ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

โครงการพัฒนาเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางไทย ชีวินทรีย์
ชีวินทรีย์ PDF พิมพ์
การพัฒนาเกษตรกร - โครงการพัฒนาเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางไทย
เขียนโดย ลือกาจ ภู่พัฒนากุล   
วันพุธที่ 13 กรกฏาคม 2011 เวลา 13:51 น.

 

 

 

ชีวินทรีย์ควบคุมศัตรูพืช

 

 

 

 

 

 

ศูนย์บริหารศัตรูพืชจังหวัดสงขลา

70 หมู่ที่ 3 ตำบลบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา 90110

โทร.0-7423-9250    โทรสาร 0-7423-9035

E-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 

ศัตรูธรรมชาติ

   การควบคุมพืชโดยชีววิธี เป็นวิธีการใช้ประโยชน์จากศัตรูธรรมชาติในการควบคุมศัตรูพืช ช่วยทำลายและลดประชากรของศัตรูพืชให้อยู่ในระดับต่ำ

   ศัตรูธรรมชาติ     เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีประโยชน์ ช่วยควบคุมศัตรูพืช เป็นสาเหตุทำให้ศัตรูพืชตายก่อนกำหนด ช่วยลดความเสียหายของพืชจากศัตรูพืช ศัตรูธรรมชาติแบ่งเป็น 3 ประเภท

1) ตัวห้ำ เป็นสิ่งมีชีวิตที่กินศัตรูพืชเป็นอาหาร มีทั้งกัดกินและดูดกิน มักมีขนาดใหญ่กว่าหรือแข็งแรงกว่าศัตรูพืช ได้แก่ มด มวนพิฆาต มวนเพชฌฆาต แมลงช้างปีกใส แมลงหางหนีบ ด้วงเต่าตัวห้ำ ไรตัวห้ำ แมลงปอ แมงมุม นก กบ เป็นต้น

2) ตัวเบียน เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยเบียดเบียนและกินอาหารอยู่ในตัวหรือบนตัวศัตรูพืช มักมีขนาดเล็กกว่าศัตรูพืช ได้แก่ แตนเบียนหนอนใยผัก แตนเบียนหนอนกระทู้ผัก แตนเบียนหนอนแมลงวันผลไม้        ไส้เดือนฝอย เป็นต้น

3) เชื้อจุลินทรีย์ หรือเชื้อโรค เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ทำลายศัตรูพืชได้หลายวิธี เช่น เจริญเติบโตอยู่บนศัตรูพืช ปล่อยสารพิษทำลายศัตรูพืช ทำให้ศัตรูพืชเป็นโรคและตาย ได้แก่ เชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อราบิวเวอเรีย เชื้อราเมตาไรเซียม เชื้อบีที เชื้อไวรัสเอ็นพีวี เป็นต้น

 

 

ตัวห้ำ

1. ด้วงเต่าตัวห้ำ

ลักษณะทั่วไป เป็นแมลงปากกัด ตัวเต็มวัยรูปร่างกลมหรือรี ปีกแข็ง เป็นมัน อาจมีลายหรือไม่มี สีสันหลากหลาย เช่น เหลือง ส้ม แดง ดำ ตัวอ่อนลักษณะเหมือนหนอน มี 6 ขา ไม่มีปีก สีดำ มีลายสีเหลือง หรือ ส้ม

ประโยชน์    ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเป็นตัวห้ำ  กินศัตรูพืชเป็นอาหาร  เช่น  ไข่แมลง  เพลี้ยอ่อน  เพลี้ยไฟ   เป็นต้น

วิธีการใช้  ปลดปล่อยด้วงเต่าตัวห้ำทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยประมาณ 100 ตัว/ไร่ เพื่อควบคุมปริมาณศัตรูพืชให้อยู่ในระดับต่ำ จนกว่าด้วงเต่าตัวห้ำจะสามารถตั้งรกรากในธรรมชาติได้

 

 

มวนเพชฌฆาต

2. มวนเพชฌฆาต

ลักษณะทั่วไป  เป็นแมลงปากดูด ตัวอ่อน ลำตัวสีแดงสดใส หัวแคบ คอยาว  คล้ายตัวเต็มวัย แต่ขนาดเล็กกว่า และไม่มีปีก ตัวเต็มวัยมีลำตัวสีดำ  ขอบปีกสีแดงส้ม  ปีกส่วนบนสีดำ ส่วนปลายสีน้ำตาลเข้ม

ประโยชน์   ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเป็นตัวห้ำ กินหนอนเป็นอาหาร โดยใช้ปากที่แหลมยาวแทงหนอน แล้วดูดของเหลวภายในตัวหนอนจนแห้งตาย

วิธีการใช้  ปลดปล่อยมวนเพชฌฆาตทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยประมาณ 100 ตัว/ไร่ เพื่อควบคุมปริมาณศัตรูพืชให้อยู่ในระดับต่ำ จนกว่ามวนเพชฌฆาตจะสามารถตั้งรกรากในธรรมชาติได้

 

 

3. แมลงหางหนีบ

ลักษณะทั่วไป   เป็นแมลงปากกัด  ตัวอ่อน ลำตัวแบนยาว มี 6 ขา  แพนหางคล้ายคีม  ลำตัวสีน้ำตาลอ่อน แพนหางสีน้ำตาล ตัวเต็มวัย คล้ายตัวอ่อน  แต่ขนาดใหญ่กว่า และสีเข้มกว่า ( สีน้ำตาลหรือดำ )

ประโยชน์   ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเป็นตัวห้ำ  กินไข่แมลง เพลี้ยอ่อน   และหนอน

วิธีการใช้  ปลดปล่อยแมลงหางหนีบทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยประมาณ 100 ตัว/ไร่ เพื่อควบคุมปริมาณศัตรูพืชให้อยู่ในระดับต่ำ จนกว่าแมลงหางหนีบจะสามารถตั้งรกรากในธรรมชาติได้

 

 

 แมลงช้างปีกใส

4.  แมลงช้างปีกใส

 ลักษณะทั่วไป    เป็นแมลงปากดูด  ตัวอ่อนคล้ายหนอน มี 6 ขา สีน้ำตาล  ส่วนหัวมีลักษณะคล้ายคีมสำหรับคอยจับเหยื่อ  มีขนบนหลังเพื่อเก็บซากเหยื่อ  ตัวเต็มวัยมีปีกบางๆ  สีเขียวอ่อน 4 ปีก หนวดยาว

ประโยชน์   กินไข่แมลง  เพลี้ยอ่อน  เพลี้ยแป้ง  เพลี้ยไฟ  ไรแดง  

วิธีการใช้  ปลดปล่อยตัวอ่อนแมลงช้างปีกใสประมาณ 100 ตัว/ไร่ เพื่อควบคุมปริมาณศัตรูพืชให้อยู่ในระดับต่ำ และปลดปล่อยตัวเต็มวัยบ้างเพื่อให้ขยายพันธุ์ในธรรมชาติ จนกว่าแมลงช้างปีกใสจะสามารถตั้งรกรากในธรรมชาติได้

 

 

 

ตัวเบียน

 

 

 

 

 

แตนเบียนหนอนกระทู้ผัก

 

1. แตนเบียนหนอนกระทู้ผัก

 

ลักษณะทั่วไป       ตัวเต็มวัยของแตนเบียนหนอนกระทู้ผัก มีขนาดเล็กสีดำหนวดแบบเส้นด้าย ด้านใต้ท้องมีสีน้ำตาลเหลือง เพศเมียมีอวัยวะวางไข่ยื่นยาวออกมาจากท้องปล้องสุดท้าย

 

ประโยชน์  แตนเบียนหนอนกระทู้ผัก ทำลายยเฉพาะหนอนกระทู้ผักเท่านั้น

 

วิธีการใช้  ปลดปล่อยตัวเต็มวัยแตนเบียนประมาณ 100 ตัว/ไร่ เพื่อควบคุมปริมาณศัตรูพืชให้อยู่ในระดับต่ำ จนกว่าแตนเบียนจะสามารถตั้งรกรากในธรรมชาติได้ อนุรักษ์พืชที่ให้เกสรและน้ำหวานไว้รอบๆ แปลงปลูก เพื่อปลูกแหล่งอาหารของแตนเบียน และควรปล่อยแตนเบียนควบคู่กับการใช้เชื้อบีที

 

 

 

 

   

 

 

 

 

 แตนเบียนหนอนใยผัก

 

2. แตนเบียนหนอนใยผัก

ลักษณะทั่วไป ตัวเต็มวัยของแตนเบียนหนอนใยผัก มีขนาดเล็กสีดำ คล้ายแตนเบียนหนอนกระทู้ผัก แต่ขนาดเล็กกว่า

ประโยชน์  แตนเบียนหนอนใยผัก ทำลายเฉพาะหนอนใยผักเท่านั้น

วิธีการใช้ ปลดปล่อยตัวเต็มวัยแตนเบียนประมาณ 100 ตัว/ไร่ เพื่อควบคุมปริมาณศัตรูพืชให้อยู่ในระดับต่ำ จนกว่าแตนเบียนจะสามารถตั้งรกรากในธรรมชาติได้ อนุรักษ์พืชที่ให้เกสรและน้ำหวานไว้รอบๆ แปลงปลูก เพื่อให้เป็นแหล่งอาหารของแตนเบียน และควรปล่อยแตนเบียนควบคู่กับการใช้เชื่อบีที

 

 

 

                           

แตนเบียนหนอนแมลงดำหนามมะพร้าว

3. แตนเบียนหนอนแมลงดำหนามมะพร้าว

ลักษณะทั่วไป ตัวเต็มวัยเป็นแมลงขนาดเล็กมาก สีดำ ปีกใส

ประโยชน์ แตนเบียนทำลายเฉพาะหนอนแมลงดำหนามมะพร้าวเท่านั้น หนอนจะตายภายใน 5 วัน หนอนที่ตายจะค่อยๆ แห้ง แข็ง เรียกว่า "มัมมี่"

วิธีการใช้ ใส่มัมมี่ในกล่องปล่อย 5 -10 ตัว/กล่อง นำไปแขวนไว้บนต้นมะพร้าว ใกล้บริเวณยอดมะพร้าว แขวน 1 กล่อง/ไร่

 

 

ไส้เดือนฝอยสไตน์เนอร์นีมา

4. ไส้เดือนฝอยสไตน์เนอร์นีมา

ลักษณะทั่วไป เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมาก เจริญเติบโตและขยายพันธุ์ในตัวแมลง มีเพียง 3 วัยทีสามารถอยู่ภายนอกตัวแมลงได้ชั่วระยะหนึ่ง

ประโยชน์ ทำลายแมลงศัตรูพืชหลายชนิด เช่น หนอนกินใต้เปลือกลองกอง หนอนด้วงหมัดผัก  หนอนกระทู้ผัก หนอนเจาะลำต้นข้าวโพด

วิธีการใช้ ใช้ฉีดพ่นในตอนเย็น โดยในลองกองใช้ 1-2 ซอง/ต้น ส่วนในพืชผักใช้ 10 ซอง/ไร่

 

เชื้อจุลินทรีย์

 

 

 

เชื้อราไตรโคเดอร์มา

1. เชื้อราไตรโคเดอร์มา

ลักษณะทั่วไป  เป็นเชื้อราในดิน มีสเปอร์สีเขียวเข้ม อาศัยเศษซากพืชที่สลายตัวอยู่ในดินเป็นอาหาร

ประโยชน์ เชื้อราไตรโคเดอร์มา มีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตและทำลายเชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิด โดยเฉพาะเชื้อราสาเหตุของโรครากเน่าโคนเน่า โรคเน่าคอดิน โรคเหี่ยว โรคเหี่ยว โรคเมล็ดเน่า โรคกุ้งแห้งพริก นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ระบบรากพืชสมบูรณ์แข็งแรง

วิธีการใช้

1) ใช้คลุกเมล็ด โดยใช้เชื้อสด 10 กรัม (1 ช้อนแกง) ใส่น้ำ 10 ซีซี. (1 ช้อนแกง) นำไปคลุกกับเมล็ดพันธุ์ 1 กก. เพื่อควบคุมเชื้อราที่ติดมากับเมล็ด และป้องกันรากพืชที่เพิ่งงอกไม่ให้ถูกเชื้อราโรคพืชเข้าทำลาย

2) ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาสด 1 กก. ผสมกับรำ 4 กก. และปุ๋ยอินทรีย์ 100 กก. คลุกเคล้าให้เข้ากัน

   - นำไปผสมกับวัสดุปลูกในอัตรา เชื้อที่ผสมแล้ว 1 กก. ต่อวัสดุปลูก 4 กก.

   - รองก้นหลุมในอัตรา 10 - 100 กรัม/หลุม ตามขนาดหลุมปลูก

   - หว่านในแปลงปลูกหรือรอบทรงพุ่มในอัตรา 50 - 100 กรัม/ตารางเมตร

3) ฉีดพ่น โดยใช้เชื้อสด 100 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร กรองเอาเฉพาะน้ำฉีดพ่นหรือรดลงดินหรือวัสดุปลูก 10 - 20 ลิตร/ 100 ตารางเมตร

4) ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา 1 กก. ผสมน้ำ 2 ลิตร และผสมดินแดง 1 กก. ทาบนแผลที่เปิดเปลือกออกแล้ว

   เชื้อราไตรโครเดอร์มาต้องการความชื้นในการเจริญเติบโต จึงควรรดน้ำหลังหว่านเชื้อ ห้ามใช้ในพื้นที่ที่มีนำท่วมขัง หรือดินแห้งแตก การใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี สารเคมี หรือปูนขาว ไม่ควรผสมกัน และใช้ห่างกัน 5 - 7 วัน

 

                                                

                                                                     

 

เชื้อราบิวเวอเรีย

 2. เชื้อราบิวเวอเรีย

ลักษณะทั่วไป เป็นเชื้อราที่มีสเปอร์สีขาวเข้ม เข้าทำลายแมลงศัตรูพืช โดยสเปอร์งอกเส้นใยแทงเข้าไปในตัวแมลง แมลงที่ถูกทำลาย จะเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ไม่เคลื่อนไหว และมีเส้นใยสีขาวเจริญเติบโตบนตัวแมลง หลังจากนั้นจะเห็นสเปอร์คล้ายฝุ่นสีขาวปกคลุมบนตัวแมลง

ประโยชน์ เชื้อราบิวเวอเรียสามารถทำลายแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด เช่น เพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไก่แจ้ส้ม เพลี้ยกระโดด แมลงหวี่ขาว และหนอนห่อใบข้าว สามารถทำลายทั้งตัวอ่อน และตัวเต็มวัยของแมลง

วิธีการใช้ ใช้เชื้อราบิวเวอเรีย 1-2 กก. นำเชื้อราผสมน้ำ 5 ลิตร ขยี้เบาๆ ให้สเปอร์สีขาวออกมาอยู่ในน้ำ กรองเอาน้ำไปผสมกับน้ำอีก 15 ลิตร ซึ่งผสมสารจับใบไว้แล้ว นำไปฉีดพ่นในแปลงให้ทั่วบริเวณที่มีศัตรูพืช ควรฉีดพ่นในตอนเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่แมลงมักจะออกมาจากที่หลบซ่อน สเปอร์ของเชื้อราจะมีโอกาสสัมผัสตัวแมลง และเชื้อราได้รับความชื้นตลอดคืน จะทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี

 

 

เชื้อราเมตาไรเซียม

3. เชื้อราเมตาไรเซียม

ลักษณะทั่วไป เชื้อราเมตาไรเซียม เป็นเชื้อราที่มีสเปอร์สีเขียวคล้ำ เจริญได้ดีในที่อุณหภูมิ 27-28 องศาเซลเซียส ความชื้นสูง มีอายุในดินได้นาน 1 ปี และในตัวหนอนได้นานถึง 3 ปี ทำลายแมลงศัตรูพืชโดยสปอร์งอกเส้นใยแทงทะลุเข้าไปในตัวแมลงไปถึงชั้นผิวหนังชั้นใน เจริญเติบโตในตัวแมลง แมลงที่ถูกทำลาย ในระยะแรกจะเห็นจุดน้ำตาลบนผนังลำตัว ต่อมาเห็นเส้นใยสีขาวเจริญเติบโตบนตัวแมลง หลังจากนั้นจะเห็นสปอร์คล้ายฝุ่นสีเขียวคล้ำปกคลุมทั่วตัวแมลง แมลงที่ตายจะมีลำตัวแข็งเหมือนมัมมี่

ประโยชน์ เชื้อราเมตาไรเซียมสามารถทำลายแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด เช่น ด้วงแรดมะพร้าว เพลี้ยกระโดด ตั๊กแตน ปลวก หนอนเจาะลำต้นอ้อย เป็นต้น

วิธีการใช้ การใช้เชื้อราเมตาไรเซียมควบคุมแมลงศัตรูพืชขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยของแมลง

1) การใช้กำจัดด้วงแรดมะพร้าว ซึ่งชอบวางไข่ตามเศษพืชหรือกองปุ๋ยอินทรีย์ จะใช้วิธีทำกองปุ๋ยหมักล่อให้ด้วงแรดวางไข่ แล้วใส่เชื้อราเมตาไรเซียมลงในอัตรา 1 กก./กองขนาด 2x2 เมตรร ประมาณ 1 กอง/ 5 ไร่

2) การใช้กำจัดแมลงที่ช่วงหนึ่งของชีวิตอาศัยในดิน เช่น หนอนทราย ปลวก ใช้เชื้อ 1 กก. คลุกกับปุ๋ยอินทรีย์ 100 กก. ใส่ลงในดิน หรือผสมน้ำในอัตราเชื้อ 1กก./น้ำ 20 ลิตร รดลงในดินหรือจอมปลวก

3) การใช้กำจัดแมลงที่อยู่อาศัยอยู่บนต้นพืช เช่น ตั๊กแตน เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ใช้วิธีการฉีดพ่นในตอนเย็น โดยผสมน้ำในอัตรา 1 กก./น้ำ 20 ลิตร (วิธีการผสมเหมือนกับการใช้เชื้อราบิวเวอเรีย)

 

 

เชื้อบีที

4. เชื้อบีที

ลักษณะทั่วไป  เป็นเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็ก เข้าทำลายแมลงโดยกินแมลงกินเชื้อบีทีเข้าไป น้ำย่อยในตัวแมลงจะย่อยสารพิษออกมาทำลายระบบย่อยอาหารและอวัยวะต่างๆ ของแมลง ทำให้ขากรรไกรแข็งกินอาหารไม่ได้ เคลื่อนไหวช้าลง จนกระทั่งหยุดเคลื่อนไหวและตายภายใน 5-7 วัน หนอนที่ตายจะมีสีคล้ำ ลำตัวอ่อนนุ่ม และมีกลิ่นเหม็นมาก และมักร่วงหล่นจากต้นพืชไปอยู่ตามพื้นดิน

ประโยชน์ เชื้อบีที และ เชื้อบีทีเค ใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืชประเภทหนอนผีเสื้อได้ดี เช่น หนอนใยผัก หนอนคืบกระหล่ำ หนอนกระทู้หอม หนอนกระทู้ผัก นอนแก้วส้ม เชื้อบีที ใช้ควบคุมหนอนด้วงหมักผักได้ดี

วิธีการใช้ การใช้เชื้อบีที จะใช้เมื่อพบไข่หรือหนอนวัย 1-2 ให้ฉีดพ่น เชื้อบีที ตามคำแนะนำในฉลากข้างภาชนะการใช้เชื้อบีทีในระยะหนอนอ่อนแอหรือเพิ่งฟักจากไข่ สามารถทำลายหนอนได้ดีกว่าการใช้กับหนอนที่แข็งแรง หรืออายุมากแล้ว เชื้อบีที่จะอ่อนแอต่อความร้อนและแสงแดด จึงควรฉีดพ่นในตอนเย็น โดยผสมสารจับใบฉีดพ่นให้ทั่วทั้งใบบน ใต้ใ[ และบริเวณที่มีหนอน และการใช้เชื้อบีทีติดต่อกันเกิน 3 ครั้ง อาจทำให้แมลงสร้างความต้านทาน จึงควรสลับกับวิธีการอื่น หรือเว้นระยะการใช้ห่างกันออกไป

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2011 เวลา 10:00 น.