ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

ผลกระทบจากการซื้อขายยางพารา กลยุทธ์การซื้อ-ขายยางพาราระหว่างประเทศ
กลยุทธ์การซื้อ-ขายยางพาราระหว่างประเทศ PDF พิมพ์
ตลาดยางพารา - ผลกระทบจากการซื้อขายยางพารา
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2012 เวลา 11:39 น.

ลยุทธ์การซื้อ-ขายยางพาราระหว่างประเทศ

 ต้องรู้อะไรบ้างในการซื้อ-ขาย ยาง?

1     ู้เรา ชาวสวนยางไทย

·         ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกยางพารามากเป็นอันดับ 1 ของโลก

·         ทั่วโลกต้องการใช้ยางพาราปีละ 12 ล้านตัน

·         เราผลิตได้ ร้อยละ 40  ของความต้องการของโลก

ยางพาราที่ปลูกในพื้นที่ประเทศไทยมีการส่งออกมากถึงร้อยละ 90 ที่เหลือจะนำมาใช้เองภายในประเทศ ซึ่งถือได้ว่ามีปริมาณที่น้อยมากเมื่อเทียบกับการส่งออก

 

2     ู้เขา คู่แข่ง (กลุ่มผู้ผลิต-ส่งออกยางพารา ที่สำคัญ)

·         อินโดนีเซีย

·         มาเลเซีย

·         เวียดนาม.

·         กัมพูชา

·         ลาว

วิเคราะห์คู่แข่ง

อินโดนีเซีย   สามารถผลิตยางพาราและส่งออกเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศไทย โดยมีตลาดหลักคือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และจีน
ข้อได้เปรียบของอินโดนีเซีย
- มีพื้นทีเพาะปลูกยางพารามากทีสุดในโลกถึง 21.5 ล้านไร่
- ค่าจ้างแรงงานถูก และมีแรงงานจำนวนมาก
- ราคารับซื้อยางพาราจากเกษตรกรอยู่ในระดับต่ำสุดในบรรดาผู้ส่งออกยางพารา เนื่องจากชาวสวนยางในอินโดนีเซียยังเข้าถึงข้อมูลได้ไม่ดีนัก
มาเลเซีย สามารถผลิตยางพาราเป็นอันดับ 3 รองจากไทยและอินโดนีเซีย และส่งออกเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยมีตลาดหลัก คือ จีน และ EU
ข้อได้เปรียบของมาเลเซีย
- ผลผลิตมีคุณภาพดีเพราะใช้เทคโนโลยีระดับสูง
- รัฐบาลสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยางทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ

 เวียดนาม เป็นผู้ส่งออกยางพาราอันดับ 3 ของโลกขึ้นมาแทนที่มาเลเซีย และเป็นผู้ผลิตอันดับ 5 ของโลก โดยมีตลาดหลัก อยู่ที่ จีน ญี่ปุ่นและมาเลเซีย
ข้อได้เปรียบของเวียดนาม
- มีแรงงานจำนวนมากและค่าจ้างแรงงานถูก
- ทำเลที่ตั้งของเวียดนามอยู่ใกล้จีนและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดส่งออกขนาดใหญ่ และมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ู้ลูกค้า (กลุ่มประเทศที่ซื้อยางพารามากที่สุดในโลก ได้แก่)

·         จีน

·         อเมริกาและยุโรป

·         ญี่ปุ่น ,เกาหลี      

·         มาเลเซีย


4. รู้สินค้าในแบบที่ลูกค้าต้องการ (
ประเภทยางพาราที่ตลาดโลกต้องการ ได้แก่)

·         RSS 3   ( Ribbed smoked sheet๗ คือ ยางแผ่นดิบที่นำมารมควัน  

เป็นยางธรรมชาติ 100%นำมารีดแผ่นแล้วผ่านวิธีการรมควัน ด้วยความร้อน 75-100 องศา ยางRSS 3 เมื่อผ่านการรมควันแล้วจะมีอายุเก็บได้นาน 8-12 เดือนสามารถขนส่งทางไกลได้โดยไม่มีขึ้นรา  นำมาแปรรูปเป็น ยางแท่ง STR 20 หรือ ยางคอมปาวด์ได้ 

·         ยางแท่ง STR 20       คือการนำยางแผ่นดิบ หรือยางถ้วย นำมาผ่านขบวนการย่อยให้เป็นชิ้นเล็กอย่างรวดเร็ว ล้างทำความสะอาด อบแห้ง นำมาอัดก้อนสี่เหลี่ยม หนัก 33.3 kg.  

 

·         ยาง คอมปาวด์   Compound คือการนำยางแผ่นรมควันมาย่อย ผ่านการบดร้อน บดเย็น ผ่านขบวนการไล่ความชื้น ความร้อน นำมาเข้าเครื่อง อัดก้อน หนัก 33.3 kg.   แต่ยางคอมปาวด์ ต้องมีการผสม carbonblack เพื่อให้เนื้อยางดำ  ยางCompound  ส่งไปจำหน่ายในจีน ไม่เสียภาษี ตลาดต้องการมากแต่โรงงานในไทยมีเพียง 5 โรง เท่านั้น 

 

·          ยางถ้วย. Cup Rubber   เป็นยางที่ผลิตง่ายแต่มีปัญหามาก  ยางถ้วยต้องกรีดยางให้ได้ 8-10 มีด  คือ กรีดยาง 1 วัน พักหน้ายาง 2 วัน รอบละ 16 วัน ขายเดือนละ 2 ครั้ง

          สำหรับการส่งออกยางพาราของไทยนั้นจะเป็นการส่งออกยางธรรมชาติ (HS4001) เกือบทั้งหมด คือร้อยละ 95.39  โดยเป็นยางแผ่นรมควันมากที่สุด ร้อยละ 51.12   รองลงมาคือ  ยางแท่ง ร้อยละ 33.54 และน้ำยางข้น ร้อยละ 10.73 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพสูงในการผลิตและแข่งขันในการส่งออกยางพารา

ยางถ้วยเป็นยางเจ้าปัญหา  กล่าวคือต้องมีผู้ชำนาญการสูงเพื่อลดปัญหาที่เกิดจากกลไกของการโกง เช่น มีการผสม อิฐ หิน ทราย  ผสมน้ำ ผสมกรด ซึ่งเป็นปัญหาจากสวนยาง การเข้าซื้อยางประเภทนี้ จำเป็น ต้องมีผู้ชำนาญและเชี่ยวชาญสูง


สิ่งที่ชาวสวนต้องรู้เมื่อขายยางถ้วยให้โรงงาน
        -  ราคาต่อวันของโรงงาน หรือ ราคา 2 วันย้อนหลัง 
        -  ต้องรู้ราคาของโรงงาน
 
        -  ราคาที่ประมูลมาสูงหรือต่ำ (ไม่จำเป็นต้องบอก ราคาซื้อให้โรงงานรู้) 

-           ระยะทางไกล้หรือไกลจากโรงงาน (ไม่จำเป็นต้องบอกระยะทาง ให้โรงงานรู้) เพราะถ้าระยะทางไกล้โรงงาน ทางโรงงานจะตัดความชื่นของยางสูง

คำแนะนำชนิดยางที่ควรชื้อขาย

-           ยางรมควัน ความเสี่ยงต่ำ กำไรดี ต้องทำจากต้นน้ำ

-            ยางคอมปาวด์ ตลาดเปิดกว้าง

สรุปขายง่ายทั้งยางรมควันและยางคอมปาวด์

 

5. รู้วิธีคิดราคา

            วิธีคิดราคาให้พ่อค้ายางจากโรงงาน

ราคายางที่โรงงานตั้ง / % ยาง น้ำหนักที่เหลือจากชั่ง / คิดจำนวนเงินตามน้ำหนักที่เหลือ

 

ข้อควรระวัง! ของการรู้ข้อมูลอาจทำให้ขาดทุนในการซื้อขาย ยาง

1.    ไม่ติดตามราคายาง อย่างจริงๆ
2.  
ซื้อยางตามคำบอกเล่า(มือใหม่)
3.  
ไม่รู้จักชนิดยาง ประเภทยางต่างๆ
4.  
ไม่รู้วีธีการซื้อยางตามรูปแบบ
5.  
ทำตัวใกล้ชิดคนขายยางจากสวน
6.  
ไม่รู้จักแหล่งยางที่ปลูกชัดเจน
7.  
ซื้อยางไม่ดูมีด ไม่รู้เปอร์เซ็นต์ยาง
8.  
ตามใจคนขายยางจากสวน  ทนแรงกดดันไม่ได้
9.  
ไม่มีตลาดชัดเจนจะโดนโรงงานกดราคา
10.
ไม่มีโรงงานแปรรูปที่ตนเองรู้จักชัดเจนทำให้เสียเปรียบ เรื่องข้อมูลราคา

 

6. รู้ระเบียบการซื้อขาย

ระเบียบการซื้อ – ขายยาง สำหรับผู้ประมูล

 

1. ผู้ซื้อ/ผู้ประมูล ต้องสมัครสมาชิกตาดกลางยางพารา ณ สถานที่ตลาดกลางยางพารานั้นตั้งอยู่

2. ผู้ซื้อ/ผู้ประมูล เสนอราคาได้ตั้งแต่เวลา 09:30-10:30 น.

3. ผู้ซื้อ/ผู้ประมูล สามารถเสนอราคาด้วยตนเอง, ทางโทรศัพท์, เครื่องโทรสาร

4. ราคาประมูลเป็นราคา ณ ตลาดกลางฯไม่รวม ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่นๆ

5. ผู้ที่เสนอราคาสูงสุดจะเป็นผู้ชนะการประมูล กรณีเสนอราคาสูงสุดเท่ากัน ให้ผู้ประมูลก่อน
    เป็นผู้ชนะการประมูล

6. กรณีไม่ตกลงซื้อ-ขายยาง ผู้ขายสามารถ นำยางออกจากตลาดกลางฯได้หรือฝากยางไว้ที่
    ตลาดกลางยางพาราเพื่อรอประมูลในวันถัดไป

7. ผู้ประมูลยางได้ต้องรับมอบยาง ทันที หรือภายในวันถัดไปที่ประมูลยางได้หากไม่รับมอบยาง
    ตามกำหนด 2 วันทำการ ตลาดกลางฯจะไม่รับผิดชอบความเสียหายโดยที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าทางแพ่ง
    และทางอาญา

8. หากผู้ประมูลยางได้ไม่ได้จ่ายเงินครบตามกำหนดตลาดกลางฯจะนำยางที่เหลือหรือทั้งหมด
    เปิดประมูลใหม่ภายใน 3 วันทำการ หลังจากประมูลครั้งแรก สมาชิกผู้ประมูลยางได้ครั้งก่อนหน้า
    จะต้องรับผิดชอบ กับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการประมูลครั้งใหม่

9. กรณีผู้ประมูลมารับมอบยาง นอกเวลาราชการ ผู้ประมูลต้องรับผิดชอบ ค่าทำการนอกเวลา

 

 

            ระเบียบการซื้อ – ขายยาง สำหรับผู้ขายยาง / เกษตรกร

 

 

1. ต้องสมัครสมาชิกตลาดกลางยางพารา ณ สถานที่ตลาดกลางยางพารานั้นตั้งอยู่

2. ยางที่นำมาขาย ต้องมีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน ที่ สถาบันวิจัยยาง กำหนด

3. เจ้าหน้าที่ตลาดกลางฯ เป็นผู้คัดคุณภาพยาง และการตัดสินของตลาดกลางฯถือเป็นที่สิ้นสุด

4. ตลาดกลางฯให้บริการเครื่องชั่งระบบไฟฟ้า และเครื่องชั่งน้ำหนักรถยนต์บรรทุกทั้งคัน
    ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องชั่งมาตรฐานที่ผ่านการตรวจสอบ จากกระทรวงพาณิชย์

5. เจ้าหน้าที่ตลาดกลางฯเป็นผู้ชั่งและควบคุมการชั่งน้ำหนัก

6. ผู้ซื้อและผู้ขายรับน้ำหนักยางที่ตลาดกลางฯ

7. ตลาดกลางยางพาราทดรองจ่ายค่ายางให้กับผู้ขาย โดยวิธีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย
    ตามที่ระบุในบัตรสมาชิก

8. สมาชิกผู้ขายยางที่มีคุณภาพยางต่ำกว่าคุณภาพหรือสิ่งแปลกปลอมโดยเจตนา จะว่ากล่าวตักเตือน
    โดยวาจาครั้งที่1 หากพบอีกจะว่ากล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งที่2 หากพบเป็นครั้งที่ 3 
    จะสั่งให้หยุดการใช้บริการจนกว่าจะปรับปรุงคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐาน

9. กรณีไม่ตกลงซื้อ-ขายยาง ผู้ขายสามารถ นำยางออกจากตลาดกลางฯ ได้หรือฝากยางไว้ที่ตลาดกลาง
    ยางพาราเพื่อรอประมูลวันถัดไป

 

 

อัตราค่า CESS ใหม่แบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่

 

1) ราคายางพาราต่ำกว่ากิโลกรัมละ 40 บาท คิดค่า CESS กิโลกรัมละ 90 สตางค์

 

2) ราคายางพาราอยู่ระหว่างกิโลกรัมละ 40-60 บาท คิดค่า CESS กิโลกรัมละ 1.40 บาท

 

3) ราคายางพาราอยู่ระหว่างกิโลกรัมละ 60-80 บาท คิดค่า CESS กิโลกรัมละ 2 บาท

 

4) ราคายางพาราอยู่ระหว่างกิโลกรัมละ 80-100 บาท คิดค่า CESS กิโลกรัมละ 3 บาท

 

5) ราคายางพาราสูงกว่ากิโลกรัมละ 100 บาท คิดค่า CESS กิโลกรัมละ 5 บาท

 

 ทั้งนี้ ให้อิงราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 (RSS3)  FOB เป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่า CESS ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะประกาศราคายางพาราที่ใช้เป็นเกณฑ์ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน เริ่มบังคับใช้อัตราดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553 เป็นต้นไป

 


7.  รู้เรื่องการขนส่งการบรรจุ


การขนส่งยางพารา

        จากการสัมภาษณ์ คุณชัยชนะ ไชบุญ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น รับเบอร์ จำกัด กล่าวว่า ผลผลิตที่ได้จากยางพารา คือ แผ่นยางดิบ น้ำยาง เศษยางหรือขี้ยาง (ยางก้นถ้วยที่ใช้รองน้ำยางเมื่อกรีด) ชาวสวนจะขายให้สหกรณ์ ที่เป็นสมาชิกอยู่เพื่อขายต่อให้โรงรมยาง หรือขายให้คนกลางท้องถิ่นที่รวบรวมส่งไปยังโรงรมยางอีกทอดหนึ่ง สำหรับสหกรณ์ที่มีโรงรมเป็นของตนเอง เมื่อรมยางแล้วก็จะขายต่อให้ผู้ส่งออกอีกทอดหนึ่ง โรงรมยางจะมีทั้งที่เป็นโรงรมอิสระและที่เป็นของผู้ส่งออกเอง สำหรับผู้ส่งออกรายใหญ่นั้น จะมีโรงรมยางอยู่หลายแห่งกระจายในพื้นที่ต่างๆ และมักจะไม่ได้ผลิตเฉพาะแต่ยางแผ่นรมควันเท่านั้นแต่จะผลิตยางแท่งด้วย สำหรับวิธีการที่ใช้ขนส่ง คนกลางที่ทำการซื้อขายมักจะใช้รถกระบะรับซื้อตามสวนยาง ส่วนชาวสวนที่ขนส่งยางไปขายเองมักจะขายกับสหกรณ์หรือผ่านคนกลางซื้อขายไปส่งที่โรงรมยาง ในบางครั้งอาจใช้รถกระบะหรือรถบรรทุกขึ้นอยู่กับปริมาณยางที่ส่งแต่ละครั้ง โรงรมยางจะรวบรวมและคัดเกรดยางแผ่นเหล่านี้และนำมาเข้ากระบวนการดังนี้
1. นำไปเข้าเตาอบให้แห้ง
2. อัดเข้าด้วยกันเป็นก้อนลูกบาศก์ ก้อนละ 111.11 กิโลกรัม (ตามมาตรฐานการค้ายาง) ที่ใช้ความร้อนจุดหลอมเหลวไม่เกิน 109 องศาเซลเซียส
3. นำแผ่นยางมาห่อถุงพลาสติก LDPE ความหนา 0.03-0.04 มิลลิเมตร

4. เสร็จแล้วก็จะทาก้อนยางด้วยแป้งทัมคัมเพื่อกันไม่ให้ยางแต่ละก้อนติดกัน
5. นำบรรจุใส่ลังไม้ (Wooden Pallet) ได้รับรองมาตรฐาน ISPM 15

จากนั้นก็จะนำเข้าโกดังเพื่อรอส่งออกหรือขายให้ผู้อื่นต่อไป การส่งออกนั้นผู้ส่งออกอาจจะซื้อยางจากผู้ส่งออกรายอื่นเพื่อให้ได้ปริมาณครบตามสัญญาที่ทำกับผู้ซื้อต่างประเทศ เมื่อจะมีการส่งออกก็จะขนสินค้าจากโกดังของตนในแต่ละแห่ง หรือจากโกดังของผู้ส่งออกรายอื่นด้วย ดังนั้นยางที่ส่งออกแต่ละเที่ยว (Shipment) จึงอาจจะมาจากโรงรมหลายแห่ง และการส่งออกที่แบ่งเป็นหลายเที่ยว ก็อาจจะใช้แหล่งจากโรงรมหลายแห่งก็เป็นได้ โดยในการขนส่งจะมีการนำสินค้ายางพาราลงใส่ในตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต และภายในตู้คอนเทนเนอร์จะมีการวางพาราบนพาเลส โดยมีลักษณะพาเลสเป็น 3 แบบ คือ พาเลสไม้ พาเลสเหล็ก และพาเลสพลาสติก ในการจัดวางสินค้าและการเลือกใช้พาเลส โดยมีการจัดวางและการเลือกใช้ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า เพราะความต้องการของลูกค้าแต่ล่ะเจ้าไม่เหมือนกัน
          อย่างไรก็ตามการที่ประเทศไทยได้รับการยอมรับ และความไว้วางใจจากประเทศจีนในการส่งออกยางพาราจากไทยก็มาจากปัจจัยทางด้านเช่น การผลิตที่มีคุณภาพ การขนส่งที่มีคุณภาพและรวดเร็ว รวมทั้งยางพาราที่ส่งไปมีคุณภาพตรงตามความต้องการที่จีนกำหนด

 

การผลิตและการรักษาคุณภาพในระหว่างการขนส่งมีการปฏิบัติดังนี้


1. ความสะอาดของแผ่นยาง ไม่มีขยะขอบริ้วขี้ยางหรือฟองอากาศที่เห็นเด่นชัดรวมถึงความสะอาดของตู้คอนเทนเนอร์เพราะอาจจะเกิดการปนเปื้อนของเศษวัสดุหรือคราบต่างๆที่จะทำให้ยางสกปรกได้
2. ความหนาบางของแผ่นยาง หนาบางสม่ำเสมอตลอดแผ่น และการควบคุมความในการขนส่งเพราะอาจจะเกิดการบวมของยางและทำให้ความหนาบางไม่เป็นไปตามมาตรฐานได้
3. ความชื้นในแผ่นยาง ควรมีความชื้นไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ เพราะถ้ามีความชื้นเกินมาตรฐานจะส่งผลให้เกิดเชื่อราได้
4. สีและความสม่ำเสมอของสีโดยการควบคุมอุณหภูมิไม่มากและน้อยจนเกินไป เพราะอาจเกิดความผิดเพี้ยนของสี

แนวทางการส่งออกยางพาราของไทยไปประเทศจีน
          ในส่วนของการค้าระหว่างประเทศของอุตสาหกรรมยางพาราไทย ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศที่มีการส่งออกยางพาราไปยังจีนมากที่สุด เนื่องจากยางพาราที่ไทยผลิตได้มีคุณภาพในระดับที่ได้มาตรฐาน และมีราคาต่ำกว่าประเทศคู่แข่ง เพราะไทยมีค่าแรงที่ไม่สูงมาก รวมทั้งมีสภาพภูมิอากาศและสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสมในการปลูกยางพาราหลายพื้นที่ด้วยกัน
ในช่วงที่ผ่านมาจีนมีผลผลิตยางพาราลดน้อยลง เพราะมีต้นทุนในการผลิตที่สูงขึ้น เนื่องจากพื้นที่ในการเพาะปลูกยางพาราที่มีอยู่มีสภาพที่ไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ทำให้ยางพารามีการเจริญเติบโตและผลผลิตของยางพาราออกมาไม่ดี เช่น การปลูกที่ไหหลำซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีมรสุมบ่อยทำให้ต้นยางโค่นล้ม และการปลูกยางพาราแถวยูนานในหน้าหนาวจะมีน้ำค้างแข็งตัว ทำให้ทำลายหน้ายางพารา ซึ่งในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมกับการปลูกยางพาราได้มีการปลูกผลไม้กันมากขึ้นเพราะผลไม้ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ดังเช่น ที่กวางเจา เพราะเหตุนี้ทำให้ จีนมีการเพาะปลูกยางพาราในปริมาณที่น้อยลงและมีต้นทุนสูง ในทางกลับกันด้านความต้องการยางพาราของจีนนั้นกลับมีปริมาณความต้องการเพิ่มสูงมากขึ้น เนื่องจากจีนมีการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปริมาณความต้องการล้อยางขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยที่ผ่านมาจีนเป็นประเทศที่มีการใช้ยางพารามากที่สุดในโลก ซึ่งจะเห็นว่าทั้งบริดจสโตน และกู๊ดเยียร์ที่เป็นผู้ผลิตล้อยางรายใหญ่ก็ได้เข้าไปผลิตในจีนแล้ว และจีนก็เป็นอีกประเทศที่มีความทันสมัยของกระบวนการผลิต
              การสำรวจในปัจจุบันในลักษณะของการขนส่งและการกระจายตัวของยางพาราของประเทศไทยไปจีน พบว่า ที่สถานที่ส่งสินค้าปลายทางของยางพาราไทยมีความหลากหลายและกระจาย ส่งผลให้มีต้นทุนในการขนส่งและกระจายสินค้าสูง จากการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน ในการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้ากลางจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ได้ผลที่ดีที่สุดในอนาคต ทั้งนี้เนื่องจากภายในปี 2558 ฐานการผลิตที่มีความสาคัญที่ใช้วัสดุยางพาราเป็นวัตถุดิบหลักก็คือ โรงงานประกอบยานยนต์ โรงงานผลิตล้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ จะมีการเปิดใช้อย่างเต็มกำลังการผลิต ซึ่งโรงงานเหล่านี้ตั้งอยู่ทางเหนือของจีนในมณฑลจี๋หลิน และมณฑลเหลียวหนิง จึงทำให้มีการเพิ่มการนำเข้ายางพาราที่ท่าเรือต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง ทำให้ทางรัฐบาลไทยและผู้ประกอบการไทยควรมีการร่วมมือเจรจากับกลุ่มผู้นำเข้ารายใหญ่ของจีน ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลใกล้เคียงกันและร่วมกันเจรจาเพื่อนำเข้ายางพาราไทยที่ท่าเรือต้าเหลียน (Dalion Port) ในมณฑลเหลียวหนิง การสร้างคลังสินค้าร่วมในมณฑลเหลียวหนิง และร่วมวางแผนการกระจายสินค้าเพื่อเป็นการลดต้นทุนการขนส่งและการกระจายสินค้าโดยรวมของไทย เพื่อให้มีระยะทางและใช้เวลาในการกระจายสินค้าให้สั้นที่สุด พร้อมทั้งมีการแนะนำให้ลดการกระจายยางพาราไปสู่มณฑลที่มีความต้องการต่ำ
                   การส่งยางพาราจากภาคใต้ ตอนบนของไทยจะส่งออกผ่านทางเพชรบุรี โดยใช้การขนส่งทางบกเพราะมีความสะดวกและรวดเร็วกว่าที่จะใช้การขนส่งทางเรือ โดยในปัจจุบันมีการขนส่งซึ่งจะมีการสร้างถนนเชื่อมต่อทางตอนเหนือของไทยเพื่อเพิ่มความสะดวก ทำให้ยางพาราไทยสามารถเข้าไปแข่งในจีนได้มากขึ้น อีกส่วนหนึ่งจะส่งออกผ่านประตูการค้าในตอนกลางของประเทศ อันได้แก่ ท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) และท่าเรือแหลมฉบัง ส่วนการขนส่งยางพาราทางภาคใต้ตอนล่าง ถึงแม้ว่าไทยจะมีแหลมฉบังเป็นท่าเรือที่สามารถส่งไปจีนได้โดยตรง แต่การขนส่งยางทางภาคใต้ของไทยนิยมส่งผ่านท่าเรือที่ใกล้ที่สุดคือท่าเรือสงขลา แต่เป็นท่าเรือน้ำตื้น ทำให้เรือใหญ่ไม่สามารถเข้าได้ จึงจำเป็นต้องไปขนถ่ายต่ออีกทีหนึ่งทำให้ต้นทุนสูงขึ้น โดยในส่วนนี้รัฐบาลน่าจะมีการเร่งในการพัฒนาร่องน้ำเพื่อเพิ่มความสะดวกในการขนส่งทางน้ำให้มากยิ่งขึ้นเพราะเป็นการขนส่งที่ลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการขนส่งทา งอื่น
การขนส่งยางพาราจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของไทย จากเส้นทางการนำผลผลิตสินค้าขั้นต้น จากเกษตรกร เป็นวัตถุดิบ ในโรงงานแปรรูปเป็นอุตสาหกรรมขั้นต้นในภูมิภาค แล้วแปรรูปมาเป็นวัตถุดิบและมีการส่งต่อไปเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมขั้นกลาง-ขั้นสุดท้าย รวมทั้งการส่งออกไปยังต่างประเทศ ในภาคกลางและภาคตะวันออกนั้น หลังจากได้มีการเปิดสะพานข้ามแม่น้าโขงแห่งที่ 2 ที่จังหวัดมุกดาหาร เชื่อมต่อแขวงสะหวันนะเขตของลาว ใน พ.ศ. 2549 ทำให้ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีศักยภาพสามารถในการที่จะเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในแถวภาคตะวันออกและภาคตะวันตก (East-West Economic Corridor : EWEC) โดยต่อไปยังท่าเรือดานังที่ประเทศเวียดนาม โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 9 ทำให้ประเทศไทยมี เส้นทางการค้าขายไปยังประเทศจีนโดยเส้นทางเส้นนี้จะสั้นลงกว่าเดินทางออกแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และ จากท่าเรือคลองเตย จังหวัดกรุงเทพมหานคร ทำให้มีต้นทุนในการขนส่งสินค้าที่ก็จะถูกลงมากกว่าเดิม โดยมีจังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดที่จะเป็นศูนย์กลางการค้าขายและควรที่จะมีการพัฒนาให้เป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า ( Hub Distribution) ของภูมิภาคนี้ โดยเส้นทางการส่งยางแผ่นรมควันและยางแท่งในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ก็จะเปลี่ยนเป็นเส้นทางไปยังจังหวัดมุกดาหาร เพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ตามทางหลวงหมายเลข 9
โดยในการเปิดเส้นทางสาย R9 เพื่อใช้ขนส่งยางพารา จากประเทศไทยผ่านทางลาว และเวียดนามไปส่งยังประเทศจีน สามารถทำประโยชน์ให้กับผู้ส่งออกของไทยได้อย่างสูง กล่าวคือนอกจากจะสามารถอำนวยความสะดวกและจะช่วยลดต้นทุนในการลำเลียงสินค้าส่งออกแล้ว ยังสามารถช่วยร่นระยะเวลาการขนส่งสินค้าไปยังปลายทางด้วย โดยใช้เวลาเพียง 2 วันเท่านั้น ขณะที่การขนส่งสินค้าทางเรือจะใช้เวลานานถึง 5 วัน ซึ่งเส้นทางสาย R9 นี้ จะช่วยระบายสินค้ายางพาราไทยส่งออกไปยังจีนได้เพิ่มมากขึ้นอีกทั้งยังลดต้นทุนทางการค้าและต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์อีกด้วย

 

การขนส่งยางพาราไทยไปจีน ผ่านจังหวัดมุกดาหาร

        จังหวัดมุกดาหารซึ่งเป็นจังหวัดศูนย์กลางในการกระจายยางพาราสู่จีน แม้จะได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีในการขนส่งมากมาย มีทั้งการสร้างคุณค่าเพิ่มจากการนำส่งยางพาราการสร้างคลังสินค้าร่วมในมณฑลเหลียวหนิง และร่วมวางแผนการกระจายสินค้าเพื่อเป็นการลดต้นทุนการขนส่งและการกระจายสินค้าโดยรวมของไทย เพื่อให้มีระยะทางและใช้เวลาในการกระจายสินค้าให้สั้นที่สุด นั้นถือเป็นการสร้างมูลค่าให้กับประเทศทั้งคู่ อีกทั้งซึ่งการขนส่งยางพาราสู่ประเทศจีนนั้นได้มีการเปลี่ยนการขนส่งจากทางตอนเหนือของจีนมาเป็นทางตอนใต้ของจีนซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไทยในอนาคตอย่างแน่นอนกล่าวคือ
      -  หากประเทศไทยได้มีการสร้างทาง Greater Mekong Subregion GMS คือการสร้างถนนเศรษฐกิจที่จะเป็นถนนที่มีการเชื่อมต่อของ 6 ประเทศ อันได้แก่ จีนตอนใต้ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย โดยการเชื่อมต่อนั้นจะสามารถให้ไทยมีการขนส่งได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญประเทศไทยนั้นมีชัยภูมิที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางที่สำคัญในการขนส่ง ยิ่งโดยเฉพาะยางพารานั้นเป็นสินค้าการเกษตรที่ทำรายได้สู่ประเทศเป็นอย่างมากซึ่งข้อดีของการเปิดเส้นทาง GMS ที่ได้จะได้จากการขนส่งยางพาราได้แก่
       - สามารถสร้างขนส่งยางพาราจากไทยได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นโดยการใช้สร้าง GMS ที่เชื่อมผ่าน 6 ประเทศ จากเดิมที่ขนส่งทางเรือที่ใช้เวลานาน
      - ลดค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายสินค้า จากการขนถ่ายลำเลียงจากก่อนที่ต้องขนจากทางถนนมายังท่าเรือ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายสินค้าขึ้น-ลง โดยค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็ถูกลดลงเพราะสามารถขนส่งทางถนน ซึ่งเป็นในลักษณะ Door to Door ได้เลย
        - สามารถค้าขายสินค้าอื่นระหว่างทางในการขนส่งอีกด้วย
        - แต่อย่างไรก็ตามความร่วมมือของ 6 ประเทศนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ความร่วมมือของระหว่างประเทศเป็นสำคัญในการผลักดันให้เกิดเส้นทางดังกล่าว โดยเฉพาะพื้นฐานทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ โดย

ตัวแปรที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการส่งออกยางพารา


1. การขยายตัวหรือหดตัวของอุตสากรรมยานยนต์ จะทำให้มีผลต่อปริมาณการใช้ยางพาราเพิ่มขึ้นหรือลดลง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ขยายตัวหรือหดตัวส่งผลกระทบกับความต้องการใช้ยางล้อรถและชิ้นส่วนรถยนต์นั้นมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงด้วย
2. มีการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆจากยางพารา เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากยางพาราที่มีดีไซด์ออกมาเป็นแฟชั่นใหม่ๆที่ทันสมัย จะส่งผลทำให้ยางพาราในการผลิตสินค้ามีเพิ่มขึ้น
3. นโยบายหรือการรณรงค์ เกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อด้านเพศสัมพันธ์ (โรคเอดส์) ส่งผลให้มีความต้องการใช้ยางพาราในการผลิตถุงยางอนามัยมีเพิ่มขึ้น เพราะนอกจากการนำยางพาราไปผลิตอุปกรณ์ต่างๆของอุตสาหกรรมยานยนต์แล้ว อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือถุงยางอนามัยและถุงมือที่ใช้ทางการแพทย์


4. ราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นกว่ายางพาราสังเคราะห์ซึ่งเป็นสินค้าทดแทน ทำให้ผู้ใช้ลดสัดส่วนการใช้ยางพารา แล้วหันไปใช้ยางสังเคราะห์แทน
5. นโยบายและมาตรการต่างๆของประเทศจีน เช่น ถ้าประเทศจีนส่งเสริมการนำเข้าและลดภาษี ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องจูงใจให้ประเทศไทยมีการส่งออกไปจีนมากขึ้น
6. ปริมาณความต้องการใช้ยางพาราของประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลทำให้การส่งออกไม่เพียงพอต่อความต้องการ

 

8.รู้เท่าทัน…

 

ปัจจัยเสี่ยงในการทำค้ากับจีน


1. ความล่าช้าในการปฏิบัติตามเงื่อนไขของ WTO ประเทศจีนจำเป็นต้องหาหนทางที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของ WHO ในขณะเดียวกันประเทศจีนก็มีสร้างมาตรการต่างๆเช่น NTB : Non Tariff Barrier ซึ่งเป็นการขัดขวางการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่ไม่ขัดต่อกฎของ WHO โดยการสร้างอุปสรรคต่างๆ ที่ไม่ใช่ภาษี ได้แก่ สุขอนามัย มาตรฐานบรรจุภัณฑ์ ใบอนุญาต โดยได้มีระเบียบที่มีชื่อว่า หนึ่งใบอนุญาต หนึ่งสินค้าซึ่งทำให้เป็นการกีดกันการนำเข้า ซึ่งต้องใช้เวลาในการเตรียมเอกสารและเป็นการเพิ่มต้นทุน ในการนำเข้าอีกทางหนึ่ง
2. อุปสงค์และอุปทาน จีนเป็นประเทศที่เป็นตลาดในการขับเคลื่อนเป็นแบบ มีการเพิ่มอุปสงค์ส่วนเกินของตลาดอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันบางพื้นที่ก็มีอุปสงค์ไม่เพียงพอ คือมีทั้งส่วนที่ขาดและเกิน มีการเปลี่ยนแปลงอุปสงค์อุปทานอย่างไม่เป็นระบบ ประชาชนส่วนมากมีฐานะไม่ค่อยดี ทำให้มีการเคลื่อนย้ายไปมาตามแหล่งงาน โดยพบว่าศูนย์กระจายสินค้าและโลจิสติกส์ ยังมีพื้นที่ว่างเหลือกว่าร้อยละ 60 ของพื้นที่ทั้งหมด การแข่งขันในจีนจะสูงมาก
3. ความเสี่ยงทางการเมืองและสังคม บริษัทต่างประเทศที่เข้าไปลงทุนในจีนหรือเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับบริษัทในท้องถิ่น จะต้องมีความระมัดระวังปัญหาเรื่องคอรัปชั่นก็ยังคงมี โดยเฉพาะเมืองเล็กๆ ซึ่งจะต้องมีความเข้าใจและสามารถจัดการแก้ไขปัญหา อีกทั้งมีในเรื่องของความโปร่งใส โดยปัญหาทางด้านแรงงานจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งต้องมีวิธีในการที่จะจัดการปัญหาอย่างดี คือ ถ้าฝ่ายที่เข้าไปจัดการไม่ใช้คนในพื้นที่จะมีการควบคุมคนงานยากและจะต้องมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาจึงจะประสบความสาเร็จในจีน
4. ระเบียบกฎเกณฑ์ที่กระจัดกระจาย การกระจายสินค้าและโลจิสติส์ที่มีกฎระเบียบย่อยมาก ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็จะมีกฎระเบียบที่แตกต่างกันและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง ทำให้นักลงทุนชาวไทยหากมีความต้องการที่จะเข้าไปดำเนินธุรกิจในประเทศจีนและมีการส่งออกสินค้าในหลายมณฑล จะต้องมีการ ขอใบอนุญาตแต่ล่ะมณฑลจึงจะสามารถดำเนินธุรกิจได้


 

 

 ยางแผ่นดิบคุณภาพดี  

 

1.  มีความสะอาดและปราศจากฟองอากาศตลอดแผ่น

2.  มีความหนาของแผ่นยางไม่เกิน 3 มิลลิเมตร

3.  มีความชื้นในแผ่นยางไม่เกิน 3%
4.
  เนื้อยางแห้งใส  มีสีสม่ำเสมอตลอดทั้งแผ่น

5.  มีความยืดหยุ่นดี  และมีลายดอกเห็นเด่นชัดตลอดทั้งแผ่น

6.  มีน้ำหนักเฉลี่ยต่อแผ่น 800-1,200 กรัม

7.  แผ่นยางเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 38-46 เซนติเมตร
     และมีความ ยาว 80-90 เซนติเมตร

 

   

ยางแผ่นดิบคุณภาพดี  ความชื้น 3-5% 

                                           

  

1.  มีความสะอาด  และมีฟองอากาศอยู่ในแผ่นยางได้บ้างเล็กน้อย

2.  มีความหนาของแผ่นยางไม่เกิน 4 มิลลิเมตร

3.  มีความชื้นในแผ่นยางไม่เกิน 5%

4.  เนื้อยางแห้ง  มีสีสม่ำเสมอตลอดทั้งแผ่น หรืออาจมีสีคล้ำค่อนข้างทึบไม่โปร่งใสเท่าที่ควร

5.  มีความยึดหยุ่นดีและมีลายดอกเห็นเด่นชัด

6.  มีน้ำหนักเฉลี่ยต่อแผ่น 1,000-1,500 กรัม

7.  แผ่นยางเป็นรูปสี่เหลียมผืนผ้า ขนาดกว้าง 38-46 เซนติเมตร และความยาว 80-90 เซนติเมตร 
     หรือรูปทรงของแผ่นยางเหมาะสำหรับการนำไปรมควัน

                                         

ยางแผ่นดิบ  ความชื้น 5-7%  

  

1.  แผ่นยางสะอาด  หรือมีสิ่งสกปรก และฟองอากาศเล็กน้อย

2.  ความชื้นในแผ่นยางไม่เกิน 7%

3.  มีความยืดหยุ่นดี  และลายดอกเด่นชัด

4.  มีสีคล้ำ  หรือด่างดำค่อนข้างทึบ ไม่โปร่งใส

5.  มีราสนิม ราดำ ปนเปื้อนในแผ่นยางได้บ้างเล็กน้อย

6.  แผ่นยางเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 38-46 เซนติเมตร และความยาว 80-90 เซนติเมตร

 

                                        

ยางแผ่นดิบ  ความชื้น 7-10% 

   

1. แผ่นยางสะอาด  หรือมีสิ่งสกปรก และฟองอากาศเล็กน้อย

2. ความชื้นในแผ่นยางไม่เกิน 10%

3. มีความยืดหยุ่น  และลายดอกชัดเจน

4. มีสีคล้ำ หรือด่างดำค่อนข้างทึบ  ไม่โปร่งใส

5. มีราสนิม ราดำปนเปื้อนในแผ่นยางเล็กน้อย

6. แผ่นยางเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 38-46 เซนติเมตร  และมีความยาว80-90 เซนติเมตร

 

 

                ลักษณะยางแผ่นดิบที่คุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน

                 ไม่รับเข้าตลาดกลางยางพารา 

   

1. สิ่งสกปรกและฟองอากาศในแผ่นยางมากตลอดทั้งแผ่น

2. เสียความยืดหยุ่น เนื้อยางเปื่อยง่าย หรือมีรูพรุน

3. เนื้อยางแห้งไม่สม่ำเสมอ มีความชื้นในแผ่นยางมากเกิน 3 %(ยางคุณภาพคละ)

   เนื้อยางแห้งไม่สม่ำเสมอ มีความชื้นในแผ่นยางมากเกิน 5 %(ยางแผ่นดิบชื้น3-5 %)

4. แผ่นยางมีความหนาหรือบางมากเกินไป

5. แผ่นยางเหนียวเยิ้ม มีกลิ่นเหม็น สีคล้ำ หรือด่างดำตลอดทั้งแผ่น

6. มีราสนิม ราดำปนเปื้อนในแผ่นยางมาก หรือมีราหนาแน่นเห็นได้ชัด

7. รูปแผ่นไม่ได้ขนาดมาตรฐาน ลักษณะแผ่นยางเล็ก หรือใหญ่มากจนเกินไป
    หรือเป็นเศษเสี้ยวของแผ่นยาง

 

บทความ/งานวิจัย การส่งออกยางพาราไทยไปจีน

       จากบทความเรื่องการส่งออกยางพาราไทยไปจีน ทำให้ประเทศไทยต้องให้ความสนใจกับธุรกิจส่งออกยางพาราให้มากขึ้น เพราะในอนาคตและจากแนวโน้มของการเติบโตในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต ส่งผลให้อุปสงค์ต่อยางพารามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงตามไปด้วย ซึ่งทั้งมณฑลเหลียวหนิงและมณฑลจี๋หลิน ต่างก็เป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมยางรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ของจีน และมีโรงงานประกอบรถยนต์ตั้งอยู่หลายแห่ง ท่าเรือทางเลือกที่น่าสนใจในการขนส่งยางพาราจึงเป็น ท่าเรือต้าเหลียน (Dalian Port) ในมณฑลเหลียวหนิง โดยทางรัฐบาลและผู้ประกอบการควรร่วมเจรจากับผู้นำเข้าจีนเพื่อขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือนี้ และภาครัฐและเอกชนสองฝ่ายควรร่วมกันวางแผนกระจายสินค้าและร่วมทุนกันตั้งคลังสินค้าเพื่อเป็นการลดต้นทุนการขนส่งและสนับสนุนการส่งออกยางพาราของไทย
          จะเห็นว่าประเทศจีนมีความต้องการนำเข้ายางพาราเป็นจำนวนมากในแต่ละปีเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ (ผลิตยางรถยนต์ ยางจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนอื่นๆ) อุตสาหกรรมกีฬาและการแพทย์ (ผลิตรองเท้ายาง ถุงมือยาง) ฯลฯ โดยแหล่งการนำเข้าหลักของจีน คือ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย การนำเข้ายางพาราจากไทยจะผ่านท่าเรือหลัก คือ ท่าเรือซี่ยงไฮ้ (Shianghai) ชิงเต่า (Qingdao) และฮ่องกง (Hong Kong) ก่อนกระจายไปยังมณฑลต่างๆ
          ปัญหาสำหรับการขนส่งยางพารา คือ ตลาดที่มีการกระจายตัวอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งและการกระจายสินค้าสูง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโรงงานผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบ ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในมณฑลชายฝั่งภาคตะวันออก ดังนั้น การจัดตั้งศูนย์กลางกระจายสินค้าและคลังสินค้าสำหรับยางพาราอาจไม่ใช่ทางเลือกที่คุ้มค่า นอกจากนี้ เนื่องจากมณฑลทางใต้ของจีนมีการปลูกยางพาราเช่นกันซึ่งสามารถสนองความต้องการสินค้าในพื้นที่ได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้น ผู้ส่งออกจึงควรเน้นส่งออกไปยังมณฑลทางเหนือ เช่น มณฑลเหลียวหนิง (Liaoning) และมณฑลจี๋หลิน (Jilin) ที่ผู้ขายน่าจะมีอำนาจการต่อรองและขายสินค้าได้ในราคาที่ดีกว่า
        แม้ว่าจีนและไทยจะมีการลดภาษีระหว่างกันภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงการลดอุปสรรคในการค้าช่วงต้นเท่านั้น ในความเป็นจริงผู้ส่งออกไทยยังต้องเผชิญกับมาตรการที่มิใช่ภาษีอื่นๆ รวมถึงความไม่สะดวกในการขนส่งและกระจายสินค้าเข้าจีนซึ่งถือเป็นอุปสรรคช่วงกลางและปลายของการไหลเวียนของสินค้าและสำหรับข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพ าราของประเทศไทย
- ข้อเสนอแนะต่อภาคอุตสาหกรรม
1. สร้างระบบฐานข้อมูลด้านผลผลิตใหม่ที่น่าเชื่อถือ โดยมีรายละเอียดของการผลิตทั้งปริมาณและคุณภาพ เพื่อความพร้อมในการบริหารอุปทานยาง
2. สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพยางพาราของไทย รวมทั้งกระบวนการจัดชั้นแผ่นยาง และการรักษาคุณภาพของยางแท่งของไทยให้ได้คุณภาพและมาตรฐานที่มีความสม่ำเสมอ ภายใต้ต้นทุนที่ต่ำอยู่ได้
3. ให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าที่ใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบมากขึ้น หรือมีการปรับโครงสร้างภาษีที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมเหล่านี้มากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเข้าสินค้าเหล่านี้เป็นจำนวนมาก ทั้งที่ไทยเป็นผู้ผลิตยางพาราเอง จึงกลายเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับต่างประเทศ
4. พัฒนาท่าเรือน้ำลึกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันไทยมีการส่งออกยางพาราโดยทางเรือ ซึ่งแม้ว่าไทยจะมีแหลมฉบังเป็นท่าเรือที่สามารถส่งไปจีนได้โดยตรง แต่การขนส่งยางทางภาคใต้ของไทยนิยมส่งผ่านท่าปีนังของมาเลเซีย เนื่องจากอยู่ใกล้มากกว่า และมีค่าขนส่งที่ถูกกว่า ในขณะที่ท่าเรือที่ใกล้ที่สุดคือท่าเรือสงขลา แต่เป็นท่าเรือน้ำตื้น ทำให้เรือใหญ่ไม่สามารถเข้าได้ จึงจำเป็นต้องไปขนถ่ายต่ออีกทีหนึ่ง ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น
5. ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนภายในประเทศ เพื่อลดสภาวะของการแข่งขันกันตัดราคายางพารา โดยมีภาครัฐเป็นหน่วยงานกลางในการประสานความร่วมมือ รวมทั้งมีการพัฒนาระบบการซื้อขายยางให้มีการปฏิบัติตามสัญญาทางการค้าอย่างถูกต้องมากขึ้น


ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐในการเจรจาการค้า


1. ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลกให้มีวัตถุประสงค์ในการค้าร่วมกัน และโดยเฉพาะร่วมกันบริการอุปทานของยางพาราที่มีไทยในฐานะผู้ผลิตยางพารารายใหญ่เป็นผู้นำของกลุ่มอาเซียน
2. สนับสนุนการร่วมทุนระหว่างไทยและจีน เพราะจีนมีบุคลากรที่ค่อนข้างมีความพร้อมมากกว่าไทย เช่น การมีวิศวกรด้านยางโดยเฉพาะ ซึ่งการร่วมทุนน่าจะทำให้จีนมีการย้ายโรงงานมายังไทยมากขึ้น และหากมีนโยบายรัฐให้การสนับสนุนก็น่าจะทำให้ไทยสามารถพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางด้านนี้ได้เอง

 

การทำการค้ากับจีนจะต้องมีความสัมพันธ์กันพอสมควร และรอบคอบ ต้องระวังเรื่องการโกงกันเป็นอย่างมาก ต้องรู้เท่าทัน อย่าไว้ใจรายละเอียดเล็กน้อยๆ การส่งของ การจ่ายเงิน จะต้องชัดเจน และ ต้องแน่นอน เพราะคนจีน จะเอาของเราไปขายก่อน พอขายได้แล้ว ถึงจะจ่ายคืนผู้ส่งออก แต่จะช้ามากๆ บางครั้ง สัญญาว่าจะจ่ายหนึ่งเดือน แต่จ่ายจริงเมื่อเวลาผ่านไปสามถึงสี่เดือน ทำให้รอบของเงินหมุนช้าเกินไป หรือลืมแบบตั้งใจเลย ก็มีเยอะมาก คนไทยและคน ต่างประเทศ เคยทำการค้ากับจีน ก็เคยโดนโกงมาแล้วหลายราย เวลาสั่งซื้อ จะไม่เปิดแอลซี คนไทยก็อยากขาย เพราะถ้าไม่ขายลูกค้าจีนก็จะไปซื้อเจ้าอื่น เลยยอมขายแบบไม่มีอะไรรับประกัน เพื่อขยายตลาด แต่พอขายไปก็ จะโดนวิธีเอาเปรียบต่างๆ เช่น จ่ายเงิน สองสาม ลอต พอลอตสุดท้ายไม่จ่าย หรือ ลอดแรกก็ จ่ายไม่ครบ บอกของไม่ดี ไม่ตรงสเปก หรือ ไม่จ่ายทั้งหมดเลย บอก เก็บเงินไม่ได้ แล้วหนีไปเลยก็มี เนื่องจากลักษณะนิสัยของคนจีน จะไม่ยอมขาดทุน ถ้าขาดทุน จะหาทางไม่ให้ จ่าย เมื่อขายไม่ได้ หรือ โดนตัดราคา ก็จะมา โกงซัพพลายเออร์ ต่ออีกที
ทำให้ผู้ส่งออกต้องระวัง โดย ไปคุยแบบเจอตัว ให้จ่ายเงินมาก่อน หรือ เปิดแอลซี ถ้าไม่ได้ ก็ต้องส่งคนไปคุมลูกค้าที่จีน หรือ ไปตั้งร้านขายเองที่จีน ให้ลูกค้าต่างๆโดยตรง แล้วรับเป็นเงินสดเลย จะได้ ป้องกันได้ แต่ก็จะลำบากซึ่งราชการจีนก็จะช่วยคนจีนด้วยกันอีกเวลามีปัญหาต่างๆ ไม่ช่วนคนต่างชาติ
ดังนั้นเราจึงอยากให้รัฐบาล ผลักดันนโยบาย ควรจะให้โรงงานที่จีนมาตั้งที่แหลงวัตถุดิบในไทย มาให้ความรู้ประสบการณ์ในการทำยางรถยนต์ และผลิตภัณฑ์ยางต่างๆ แก่คนไทย และส่งออกจากไทยทำให้มูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้นเพราะ เมื่อทางโรงงานมาอยู่ในเมืองไทยแล้วเราสามารถควบคุมการจ่ายเงินหรือกฎหมายต่างๆได้ ตัวโรงงานเองก็อยู่ในไทย ย้ายไปใหนไม่ได้ ถึงแม้ว่าโดนโกง ก็ยังมี ตัวโรงงานที่เป็นทรัพย์สินที่เราสามารถยึดมาได้ แต่ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็จะทำให้ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
แต่อย่างไรก็ดี ประสบการณ์การค้า และ ภาษาของ คนไทยยัง อ่อนแอกว่าประเทศอื่นๆ และความขี้สงสารมองโลกในแง่ดีของความเคยสบายในการดำรงชีวิตของคนไทยจะทำให้เสียเปรียบชนชาติที่ต้องเคยต้องดิ้นรนแก่งแย่งกันมามาตลอด จนเป็นนิสัยไปแล้ว

จากข้อมูลดังกล่าวแสดงถึงมูลค่าและการเติบโตของการส่งออกยางพาราไทย ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศได้อีกทางหนึ่ง และคู่แข่งของไทยที่มีศักยภาพและข้อได้เปรียบในการผลิตยางพาราที่แตกต่างกัน โดยปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตยางในประเทศต่าง ๆ มีการพัฒนากันไปมาก ไทยเองก็ต้องเร่งปรับตัวและพัฒนากระบวนการผลิต เพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันกับตลาดโลกอย่างครบวงจร และอุตสาหกรรมยางไทยจะได้ก้าวสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง  Reference
สมาคมยางพาราไทย.ปริมาณและมูลค่าการส่งออกยางธรรมชาติ ปี 2547-2554

คุณชัยยนะ ไชบุญ. ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ห้องปฎิบัติการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น รับเบอร์ จำกัด.สัมภาษณ์,
[18 กรกฎาคม 2554]
ธนิต โสรัตน์. เมื่อประเทศไทยอยากเป็น Logistics Hub. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพ ฯ : บ. พราวดเพรส(2002) จำกัด, ปีที่พิมพ์ 2549.
สำนักกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าล่วงหน้า.โครงสร้างตลาดยางพาราของไทย.[ออนไลน์]2554.
[สืบค้นวันที่ 15 กรกฎาคม 2554].

 

 

 

 

คำถามผู้นำกลุ่ม

 

1.    ท่านใช้กลยุทธ์ใด  ในการพัฒนาธุรกิจซื้อขายยางพาราระหว่างประเทศให้เติบโตและแข็งแรง

                                                                                                                   

                                                                                                                   

                                                                                                                  

                                                                                                                  

                                                                                                                  

                                                 

2.    ท่านต้องการให้หน่วยงานภาครัฐสนับสนุนเรื่องใด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขั

                                                                                                                  

                                                                                                                  

                                                                                                                  

                                                                                                                  

                                                                                                                  

 

3.    ปัญหาอุปสรรคในการพัฒนาธุรกิจซื้อขายยางพาราระหว่างประเทศ/ข้อเสนอแนะ

                                                                                                                  

                                                                                                                  

                                                                                                                  

                                                                                                                  

                                                                                                                  

 

4.    ประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนากลยุทธ์การซื้อขายยางพาราระหว่างประเทศ/

                                                                                                                  

                                                                                                                  

                                                                                                                  

                                                                                                                  

                                                                                                                  

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน 2012 เวลา 10:02 น.