ระบบจัดการความรู้ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง

กนย. ควักเพิ่มอีก 5 พันล้านบาท หนุนโค่นต้นยางแก่ หวังรักษาเสถียรภาพราคา (28/03/2555) PDF พิมพ์
ที่นี่ สกย. - ข่าวยางพารา
เขียนโดย Administrator   
วันพุธที่ 28 มีนาคม 2012 เวลา 02:26 น.

   นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ว่า ได้เสนอให้ที่ประชุม กนย.รับทราบมาตรการเฉพาะหน้า เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางและเพิ่มผลผลิตต่อไร่และคุณภาพให้สูงขึ้น ด้วยการสนับสนุนให้เกษตรกรที่ปลูกยางพาราโค่นต้นยางพาราที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปทิ้ง โดยสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) จะให้เงินอุดหนุนเพิ่มอีกไร่ละ 10,000 บาท จากเดิมทยอยจ่ายให้อยู่แล้วไร่ละ 16,000 บาทภายใน 6 ปี

ทั้งนี้ กำหนดให้โค่นได้เฉพาะปีงบประมาณ 2555 คือ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 - 30 กันยายน 2555 ตั้งเป้าหมายโค่นยางแก่อายุเกิน 30 ปีให้ได้ 500,000 ไร่ หรือใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท   จากเดิมที่มีการโค่นยางแก่อยู่แล้วปีละ 200,000 ไร่ มั่นใจว่าจะทำให้ราคายางสูงขึ้น จากปัจจุบันที่ราคายางดิบรมควันชั้น 3 มีราคากิโลกรัมละ 108-112 บาทแน่นอน ซึ่งในวันที่ 28 มีนาคมจะนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางที่ตนเป็นประธาน เพื่อพิจารณาอนุมัติในหลักการต่อไป

“ยอมรับว่าในปัจจุบันราคายางค่อนข้างสูง จึงทำให้เกษตรกรไม่ยอมโค่นต้นยางทิ้ง ทั้งที่ต้นแก่จะมีคุณภาพยางที่ไม่ได้และได้ผลผลิตน้อยลง เมื่อเทียบกับยางที่มีอายุ 6-7 ปี จึงต้องมีมาตรการเฉพาะหน้าออกมา เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาและคุณภาพของยางไว้” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุม กนย.เห็นชอบให้เดินหน้าโครงการส่งเสริมการปลูกยางพาราที่ได้ปรับเป้าหมายจาก 656,000 ไร่ เป็น 800,000 ไร่ อย่างต่อเนื่องและรับข้อสังเกตของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาเพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อสังเกตจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ระบุว่าการส่งเสริมให้ปลูกยางพาราจำนวนมากอาจส่งผลต่อราคาได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าแม้ไทยเป็นผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีผลผลิตปีละ 3.5 ล้านตัน ขณะที่ปริมาณสตอกยางดิบในตลาดโลกยังอยู่ที่ 1.1 ล้านตันก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาจากความต้องการของตลาดโลกแล้วมั่นใจว่าผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจะรองรับความต้องการของตลาดโลกได้แน่นอนและไม่ทำให้ราคายางตกต่ำจากที่เป็นอยู่ ขณะเดียวกันการเพิ่มพื้นที่การปลูกยางพาราครั้งนี้ต้องไม่มีการบุกรุกป่าสงวนโดยเด็ดขาด ซึ่งเกษตรกรต้องมีเอกสารสิทธิ์ในการครอบครองที่ดินเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ปลูกยางพาราได้

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ยางพาราแห่งชาติขึ้นด้วย โดยมีตนเป็นประธานและมีคณะกรรมการจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน รัฐวิสาหกิจ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้จากการปลูกยางพาราเป็นปีละ 1 ล้านล้านบาทตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556 เป็นต้นไป

ที่มา : สำนักข่าวไทย (วันที่ 27 มีนาคม 2555)