ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

ยางพา(รา)รวย ปลูกยางหนีความจน...ต้องใส่ใจยางทุกต้น
ปลูกยางหนีความจน...ต้องใส่ใจยางทุกต้น PDF พิมพ์
เพิ่มพลังคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาวสวนยาง - ยางพา(รา)รวย
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 04 กรกฏาคม 2011 เวลา 10:12 น.

ปลูกยางหนีความจน...ต้องใส่ใจยางทุกต้น (04/07/2554)      

ทุกวันนี้เมื่อเหลียวไปทางไหนโดยเฉพาะในแถบภาค เหนือ อีสาน และตะวันออก จะเห็นภาพเกษตรกรพากันแห่แหนเปลี่ยนอาชีพมาปลูกสวนยางพารากันเป็นทิวแถว
   
“วรุ ณี ลิ้มจิตสมบูรณ์” หัวหน้ากลุ่มเกษตรกรผู้เข้าร่วมปลูกยางในโครงการยาง 1 ล้านไร่ ปี 2547 ในพื้นที่ ต.สร้างก่อ อ.กุดจับ จ.เลย ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่หันมาปลูกยาง เธอเล่าว่า...
   
“ตอนนั้นเป็น ช่วงประมาณปี 2541-2542 ซึ่งเป็นปีแรกที่สวนยางพาราในโครงการอีสานเขียวเริ่มเปิดกรีดได้ ซึ่งถึงราคายางจะยังไม่สูงเท่าทุกวันนี้ แต่สิ่งที่เราเห็นจากเพื่อนที่ร่วมโครงการ คือ เขามีรายได้สม่ำเสมอจากการกรีดยาง ซึ่งเมื่อเทียบกับเราแล้วถือว่าต่างกันมาก ก็เลยทำให้เริ่มสนใจ จนกระทั่งรัฐบาลมีโครงการยางล้านไร่ขึ้นมา เลยตัดสินใจไปสมัครเข้าร่วม เพราะอยากหาความมั่นคง ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่า เราเองก็อายุมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่อยากเสี่ยงกับพืชไร่อีกต่อไป ถ้าเป็นไม้ยืนต้นอย่างยางพาราน่าจะมีความมั่นคงกว่า”
   
ปัจจุบัน สวนยางของวรุณี ซึ่งมีทั้งหมด6 ไร่และได้รับกล้ายางมาปลูกตั้งแต่ปลายปี 2547 โตวันโตคืนได้ขนาดตามมาตรฐาน เริ่มทยอยเปิดกรีดได้แล้ว 4 ไร่ หรือ 500 ต้น ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยน้ำยางที่กรีดได้สามารถนำมาทำยางแผ่น 21 แผ่นต่อวัน ซึ่งหากขายในราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 150-170 บาท เธอจะมีรายได้เดือนละประมาณ 45,000 บาท จากการกรีดแบบวันเว้นวัน ซึ่งเพียงเท่านี้วรุณีก็เห็นความเปลี่ยนแปลงที่คุ้มเกินคุ้ม
   
อย่าง ไรก็ตาม แม้จะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จกับการปลูกยางพารา แต่สิ่งที่วรุณีพยายามย้ำตลอดการพูดคุย คือ เบื้องหลังความสำเร็จที่เธอหรือเกษตรกรอีกหลายคนได้รับ ทุกคนล้วนต้องฝ่าด่านอันยากลำบากในการปลูกและดูแลรักษาสวนยางมาแล้วอย่างมาก มาย...ที่สำคัญ ไม่ได้มีเกษตรกรทุกคนประสบความสำเร็จจากการปลูกสวนยาง!
   
“ช่วง 3 ปีแรกเป็นช่วงที่หนักมาก เพราะต้องใช้เงินทุนค่าปุ๋ยและค่าดูแลรักษาอื่น ๆ มาก ขณะที่ยางของเราก็ยังเปิดกรีดไม่ได้ ส่วนความรู้เรื่องเทคนิคต่าง ๆ ใหม่ ๆ พี่ก็ไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้หรอก แต่อาศัยว่า 2 คนกับสามีไปขอศึกษาจากศูนย์วิจัยยางหนองคาย แล้วนำมาปรับให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของเรา นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) และซีพี คอยมาให้คำแนะนำเทคนิคขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่การปลูก การรักษา ไปจนถึงการกรีดยางอย่างถูกวิธี ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลต่อการเติบโตและการรอดของต้นยาง รวมทั้งปริมาณน้ำยางที่เราจะได้รับด้วย”
   
วรุณี ย้ำว่า การปลูกสวนยางพาราให้ประสบความสำเร็จ เจ้าของสวนยางต้องเอาใจใส่ดูแลต้นยางทุกต้น ต้องมีความขยัน อดทน และที่สำคัญต้องปฏิบัติตามคำแนะนำข้อมูลการดูแล การใช้ปุ๋ย หรือข้อมูลวิชาการอื่น ๆ อย่างเคร่งครัด เช่น ไม่ควรรีบกรีดยางที่อายุไม่ถึงและโตไม่เต็มที่ เพราะจะเสียหายในระยะยาวไม่คุ้มการลงทุน ควรมีการวิเคราะห์ธาตุอาหารในดิน เพื่อใส่ปุ๋ยได้อย่างถูกต้องไม่เสียเปล่า เพราะดินต่างที่กันจะต้องการธาตุอาหารไม่ตรงกัน ซึ่งทั้งหมดนี้หากทำได้ก็จะเป็นการลดค่าใช้จ่าย และลดปัจจัยความเสี่ยงต่อความเสียหายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับสวนยางได้มากขึ้น
   
ฉะนั้น หากให้สรุปในบรรทัดนี้ว่าการปลูกสวนยางจะสำเร็จและแก้จนให้เกษตรกรได้หรือ ไม่ คำตอบคงไม่ได้อยู่ที่ใครแต่อยู่ที่มือของเกษตรกรแต่ละคนนั่นเอง!

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ (วันที่ 4 กรกฎาคม 2554)