ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

กฎหมายทั่วไป ตัวอย่างคดีแพ่ง: ต้องมีสัญญากู้ด้วยเหรอเนี๊ยะ
ตัวอย่างคดีแพ่ง: ต้องมีสัญญากู้ด้วยเหรอเนี๊ยะ PDF พิมพ์
KM สำหรับพนักงาน - กฎหมายทั่วไป
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 11 เมษายน 2011 เวลา 09:37 น.

....ต้องมีสัญญากู้ด้วยหรือ?

         "เห็นๆๆ กันอยู่คนอื่นก็รับรู้ทำไมถึงฟ้องมันไม่ได้  ศาลนี่ไม่ยุติธรรมเลย"   อาจจะเคยได้ยินคำถามแบบนี้จากผู้

ให้กู้หน้าใหม่ของวงการเงินกู้ ซึ่งตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ ได้วางหลักเกณฑ์ในเรื่องของ

การกู้ยืมเงินไว้ว่า การกู้ยืมเงินกว่า ๒ พันบาทขึ้นไปนั้นถ้าไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลง

ลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญจะฟ้องร้องคดีไม่ได้  ดังนั้นเมื่อให้ใครกู้ยืมเงินมากกว่า ๒ พันบาทหากไม่มีหลักฐานการ

กู้ยืมก็จะฟ้องร้องคนกู้ไม่ได้  แต่หลักฐานที่ว่าไม่จำเป็นที่จะต้องทำเป็นสัญญาก็ได้ อาจจะเป็นจดหมายโต้ตอบกัน

ระหว่างผู้กู้กับผู้ให้กู้ หรือจดหมายหรือบันทึกที่ผู้กู้ยืมไปเขียนรับสารภาพว่าเป็นหนี้ผู้กู้จำนวนเท่านั้นเท่านี้บาทและ

ลงลายมือชื่อไว้เท่านี้ก็สามารถนำหลักฐานนั้นมาฟ้องร้องบังคับคดีได้ เพื่อง่ายต่อความเข้าใจจะยกตัวอย่างของหลัก

ฐานการกู้ยืมที่ไม่จำเป็นต้องเป็นสัญญา  นาย ก  ต้องการใช้เงินจึงไปยืมจากนาย ข ที่ทำงาน ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ

กันมานานจะให้ทำสัญญากู้เดี๋ยวนาย ก จะว่าเราเขี้ยวลากดิน ก็เลยให้นาย ก ยืมไปจำนวน ๑ แสนบาท แต่กลัว

ว่าจะไม่มีใครรู้เห็นเวลานาย ก มายืมเงิน จึงให้นาย ค และนาย ง เป็นสักขีพยานในการส่งมอบเงิน แต่ว่าก็ไมได้มี

การทำบันทึกอะไรกันไว้ โดยเมื่อครบกำหนดกันที่นาย ก จะต้องชำระคืน นาย ก ก็ไม่ยอมชำระนาย ข จึงไปทวงให้

นาย ก ชำระหนี้ นาย ก ก็ไม่มีจ่ายให้ เข้าทำนองที่ว่า ไม่มี ไม่หนี้ ไม่จ่าย อยากได้ให้ไปฟ้องเอา นาย ข จึงนำเรื่องนี้

ไปปรึกษาทนายความ ทนายความก็แนะนำอย่างที่ผมกล่าวไว้ข้างต้นแหละครับ หลักฐานการกู้ยืมลงลายมือชื่อนาย ก

มีไหม นาย ข ตอบไม่มีงั้นก็ฟ้องร้องบังคับไม่ได้  ด้วยความโกรธที่ถูกนาย ก เบี้ยวจึงคิดในใจว่าไม่ได้เงินคืนก็ขอตบ

มันสักที ระหว่างทางกลับบ้านเจอนาย ก นาย ข จึงเข้าไปตบกระบาลนาย ก หนึ่งที่ บังเอิญว่ามี ตำรวจยืนใกล้ๆเห็น

เหตุการณ์เข้า นาย ก ด้วยกลัวจะเสียหน้าที่นาย ข มาตบหัวเราต่อหน้าสาธารณะชน จึงไปแจ้งความร้องทุกข์ให้

ดำเนินคดีกับนาย ข พนักงานสอบสวนก็สอบถามคู่ความทั้งสองแล้วก็ลงบันทึกประจำวัน ไว้อ่านได้ความว่าที่นาย ข

ตบหัวนาย ก เพราะนาย ก กู้ยืมเงิน ๑ แสนบาทแล้วไม่จ่ายเลยเกิดความแค้นก็เลยตบหัวไป แล้วพนักงานสอบสวนก็

เปรียบเทียบปรับนาย ข ฐานใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่หรือจิตใจ ตาม ปอ.มาตรา ๓๙๑

ปรับ ๑,๐๐๐ บาท แล้วนาย ก และ นาย ข ก็ลงชื่อในบันทึกประจำวัน...หลังจากนั้นนาย ข ก็มาขอคัดสำเนาบันทึก

ประจำวันแล้วไปมอบให้ทนายความฟ้องร้องเรียกเงินคืน เช่นนี้ถือว่ามีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือตาม

กฎหมายแล้วจึงฟ้องร้องให้บังคับคดีได้....นี่แหละครับ บันทึกประจำวันก็ถือว่าเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมสามารถ

ที่จะฟ้องร้องตามสัญญากู้ได้ เพราะมีข้อความครบถ้วนว่าใครเป็นหนี้เงินกู้ใครและจำนวนเท่าไหร ดังนั้นการกู้

ยืมเงินไม่จำต้องทำเป็นสัญญาก็ได้ แต่บันทึกข้อความไว้หน่อยก็ดีว่าใครกู้เงินเรา? จำนวนเท่าไหร่? แล้วจะคืนเมื่อ

ไหร่? และก็ให้เขาลงชื่อไว้หน่อย  เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ.....สำหรับคนกู้นั้นก็สำคัญนะครับชำระหนี้เงินกู้ไปแล้ว

เจ้าหนี้บอกยังไม่ชำระ จะมาเรียกจากเราได้หรือไม่? บางครั้งจ่ายแล้วต้องจ่ายอีกก็มี ..แล้วจะมาเล่าสู่กันฟัง

ในคราวหน้านะครับ.........reablawyer

ปล.ผมไม่ได้อ่านทวนหากมีข้อผิดพลาดขออภัยมานะที่นี้ด้วย

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 พฤษภาคม 2011 เวลา 13:51 น.