ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การปลูกสร้างสวนยางพารา 6 ปีบนคันนา กับสวนยางพาราของลุงสมุห์
6 ปีบนคันนา กับสวนยางพาราของลุงสมุห์ PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - การปลูกสร้างสวนยางพารา
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2013 เวลา 15:48 น.

6 ปีบนคันนา กับสวนยางพาราของลุงสมุห์

เรื่อง/ภาพ : วัลลภ  โศภิษฐพันธ์


ปลายเดือนมิถุนายน เข้าสู่ฤดูฝนผู้เขียนได้ขับรถผ่านเขตพื้นที่อำเภอขุนหาญ สองข้างทางก่อนเข้าสู่เขตตัวอำเภอ

พบว่าพี่น้องกำลังถอนกล้าปักดำต้นกล้าลงบนผืนนาอันกว้างขวาง  บางพื้นที่ก็เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นกล้าที่หว่านลงในผืนนา  ส่วนคันนาก็จะปลูกยูคาลิปตัสซึ่งถ้าจะเรียกให้ทันยุคสมัย  ก็ต้องเรียกว่า “ต้นกระดาษ” ซึ่งผู้เขียนคิดว่าหากปลูกต้นกระดาษลงบนหัวไร่ปลายนา หันมาปลูกยางพาราไม่ดีกว่าเหรอ เพราะต้นกระดาษแม้ว่าไม่ต้องดูแลรักษามากมาย  แต่ต้นกระดาษนอกจากจะทำลายความอุดมสมบูรณ์ของดินแล้ว เมื่อใบต้นกระดาษร่วงหล่นลงในผืนนา น้ำมันยูคาลิปตัสก็จะทำให้น้ำบริเวณนั้นเน่าเสีย และพื้นที่บริเวณที่ปลูกต้นกระดาษ ผลผลิตของข้าวลดลง หากผืนดินบนหัวไร่ปลายนาของพี่น้องเกษตรกรไทย  หันมาปรับเปลี่ยน มาปลูกยางพาราน่าจะให้ผลประโยชน์มากกว่า เพราะนอกจากต้นยางพาราจะให้ร่มเงามากกว่าต้นกระดาษแล้ว หากต้นยางพาราให้ผลผลิตก็จะทำให้เจ้าของผืนนามีรายได้เพิ่มขึ้น  ถึงแม้ว่าผลผลิตอาจจะลดน้อยหรือเท่ากับสวนยางที่ปลูกในพื้นที่ปกติก็ตาม  แต่อาจจะคุ้มกว่าต้นกระดาษก็เป็นได้ และจากการที่ได้เดินทางไปพบปะพูดคุยกับพี่น้องชาวสวนยางในเขตพื้นที่อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ  ก็ทราบว่ามีเกษตรกรชาวสวนพลิกผืนหัวไร่ปลายนาเปลี่ยนจากคันนา  เอายางพารามาปลูกจนสามารถเปิดกรีดได้ภายใน ปี  จึงทำให้ผู้เขียนต้องรีบบึ่งรถไปตามหาจนเป็นที่มาของชื่อเรื่อง  6 ปีบนคันนา  กับสวนยางพารของลุงสมุห์ ”

บ้านเลขที่ 70/1 หมู่ที่ 6 ตำบลขุนหาญ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ผู้เขียนได้พบชายในวัย 59 ที่ชื่อสมุห์

ศรีภักดิ์ เล่าให้ผู้เขียนฟังว่าจากการทอดผ้าป่า ณ วัดมะค่าทรายงาม  จังหวัดจันทบุรี เมื่อ 8 ปีก่อน ลุงสมุห์  ศรีภักดิ์ ได้เห็นสวนยางพาราบริเวณใกล้วัดถูกน้ำท่วมขัง แต่ต้นยางไม่ตาย จึงนึกในใจว่าน้ำท่วมยางไม่ตายหากปลูกลงในที่นาก็น่าจะปลูกได้  ทำให้เมื่อเดินทางกลับมายังบ้านที่อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ  จึงมาปรึกษาและสอบถามน้องเขย ที่มีสวนยางพาราที่บ้านซำบันได  ว่าหากปลูกตามคันนาปลูกได้หรือไม่   ซึ่งได้รับคำตอบว่าได้  ทำให้ในเดือนมิถุนายน 2548 ลุงได้ตัดสินใจใช้รถไถปรับคันนาให้มีความกว้าง 3 เมตร สูง 60 เซนติเมตร แล้วปลูกยางพาราพันธุ์ RRIM 600 จำนวน 300 ต้น  โดยปลูกเป็นแถวเดี่ยว  ระยะห่างระหว่างต้น 2.20 เมตร ระหว่างต้นยางปลูกหม่อน  เพื่อขายใบหม่อน โดยตั้งใจว่าปลูกหม่อนไว้ขายใบต้นละหนึ่งบาท แต่ต้นหม่อนกลับทำเงินให้ลุงต้นละประมาณ 5 บาท ส่วนข้างแถวต้นยางปลูกพริกไว้ขาย ข้างละต้น เมื่อเก็บพริกขายแล้ว  ก็เปลี่ยนเอาต้นข่า มาปลูกไว้ขาย  โดยยึดหลักพระราชดำรัสของในหลวง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  และจากการที่ลุงสมุห์ สังเกตเห็นความเจริญเติบโตของต้นยางที่ปลูกในปีถัดมา ลุงสมุห์ตัดสินใจปลูกยางพาราเพิ่มในปี 2549 จำนวน 500 ต้น โดยปลูกเป็นแถวคู่  โดยมีระยะปลูกระหว่างแถว 3 เมตร ระหว่างต้น 2.20 เมตร ซี่งรวมทั้ง 2 ปี ลุงสมุห์ ปลูกยางลงบนคันนาในเนื้อที่ 2๗  ไร่  ได้ต้นยางพารา 800 ต้น (ประมาณ 10.50 ไร่) โดยในช่วง 13 ปีแรกของการปลูกยางพาราลุงสมุห์ จะไถกลบตอซังข้าวเข้าแถวยางพารา  รวมทั้งปลูกถั่วพร้าเพื่อทำเป็นปุ๋ยพืชสด อีกทั้งใช้ฟางข้าวที่นวดแล้วนำมากองเป็นปุ๋ยบริเวณคันนา จนคันนาในปีที่ 6 กว้างขึ้นจากเดิม 3 เมตรเป็น 5 เมตร  ส่วนการใส่ปุ๋ยนั้นลุงสมุห์ เล่าให้ฟังว่า ช่วงปีแรกๆ ใส่ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เพียงปีละ 12 กระสอบ เท่านั้น เพราะลุงสมุห์ใส่ปุ๋ยพืชสด น้ำหมักจากหอยเชอรี่ที่เก็บจากนา ฟางข้าวที่นวดเสร็จนำมาใส่บนคันนาที่ปลูกยาง  จนยางพาราที่ปลูกอายุครบ 6 ปี เมื่อปี 2554 ก็สามารถเปิดกรีดได้ 300 ต้น  โดยเปิดกรีดเองจากการเรียนรู้จากน้องเขย  โดยกรีดทำเป็นเศษยางก้อนถ้วย 6-7 มีด ขายได้ประมาณ 160-165 กิโลกรัม  โดยขายกิโลกรัมละ 62 บาท ทำให้เกิดกำลังใจในการสร้างสวนยาง  เพราะต้นยางบนคันนา 300 ต้น สามารถทำรายได้เดือนละ 18,00020,000 บาท ปัจจุบันยางของลุงสมุห์กรีดทั้งสิ้น 600 ต้น  ซึ่งลุงสมุห์ได้จ้างให้คนกรีดให้เนื่องจากลุงสายตามองเห็นไม่ชัดเจน  แต่ลุงสมุห์ยินดีที่จะให้แปลงยางบนคันนาของลุงเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นได้ยึดอาชีพกรีดยางบนคันนา สนใจเยี่ยมชมแปลงลุงสมุห์ติดต่อได้ที่ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดศรีสะเกษ โทรศัพท์ 045-617-828 หรือที่ลุงสมุห์  ศรีภักดิ์ บ้านเลขที่ 70/1 หมู่ที่ 6 ตำบลขุนหาญ อำเภอขุนหาญ  จังหวัดศรีสะเกษ  โทรศัพท์ 08-7110-9091


แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2013 เวลา 16:00 น.