ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานยางพารา ปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์และอุปทานสินค้าเกษตร
ปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์และอุปทานสินค้าเกษตร PDF พิมพ์
ตลาดยางพารา - การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของราคายางพารา
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 08 เมษายน 2011 เวลา 09:47 น.

อุปสงค์ อุปทาน และราคาในตลาดจริง (Cash Price)

ปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์และอุปทานสินค้าเกษตร


 ปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์และอุปทานสินค้าเกษตร

  • ราคาสินค้าเกษตรถูกกำหนดขึ้นจากอุปสงค์และอุปทาน ณ เวลาในขณะนั้น
  • เมื่อเวลาเปลี่ยนไป อุปสงค์และอุปทาน อาจเปลี่ยนไปเช่นกัน
  • โดยอุปสงค์และอุปทานสินค้าเกษตร จะเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยที่เป็นตัวกำหนด

  

 

ปัจจัยที่กำหนดอุปทาน

       อุปทานของสินค้าเกษตรหรือปริมาณความต้องการขาย ขึ้นกับปัจจัยหลายประการ ทั้งนี้หากปัจจัยเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปจะส่งผลให้อุปทานเปลี่ยนไปด้วย ตัวอย่างปัจจัยสำคัญที่ กำหนดอุปทาน เช่น

              1. สภาพดินฟ้าอากาศและฤดูกาล สภาพอากาศมีผลต่อปริมาณผลผลิตของสินค้าเกษตร เช่น หาก สภาพอากาศเอื้ออำนวย ผลผลิตการเกษตรที่ออกมาจะมีมาก นอกจากนี้ สินค้าเกษตรหลายชนิด
ออกเป็นฤดูกาล (Seasonality) ซึ่งจะมีผลต่ออุปทานสินค้าเกษตรในช่วงนั้นๆ เช่น ผลผลิตข้าวนาปี จะออกมามากในช่วงปลายปี เป็นต้น

              2. จำนวนพื้นที่เพาะปลูก การเพิ่ม/ลดพื้นที่เพาะปลูกจะส่งผลต่อปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้น/ลดลง

              3. ผลผลิตต่อไร่ (Yield) ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์พืช ช่วยให้สามารถผลิต สินค้าเกษตรได้เพิ่มขึ้น โดยใช้พื้นที่เท่าเดิม หรือมีต้นทุนต่ำลง

              4. ราคาผลผลิตชนิดอื่น การเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าชนิดหนึ่งอาจมีผลกระทบต่อปริมาณผลผลิต หรืออุปทานของสินค้าอีกชนิดหนึ่งได้ เช่น หากราคายางพาราสูงขึ้นมาก อาจจูงใจให้เกษตรกร ที่ปลูกสินค้าอื่น เช่น ข้าวโพด หันมาปลูกยางพาราแทน ส่งผลให้ผลผลิตยางพาราเพิ่มขึ้น ขณะที่ผลผลิตข้าวโพดลดลง เป็นต้น

ปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์

       อุปสงค์ของสินค้าเกษตรหรือปริมาณความต้องการซื้อ ขึ้นกับปัจจัยหลายประการ ทั้งนี้ หากปัจจัยเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปจะส่งผลให้อุปสงค์เปลี่ยนไปด้วย ตัวอย่างปัจจัยสำคัญที่กำหนด อุปสงค์ เช่น

              1. สภาพเศรษฐกิจ ภาวะเศรษฐกิจมีผลต่อกำลังซื้อของผู้ใช้หรือผู้บริโภคโดยตรง และมีความสัมพันธ์ ในทิศทางเดียวกับความต้องการซื้อสินค้า สินค้าเกษตรหลายชนิดหากภาวะเศรษฐกิจขยายตัว ความต้องการสินค้าเกษตรจะมีเพิ่มมากขึ้น เช่น นม เนื้อสัตว์ และผลไม้ เป็นต้น

              2. จำนวนประชากร จำนวนประชากรกับปริมาณความต้องการซื้อจะเปลี่ยนแปลงในทิศทางเดียวกัน หากประชากรเพิ่มขึ้น ความต้องการบริโภคสินค้าเกษตรย่อมเพิ่มขึ้นตาม

              3. รสนิยมการใช้/บริโภค ความต้องการใช้/บริโภคสินค้าเกษตรยังขึ้นกับรสนิยมของผู้บริโภค เช่น บางประเทศนิยมบริโภคข้าวเมล็ดสั้น ขณะที่บางประเทศนิยมบริโภคข้าวเมล็ดยาว ทั้งนี้ รสนิยมที่ เปลี่ยนไปจะมีผลต่อปริมาณอุปสงค์ของสินค้าเกษตรนั้นๆ

              4. ราคาสินค้าชนิดอื่น ความต้องการซื้อสินค้าเกษตรแต่ละชนิด ยังขึ้นกับราคาสินค้าชนิดอื่นด้วย   ดังนี้ 
                     - กรณีเป็นสินค้าใช้ประกอบกัน (Complementary goods) ราคาที่เปลี่ยนแปลง ไปของสินค้าชนิดหนึ่ง จะทำให้ความต้องการซื้อหรืออุปสงค์ของสินค้าอีกชนิดหนึ่ง เปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ตรงกันข้าม ตัวอย่างเช่น  กาแฟกับน้ำตาล หากราคากาแฟสูงขึ้น จะทำให้ความต้องการบริโภคหรืออุปสงค์ของน้ำตาลลดลง เนื่องจากราคากาแฟที่สูงขึ้นจะ จูงใจให้ผู้บริโภคลดการบริโภคกาแฟลง รวมทั้งน้ำตาลที่เป็นสินค้าที่บริโภคคู่กับกาแฟด้วย 
              - กรณีเป็นสินค้าใช้ทดแทนกัน (Substitution goods) ราคาที่เปลี่ยนแปลงของ สินค้าชนิดหนึ่ง จะทำให้ความต้องการซื้อหรืออุปสงค์ของสินค้าอื่นที่ทดแทนกันเปลี่ยนแปลง ไปในทิศทางเดียวกัน ตัวอย่างเช่น เนื้อไก่กับเนื้อหมู  หากราคาเนื้อไก่เพิ่มขึ้น ความต้องการ บริโภคเนื้อหมูหรือ อุปสงค์เนื้อหมูจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคอาจลดการบริโภคเนื้อไก่และ หันมาบริโภคเนื้อหมูมากขึ้นเพราะเนื้อหมูมีราคาถูกกว่าโดยเปรียบเทียบ

 

 ที่มา :