ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานยางพารา สถานการณ์ตลาดและราคายาง ประจำเดือนมกราคม 2555
สถานการณ์ตลาดและราคายาง ประจำเดือนมกราคม 2555 PDF พิมพ์
ตลาดยางพารา - การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของราคายางพารา
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 01 มีนาคม 2012 เวลา 11:18 น.

สถานการณ์ตลาดและราคายาง

ประจำเดือนมกราคม  2555

 

1.  ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 (RSS 3) และยางแท่งชั้น 20 (STR 20)

    1.1   ราคาส่งออกต่างประเทศของไทย

           ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 (RSS 3 FOB. กรุงเทพฯ) ส่งมอบล่วงหน้าเดือนกุมภาพันธ์เฉลี่ยกิโลกรัมละ 115.10 บาท (364.64 เซนต์สหรัฐ) ปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนที่แล้วกิโลกรัมละ 8.78 บาท (24.06 เซนต์สหรัฐ) หรือสูงขึ้นร้อยละ 8.26 การเคลื่อนไหวของราคายางปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่สัปดาห์แรกจนถึงสัปดาห์สุดท้าย กล่าวคือ สัปดาห์แรกของเดือนราคายางเฉลี่ยกิโลกรัมละ 105.63 บาท (334.79 เซนต์สหรัฐ) หลังจากนั้นราคายางได้ปรับตัวสูงขึ้นโดยตลอดจนถึงสัปดาห์สุดท้ายเฉลี่ยกิโลกรัมละ 125.70 บาท (404.55 เซนต์สหรัฐ) เช่นเดียวกับราคายางแท่งชั้น 20 (STR 20 FOB. กรุงเทพฯ) ส่งมอบล่วงหน้า 1 เดือน ที่มีการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 โดยมีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 111.81 บาท (354.21 เซนต์สหรัฐ) ปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนที่แล้วกิโลกรัมละ 6.87 บาท (18.06 เซนต์สหรัฐ) หรือสูงขึ้นร้อยละ 6.55 โดยมีราคาต่ำสุดในสัปดาห์แรกของเดือนเฉลี่ยกิโลกรัมละ 104.45 บาท (331.04 เซนต์สหรัฐ) และมีราคาสูงสุดในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 119.70 บาท (385.24 เซนต์สหรัฐ)

    1.2   ราคายางตลาดต่างประเทศ

           ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ตลาดล่วงหน้าโตเกียวและสิงคโปร์ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์เฉลี่ยกิโลกรัมละ 364.81 เซนต์สหรัฐ (115.12 บาท) และ 364.42 เซนต์สหรัฐ (115.07 บาท) ปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนที่แล้วกิโลกรัมละ 31.19 เซนต์สหรัฐ (11.01 บาท)  และ 26.19 เซนต์สหรัฐ (9.50 บาท) หรือสูงขึ้นร้อยละ 9.35 และ 7.74 ในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ เมื่อพิจารณาสถานการณ์ราคายางในเดือนมกราคมจะเห็นว่า ราคายางตลาดล่วงหน้าโตเกียวและสิงคโปร์มีราคาต่ำสุดในสัปดาห์แรกของเดือน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 330.96 เซนต์สหรัฐ (104.43 บาท) และ 331.43 เซนต์สหรัฐ (104.58 บาท) โดยราคาตลาดล่วงหน้าโตเกียวมีราคาสูงสุดในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 391.90 เซนต์สหรัฐ (121.77 บาท) ขณะที่ราคาตลาดล่วงหน้าสิงคโปร์มีราคาสูงสุดในสัปดาห์ที่สี่ของสัปดาห์ เฉลี่ยกิโลกรัมละ 406.50 เซนต์สหรัฐ (127.62 บาท) และปรับตัวลดลงเล็กน้อยในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 399.25 เซนต์สหรัฐ (124.06 บาท)

2.  ราคายางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันชั้น 3 (ไม่อัดก้อน)

            ราคายางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันชั้น 3 (ไม่อัดก้อน) ณ ตลาดกลางยางพาราสงขลาเดือนมกราคม เฉลี่ยกิโลกรัมละ 100.52 บาท และ 105.33 บาท ปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนที่ผ่านมากิโลกรัมละ 10.82 บาท และ 11.56 บาท หรือสูงขึ้นร้อยละ 12.06 และ 12.33 เช่นเดียวกับราคายางแผ่นดิบตลาดท้องถิ่นจังหวัดสงขลา เฉลี่ยกิโลกรัมละ 97.89 บาท ปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนที่แล้วกิโลกรัมละ 10.47 บาท หรือร้อยละ 11.97  การเคลื่อนไหวของราคามีความผันผวน กล่าวคือ ราคายางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันชั้น 3 (ไม่อัดก้อน) ณ ตลดกลางยางพาราสงขลามีราคาต่ำสุดในสัปดาห์แรกของเดือน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 89.22 บาท และ 92.68 บาท และมีราคาสูงสุดในสัปดาห์ที่สี่ของเดือน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 110.78 บาท และ 115.49 บาท จากนั้นปรับตัวลดลงเล็กน้อยในสัปดาห์สุดท้าย เฉลี่ยกิโลกรัมละ 110.65 บาท และ 115.08 บาท

3.  ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดและราคายาง

           โดยภาพรวมราคายางเดือนมกราคมปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพระมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้

           1.   อุปทานยางในประเทศผู้ผลิตมีน้อย เนื่องจากภาวะฝนตกชุกทางภาคใต้ของไทย รวมถึงพื้นที่ปลูกยางทางภาคเหนือของมาเลเซียซึ่งมีเขตแดนติดกับไทย ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกเข้าสู่ฤดูยางผลัดใบ ต้นยางให้ผลผลิตลดลงเพราะเข้าสู่ช่วงฤดูยางผลัดใบ

           2.   การบรรลุข้อตกลงในการแก้ไขปัญหาราคายางร่วมกันในการประชุมเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2555 ระหว่างภาครัฐและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และการอนุมัติเงินงบประมาณวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2555 เพื่อใช้ดำเนินการรับซื้อยางเก็บเข้าสต๊อคภาครัฐ เพื่อกระตุ้นตลาด โดยหวังให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้นอยู่เหนือระดับกิโลกรัมละ 120 บาท

           3.   นักลงทุนเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้า เพราะมีมุมมองที่เป็นบวกต่อเศรษฐกิจโดยรวม เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นของหลายประเทศ

                3.1  ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จีนขยายตัวร้อยละ 9.2 ในปี 2554 สูงกว่าที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ร้อยละ 8.0

                3.2  ดัชนีภาคธุรกิจโดยรวมเดือนมกราคมของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน อยู่ที่ 13.48 จุด

                3.3  ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเดือนมกราคมของเยอรมันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 21.6 จุด นับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554

           4.   ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นถึงระดับเฉลี่ย 100.52 ดอลล่าร์สหรัฐต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอีกในอนาคต ผลจากสหภาพยุโรปมีมติคว่ำบาตรห้ามนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการระงับการส่งออกน้ำมันไปยังบางประเทศในสหภาพยุโรป จึงคาดการณ์ว่าอาจทำให้อุปทานน้ำมันตึงตัว จึงนับเป็นผลดีต่อราคายาง

           5.   ความต้องการใช้ยางในอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงแข็งแกร่ง วิเคราะห์ได้จากยอดจำหน่ายรถยนต์ในสหรัฐฯ และจีน ปี 2554 ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.3 และ 2.5 ตามลำดับ

           อย่างไรก็ตาม ราคายางยังคงมีความผันผวนในบางช่วง เพราะนักเก็งกำไรเทขายสัญญาเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวม การขึ้นลงของราคาจึงยังขึ้นอยู่กับกระแสข่าวรายวัน ซึ่งเป็นปัจจัยทางจิตวิทยา โดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศในยูโรโซนที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

4.  แนวโน้มราคายางธรรมชาติเดือนกุมภาพันธ์

           ราคายางเดือนกุมภาพันธ์มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เพราะมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งด้านฤดูยางผลัดใบ ต้นยางให้ผลผลิตลดลง และมาตรการแทรกแซงราคายางของภาครัฐ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ และกลุ่มสหภาพยุโรปที่รุนแรงยิ่งขึ้น โดยพุ่งเป้าหมายไปที่การส่งออกน้ำมันของอิหร่าน อาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันตึงตัว ส่งผลต่อความต้องการใช้ยางธรรมชาติเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนยางสังเคราะห์ที่ต้องใช้น้ำมันดิบเป็นวัตถุดิบในการผลิต

สำนักงานตลาดกลางยางพาราสงขลา