ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

เตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงาน เตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงาน
เตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงาน PDF พิมพ์
การแปรรูป - เตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงาน
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 06 มิถุนายน 2011 เวลา 15:04 น.

เตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงาน

       ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสหกรณ์กองทุนสวนยางพารา (สกย.) ซึ่งมีสมาชิกสหกรณ์กว่า 700 แห่งทั่วประเทศ กำลังประสบปัญหาด้านต้นทุนการผลิตสูงโดยเฉพาะการผลิตยางแผ่นรมควัน เพราะราคาไม้ยางพาราที่นำไปทำเป็นเชื้อเพลิงขาดแคลน ราคาสูงขึ้น

แต่ต่อไปปัญหาเหล่านี้จะทุเลาลง ทางโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย หรือไอทีเอพี (iTAP) ให้การสนับสนุนวิจัยพัฒนาต้นแบบเตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ประหยัดฟืนไม้ยางพาราถึง 35% นำร่องติดตั้งที่สหกรณ์กองทุนสวนยางพาราบ้านหนองแดงสามัคคี อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

บุญโชติ ร่มเย็น ผู้จัดการ สกย.บ้านหนองแดงสามัคคี เล่าว่า ระยะหลังกลุ่ม สกย.ต่างประสบปัญหาในการดำเนินกิจการโดยเฉพาะการผลิตยางแผ่นรมควันที่มีราคาสูง ที่เกิดมาจากไม้ยางพาราที่จะนำมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตราคาสูงมากและขาดแคลนด้วย เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ต่างต้องการไม้ยางพาราเป็นวัตถุดิบเช่นกัน สหกรณ์จึงได้นำปัญหาดังกล่าวไปปรึกษากับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อขอรับความช่วยเหลือ กระทั่งได้รับการติดต่อจากไอทีเอพี ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี หรือทีเอ็มซี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาศึกษาปัญหาของกระบวนการผลิตทั้งหมด
ผลการศึกษาพบว่า เตาอบ
ยางแผ่นรมควันที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน 2 รุ่น คือ รุ่นแรกสร้างขึ้นปี 2537 ต้องใช้ไม้ยาง 1,000 กก. จึงจะผลิตยางแผ่นรมควัน 1,200 กก.ต่อ 5 วัน รุ่นที่ 2 สร้างขึ้นในปี 2538 ใช้ไม้ยางพาราเป็นเชื้อเพลิงเท่ากัน แต่สามารถผลิตยางแผ่นรมควันได้ 2,000 กก. ส่วนที่ สกย. บ้านหนองแดงสามัคคี เป็นรุ่นปี 2537 เฉลี่ยแล้วเสียค่าใช้จ่ายไม้ยางพารา 1.64 บาท จึงจะผลิตยางแผ่นได้ 1 กก. ปัจจุบันราคาไม้ยางพาราอยู่ที่กิโลกรัมละ 1.70 บาท

  ด้าน ดร.นันทิยา วิริยบัณฑร ที่ปรึกษาเทคโนโลยี ไอทีเอพี บอกว่า ได้รับการประสานจาก สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2550 จึงร่วมกับสหกรณ์กองทุนสวนยางจันดี  เพื่อนำร่องในการออกแบบเตาอบยางแผ่นรมควันประหยัดพลังงาน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือช่วยหาสาเหตุ จากนั้นได้ส่งผลงานให้ที่ปรึกษาเทคโนโลยีเครือข่าย ไอทีเอพี มหาวิทยาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ดำเนินการต่อเพื่อสร้างต้นเตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงานต้นแบบ โดยมีระยะดำเนินการแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2551-31 กรกฎาคม 2552 ซึ่งขณะนี้การดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นลงแล้ว และผลทดลองเดินเครื่องครั้งแรกพบว่า มีประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิงสูงมาก คือใช้เชื้อเพลิง 35 กก.ต่อการรมยาง 4 ชม.ขณะที่เตารุ่นเก่าใช้เชื้อเพลิง 35 กก.เท่ากัน แต่สามารถรมยางได้เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

ขณะที่ ดร.ศิริชัย กิตติวราพงศ์ หัวหน้างานและที่ปรึกษาเทคโนโลยี ไอทีเอพี บอกว่า เตาอบยางแผ่นรมควันยางรุ่นใหม่นอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ยังสามารถแก้ปัญหาให้แก่สหกรณ์ได้ถึง 5 เรื่อง คือ 1.ความปลอดภัยในการใช้เตา เพราะมีระบบป้องกันเพลิง 2.ลดการใช้เชื้อเพลิงได้มากถึง 35% 3.ยางแผ่นรมควันมีคุณภาพดีขึ้น สีสม่ำเสมอ ไม่ไหม้ 4.คาดว่าสามารถย่นระยะเวลาในการรมยางจากเดิมต้องใช้เวลา 5 วัน ลดลงเหลือเพียง 4 วัน และ 5.เมื่อมีเวลามากขึ้นก็ช่วยให้สหกรณ์สามารถเปิดรับสมาชิกเข้ามาใช้บริการได้มากยิ่งขึ้นด้วย และในปี 2553 จะมีการขยายผลการดำเนินงานรวมเป็น 4 จังหวัด รวม 12 เตา โดยแยกเป็นจังหวัดละ 3 เตาคือชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง ผู้ประกอบการที่สนใจเข้ารับการช่วยเหลือจากไอทีเอพี สอบถามข้อมูลได้ที่ สวทช. สำนักงานกลาง (กทม.) โทร.0-2564-8000

         เตาอบยางแผ่นรมควันรุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานนี้ สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับสหกรณ์กองทุนสวนยาง ซึ่งมักประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูง โดยเฉพาะไม้ยางพาราที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตยางแผ่นรมควันราคาแพงและขาดแคลนให้ทุเลาลง เพราะมีการวิจัยพัฒนาโครงการสร้างต้นแบบเตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงานว่าประหยัด 

      

     ตัวอย่าง เตาอบยางแผ่นรุ่นประหยัด ได้ติดตั้งใช้งานนำร่องที่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองแดงสามัคคี จำกัด   อ.ทุ่งสง   จ.นครศรีธรรมราช

      เตาอบยางแผ่นรมควันแบบเดิม   ห้องเผาไหม้เล็ก    ประกอบกับพื้นที่ถ่ายเทความร้อน กับอากาศที่นำออกจากห้องอบยางแผ่นไม่สมดุลกัน    ความร้อนส่วนใหญ่จึงสูญเสียไปกับก๊าซที่ไหลออกจากปล่องควัน หรือทางประตูห้องรมยาง   ทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง นอกจากนี้ ยังพบปัญหายางแผ่นกว่าร้อยละ 20 เป็นยางด้อยคุณภาพ เนื่องจากลมร้อนในห้องรมยางไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ยางแผ่นไหม้ 

      แต่สำหรับเตาอบยางแผ่นรมควันรุ่นใหม่  สามารถควบคุมและถ่ายเทความร้อนจากเตา ผ่านบานเปิด-ปิดท่อส่งความร้อนระหว่างเตากับห้องรมยาง ความร้อนจึงสม่ำเสมอกว่า ทำให้ได้ยางแผ่นรมควันคุณภาพดีขึ้น สีสม่ำเสมอ อีกทั้งผลผลิตยางแผ่นรมควันยังเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ในปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้เท่าเดิม จึงช่วยลดต้นทุนการผลิต และแก้ปัญหาให้สหกรณ์กองทุนสวนยางอีกหลายด้าน   อาทิ   ความปลอดภัยในการใช้เตา เพราะมีระบบป้องกันเพลิงไหม้ ประหยัดเชื้อเพลิงได้มากถึงร้อยละ 35   อีกทั้งย่นระยะเวลาในการรมยางจากเดิม 5 วัน ให้เหลือเพียง 4 วัน   เมื่อมีเวลามากขึ้น   สหกรณ์กองทุนสวนยาง จึงเปิดรับสมาชิกเข้ามาใช้บริการได้มากยิ่งขึ้น

ในปี 2553 เตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงาน จะขยายผลในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้มาก   ชาวสวนยางและสหกรณ์กองทุนสวนยางจะมีรายได้เพิ่มขึ้น   และแน่นอนว่าคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยางย่อมดีขึ้นด้วย

        สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สกย.ในพื้นที่ได้เลยค่ะ

 

                     เชิญชม วีดีโอ เตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงาน

 

               

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 06 มิถุนายน 2011 เวลา 15:20 น.