ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การเพิ่มผลผลิตน้ำยางพารา การใช้สารเอทธิลีนเพิ่มผลผลิตน้ำยางพารา
การใช้สารเอทธิลีนเพิ่มผลผลิตน้ำยางพารา PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - การเพิ่มผลผลิตยางพารา
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 07 เมษายน 2011 เวลา 11:13 น.

ประโยชน์ของการใช้เอทธิลีนเพิ่มผลผลิตน้ำยางพารา

 

 

          การใช้ฮอร์โมนเอทธิลีน(Ethylene) เพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำยางมีจุดกำเนิดในประเทศมาเลเซีย มานานนับกว่า 10 ปี และได้แพร่หลายไปในหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย,ไทย, เวียดนาม,กัมพูชา และบางประเทศในแอฟริกา จึงทำให้ประเทศเหล่านั้นสามารถเพิ่มผลผลิตยางพารามากขึ้น ๆ ในบางปี ก็มีอัตราที่มากกว่าการเพิ่มขึ้นของประเทศไทย ในบางครั้งดูเหมือนมีการเรียกหาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่จะมาช่วยเพิ่มผลผลิตน้ำยาง บางครั้งเสียงเรียกร้องก็มาจากเกษตรกรชาวสวนยางพาราเอง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคายางตกต่ำ ดังเช่นทุกวันนี้

 

          แม้ว่าขณะนี้ชาวสวนยางพารากำลังเจอวิกฤตราคายางพาราอันเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก กระนั้น หนทางที่จะอยู่รอดชนิดดีกว่าเดิมก็พร้อมอ้าแขนรับสำหรับชาวสวนยางที่มองเห็นคุณค่าและประโยชน์ของนวัตกรรมใหม่ที่พร้อมให้ทดลองใช้กันแล้วในวันนี้ ขอเพียงให้พยายามทำใจไม่กลัวเมื่อเห็นน้ำยางไหลมากว่าเดิม ตั้งแต่ 3-10 เท่า ในแต่ละครั้งที่กรีด และไม่ตกอยู่ภายใต้คำเล่าลือที่ชนิด "พูดเอามัน" ว่าไม้ยางพาราที่มาจากการอัดแก็สเสียหายจนไม่อาจขายได้ราคาดีเหมือนต้นยางปกติ??

เมื่อสกย.ได้จัดทำโครงการเพิ่มผลผลิตน้ำยางจากสวนยางที่มีอยู่เดิมโดยใช้สารเร่ง "แก๊สหรือฮอร์โมนเอทธลีน" โดยได้จัดทำแปลงสาธิต ในทุกอำเภอของสกย.เฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้ง 4 อำเภอของสกย.จังหวัดสงขลาเขต 2 คือ สกย.อ.จะนะ, เทพา, นาทวี และ สะบ้าย้อย เพื่อศึกษาขั้นตอนและวิธีการอย่างใก้ลชิดในการเพิ่มผลผลิตน้ำยางด้วยฮอร์โมนเอทธิลีน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 เดือนก่อนที่จะจัดให้มีการฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องนี้ จากโครงการฯดังกล่าว จึงทำให้พนักงานของสกย.และเกษตรกรชาวสวนยางมองเห็นประโยชน์ของการใช้ฮอร์โมนเอทธิลีนในการเพิ่มปริมาณน้ำยางต่อครอบครัวของชาวสวนยางเองและต่อประเทศชาติ ซึ่งสรุปได้ดังนี้

  • ทำให้ได้ผลผลิตน้ำยางเพิ่ม 3-10 เท่าต่อครั้งกรีด หรือโดยเฉลี่ย 2.5-4.5 เท่าต่อเดือน ส่งผลให้มีรายรับมากกว่าการกรีดแบบธรรมดามากกว่า 30,000-45,000 บาท/ไร่/ปี
  • การกรีดยาง ใช้ระบบกรีดหน้าสั้นเพียง 4 นิ้ว ทำให้ประหยัดหน้ากรีด จนสามารถกรีดยางได้นาน 40-50 ปี หรืออาจมากกว่า
  • เหมาะสำหรับเจ้าของสวนยางพาราทุกขนาดโดยเฉพาะเจ้าของสวนยางขนาดเล็ก
  • กรีดยางในตอนเย็นและเก็บน้ำยางในตอนเช้า ใช้ระบบการกรีด 1 วัน และหยุดกรีด 2 วัน จำนวนวันกรีดยางจึงเหลือเพียงเดือนละ 10 วัน ทำให้มีเวลาเหลือที่จะไปทำอย่างอื่น หรือกรีดยางได้ถึง 3 แปลง
  • เพิ่มผลผลิตยางเป็น 4.5 ล้านตันต่อปี โดยไม่ต้องเพิ่มเนื้อที่ เป็นประโยชน์ สกย.และประเทศชาติอย่างมหาศาล (ประเทศไทยมีสวนยาง เปิดกรีดได้แล้วประมาณ 10 ล้านไร่ ได้ผลผลิต 3 ล้านตัน/ปี และสวนยางอายุ มากกว่า 15 ปี มีประมาณร้อยละ 50 หรือ 5 ล้านไร่ ซึ่งคิดเป็นผลผลิตยางได้ 1.5 ล้านตัน/ปี หากมีการใช้ฮอร์โมนเอทธิลีน ผลผลิตเพิ่มเป็น 2 เท่า ดังนั้น สวนยาง 5 ล้านไร่ ผลผลิตจะป็น 3 ล้านตัน/ปี สุดท้านก็จะได้ผลผลิตเพิ่มเป็น 4.5 ล้านตัน/ปีโดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่ปลูก)
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 07 เมษายน 2011 เวลา 11:51 น.