางส่วนก็ออกมาแสดงตัวว่ายังไม่ได้รับการเหลียวแลหรือช่วยเหลือจากญาติผู้ต้องหาเลย อาทิรายของนายมาโนช โตจวง และน.ส.หทัยทิพย์ ครุฑธจร นักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปี 2

ห้วงเวลาเดียวกันนี้นางสาวิณี มารดานายกัณฑ์พิทักษ์ เหมือนจะเป็นคนเดียวที่เทียวไปเทียวมาหาทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ!??

ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปร่วมงานศพนางสายชล ออกเยี่ยมผู้บาดเจ็บ และไปหาเหยื่อทุกรายที่ทราบข่าว รวมทั้งนำจดหมายที่ระบุว่าเป็นลายมือของลูกชายแสดงความเสียใจไปให้ญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บบางคนด้วย

นอกจากนี้ยังติดต่อตำรวจเพื่อยื่นประกันตัวลูกชาย หลังถูกออกหมายจับ

โดยนางสาวิณี นำหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินมูลค่า 6 ล้านบาทมายื่นประกัน

ขณะที่อดีตนางสาวไทย กำลังวิ่งหัวหมุนอยู่นั้น ฝ่ายนายกัณฑ์เอนกผู้เป็นบิดาที่ตอนแรกทำท่าว่าจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะออกมาแถลงขอโทษผู้เดือดร้อนจากการกระทำของลูกชาย 

แต่คล้อยหลังเพียงวันเดียวก็แผลงฤทธิ์ ให้สัมภาษณ์จวกคู่กรณีคือคนขับรถโดยสารปอ.และกระเป๋ารถเมล์ ที่แฉพฤติกรรมของนายกัณฑ์พิทักษ์ ในวันเกิดเหตุ พร้อมตั้งข้อสังเกตทำนองว่าอาจจะแกล้งทำเป็นตัวเกร็งมือหงิก!??

นายกัณฑ์เอนก ออกมาพูดตอบโต้ทำนองว่ากระเป๋ารถเมล์ไม่มีการศึกษา และยังประกาศดำเนินคดีกับคนที่ทำลายรถเบนซ์และทำร้ายลูกชายด้วย!??

เท่านั้นเองสถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ เพราะนอกจากนายกัณฑ์พิทักษ์จะถูกรุมถล่มแล้ว บิดาก็กลายเป็นอีกหนึ่งเป้าใหญ่

สหภาพพนักงานขสมก. ออกโรงตอบโต้และฮึ่มๆ จะดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท

จนท้ายที่สุดนายกัณฑ์เอนก ต้องแถลงขอโทษอีกครั้ง แต่ดูเหมือนสถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าใดนัก!??

มีอีกหนึ่งกระแสที่ถูกจับตาไม่น้อยคือประวัติและอาการของนายกัณฑ์พิทักษ์ ว่ามีอาการทางจิตหรือไม่!??

เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องอาการของนายกัณฑ์พิทักษ์คือนั่งตัวเกร็ง มือหงิกอยู่ในรถเบนซ์หลังก่อเหตุขับไล่ชนคนตาย-เจ็บ และนายกัณฑ์เอนก ออกมาระบุว่าลูกชายมีอาการไม่ปกติ และเคยเข้ารักษาตัวในสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์มาแล้ว

แต่อีกฝ่ายก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น!??

โดยยกข้อสังเกตที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นวันเกิดเหตุที่อาการของนายกัณฑ์พิทักษ์ ก็ดูไม่ผิดปกติ สามารถขับรถไปไหนมาไหน พูดคุยและต่อล้อต่อเถียงกับโชเฟอร์รถปอ.คู่กรณี

ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ ม.กรุงเทพ จึงเป็นไปได้ละหรือที่คนมีสภาพจิตไม่ปกติ จะสามารถเรียนวิชายากๆ อย่างคณะนิติศาสตร์ แถมยังขับรถไปไหนมาไหนได้เช่นนี้!??

ประเด็นนี้ ผอ.สถาบันกัลยาณ์ฯ ออกมาชี้แจงทันทีว่า นายกัณฑ์พิทักษ์ เคยมารักษาจริงแต่เป็นเพียงผู้ป่วยนอก และมาพบแพทย์ 2-3 ครั้งเท่านั้นในช่วงต้นปี 2549!??

ที่น่าสนใจกว่าเป็นความคิดเห็นของน.พ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต

"นายกัณฑ์พิทักษ์ไม่ได้เข้าข่ายผู้ป่วยอาการทางจิต แต่เป็นผู้ป่วยที่มีปัญหาทางอารมณ์ ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ที่สำคัญใครขัดใจก็จะทำให้เกิดอารมณ์โกรธ ซึ่งเป็นอาการของจิตใต้สำนึก และเป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่จะมีกลไกในการป้องกันตนเองด้านจิตใจ โดยอาการอย่างนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะคนที่มีจิตใจอ่อนไหว และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้เมื่อมีปัญหารุนแรง บางคนอาจจะทำไปโดยไม่รู้สึกตัว เพราะจิตใต้สำนึกเป็นผู้สั่ง"!??

น.พ.ม.ล.สมชาย กล่าวอีกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องพิจารณาจากแพทย์ที่ต้องออกมายืนยัน และแสดงความรับผิดชอบว่า ผู้ก่อเหตุสามารถให้การได้หรือไม่ และมีอาการทางจิตตามที่กล่าวอ้างอย่างไร หากญาติผู้ป่วยยังยื้อโดยไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิ์ที่จะส่งเรื่องฟ้องศาล

อธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุอีกว่า จากนั้นศาลจะเป็นผู้พิจารณาด้วยการออกคำสั่งให้แพทย์ผู้รักษามาพบ หรือหากผู้ป่วยไม่สามารถมาให้การในชั้นศาลได้ โดยอ้างว่าป่วยหนักศาลอาจจะใช้วิธีการเผชิญสืบเอง เช่นเดียวกับคดีน.พ.ประกิตเผ่า

"กรมสุขภาพจิตพร้อมที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับการตรวจเช็กสภาพจิตใจของผู้ป่วยหากเจ้าหน้าที่ตำรวจร้องขอมา ซึ่งต้องส่งผู้ป่วยไปตรวจกับจิตแพทย์ อย่างไรก็ตามกรณีของนายกัณฑ์พิทักษ์ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางแพทย์ว่าป่วยด้วยอาการหนักแค่ไหน และสามารถควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในสภาวะปกติหรือไม่"!??

อย่างไรก็ตามไม่ว่านายกัณฑ์พิทักษ์ จะมีอาการทางจิตหรือไม่ แต่ทางกฎหมายแล้วจะไม่ได้รับการยกเว้นโทษ เพราะหากป่วยจริงก็จะส่งเข้ารักษาเมื่อหายแล้วก็ต้องถูกดำเนินคดีต่อไป

สรุปแล้วอย่างไรเสียคดีนี้ต้องขึ้นไปสู่การพิจารณาชั้นศาล

ส่วนผลจะออกมาในรูปใด เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป!??

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 พฤษภาคม 2011 เวลา 13:52 น.