ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การเพิ่มผลผลิตน้ำยางพารา การติดตั้งอุปกรณ์อัดฮอร์โมนเอทธิลีนแบบดับเบิ้ลเท็กซ์
การติดตั้งอุปกรณ์อัดฮอร์โมนเอทธิลีนแบบดับเบิ้ลเท็กซ์ PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - การเพิ่มผลผลิตยางพารา
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 10:44 น.

 

 
             ดับเบิ้ลเท็กซ์ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้กับต้นยางพาราเพื่อเพิ่มน้ำยางให้ได้มากกว่าปกติ 3 เท่า โดยใช้ระบบกรีดหน้ายางสั้น ซึ่งเปิดรอยกรีดเพียง 4 นิ้ว หรือ 1 ใน 6 ของลำต้น โดยให้กรีด 1 วันเว้น 2 วัน สามารถใช้กับต้นยางพาราตั้งแต่อายุ 7 ปีขึ้นไป และค่าเปอร์เซนต์ยางหรือ ค่า DRC ไม่แตกต่างจากเดิม เมื่อเติมฮอร์โมนทุก 10 วันเกษตรกร จะได้น้ำยางสม่ำเสมอทุกครั้งกรีด สามารถใช้วิธีการกรีดขึ้นหรือกรีดลงก้อได้ โดยการกรีดโดยระบบกรีดหน้ายางสั้น เป็นวิธียืดอายุการเก็บผลผลิตจากต้นยางได้ยาวนานขึ้น


ดับเบิ้ลเท็กซ์ คือ

 
- อุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่ม่ผลผลิตยางพารา โดยใช้ ฮอร์โมน เอทธิลีน
- เป็นเทคโนโลยีใหม่ ในการนำพาเอทธิลีน เข้าสู่ระบบท่ออาหารและท่อน้ำยางโดยตรง

ประโยชน์ของดับเบิ้ลเท็กซ์

 
- สามารถเพิ่มน้ำยางได้ 3-5 เท่า
- ไม่ทำให้ต้นยางโทรม หรือหน้ายางเสียหาย ( กรีด 1 วันเว้น 2 วัน )
- กรีดยางได้เร็วขึ้น ( กรีดไม่เกิน 4 นิ้ว )
- ติดตั้งง่าย ราคาถูก คุ้มค่าแก่การลงทุน
- ไม่มีผลต่อเนื้อไม้
- บาดแผลบนต้นยางน้อย และระยะเวลาฟื้นตัวของเปลือกยางเร็วมาก
- ยืดอายุในการกรีดให้สามารถกรีดยางได้นานกว่า 50 ปี

เอทธิลีน คืออะไร?

 
- เอทธิลีนเป็นฮอร์โมนพืชชนิดเดียวที่อยู่ในรูปก๊าซ และมีผลดีต่อการเจริญเติบโตของพืชอย่างมาก
- พืชสามารถสร้างเอทธิลีนขึ้นได้เกือบทุกส่วนของพืช นับตั้งแต่ส่วนของราก ลำต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ด พืชสามารถสร้างเอทธิลีนได้มากในช่วงที่ผลไม้ใกล้สุก ก่อนการหลุดร่วงของใบและก่อนการออกดอกของพืชบางชนิด

เอทธิลีน ช่วยเพิ่มน้ำยางได้อย่างไร?

 
แก๊สเอทธิลีนจะทำให้เม็ดยางในน้ำยางจับตัวช้าลง น้ำยาจึงสามารถไหลออกจากต้นยางได้นานกว่าปกติ เมื่อกรีดหรือเจาะเปลือก จึงเป็นการเพิ่มผลผลิตของน้ำยางอย่างหนึ่ง อีกทั้งถ้ามีการดำเนินการมาตั้งแต่เริ่มต้นเปิดกรีดใหม่ จะช่วยขยายอายุการกรีดยางได้มากกว่า 50 ปี


การเพิ่มเอทธิลีนให้กับต้นยาง ดีอย่างไร?

 
ระบบการเพิ่มฮอร์โมนเอทธิลีน คือการเพิ่มระดับฮอร์โมนที่ขาดหายไปในโครงสร้างต้นยางให้เกิดความสมดุลขึ้น ทำให้ระบบต่าง ๆ ของต้นยางสมบูรณ์ขึ้นส่งผลให้

- การทำงานของรากแข็งแรงขึ้น
- การลำเลียงอาหารสมบูรณ์ขั้น
- การสังเคราะห์แสงสมบูรณ์
- การผลิตน้ำยางปริมาณมากขึ้น
- การขยายตัวของท่อน้ำยางมากขึ้น
- ระบบภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ จะดีขึ้น

ระบบการกรีดยางเมื่อใช้ ดับเบิ้ลเท็กซ์

 

การกรีดยางหน้าสั้น 4 นิ้ว
การกรีดยางระบบใหม่ที่ได้พัฒนาจากการศึกษาระบบสรีระวิทยาของต้นยาง ซึ่งผ่านการทดลอง และนำมาปฎิบัติจริงทำให้ง่าย ต่อการจัดการ ได้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ต้นยางมีบาดแผลน้อยที่สุด

เป็นการกรีดยางโดยใช้พื้นที่ของเปลือกยางกกว้าง 4 นิ้ว ทำให้ประหยัดพื้นที่หน้ายาง และยืดอายุการใช้งานของต้นยางได้นานขึ้น โดยปกติเราจะกรีดเปลือกยางกว้าง 8 -12 นิ้ว ซื่งทำให้สูญเสียพื้นที่ของเปลือกยางโดยเปล่าประโยชน์ และอายุใช้งานของต้นยางสั้นลง

 

 
 

 

  หน้ากรีดเพิ่มมูลค่า รายได้จากการกรีดยางแบบปกติ
 

โดยปกติ เกษตรกรกรีดยางแบบครึ่งลำต้น ใช้ระบบ กรีด 2 วัน หยุด 1 วัน ใช้ระยะเวลา 3 ปี จึงจะหมดหน้ากรีด 1 ด้าน

แต่หากใช้เอทธิลีน จะกรีดยางเพียงแค่ 4 นิ้ว หรือ 1 ใน 3 ของครึ่งลำต้น และกรีด 1 วันเว้น 2 วัน กรีดเพียง 10 วัน/เดือน ดังนั้นจึงสามารถกรีดได้ถึง 18 ปี กว่า จะหมดหน้ากรีด 1 ด้าน
ท่านรู้หรือไม่ กรีดยาง 1 ครั้ง มีมูลค่าประมาณ 5 -6 บาท ต่อต้น โดยเฉลี่ยแล้วใน 1 ปี ชาวสวนยางจะทำการกรีดประมาณ 120-140 ครั้ง นั่นหมายความว่า ชาวสวนยางจะได้เงินจากการกรีดยาง ประมาณ 600 บาท/ต้น/ปี และเกษตรกรใช้เวลา 3 ปีกรีดหมด 1 ด้าน ดังนั้น เกษตรกรจะมีรายได้จากการกรีด 1 ด้าน ประมาณ 1,800 บาท แต่กรีดได้เพียง 20 ปี ก็ต้องโค่นทิ้ง ดังนั้น ต้นยางสามารถสร้ารายได้ให้เกษตรกรเพียง 12,000 บาท เท่านั้น
* คิดคำนวน จากราคายาง กิโลกรัมละ 80 บาท*
  รายได้จากการขาย เอทธิลีน
 

เมื่อใช้เอทธีลีน การกรีดยาง 1 ครั้ง มีมูลค่าประมาณ 20 บาท ต่อต้น ซึ่งใน 1 ปี จะกรีดเพียงแค่ 80-90 ครั้งเท่านั้น แต่เกษตรกรสามารถมีรายได้ถึง 1,800 บาท/ต้น/ปี และเกษตรกรสามารถประหยัดหน้ายางถึง 6 เท่าของการกรีดปกติ มีเวลาในการกรีดนานถึงประมาณ 18 ปี กว่าจะหมดหน้ากรีด 1 ด้าน แสดงว่ากรีดหมด 1 ด้านเกษตรกรจะมีรายได้ถึง 32,400 บาท ซึ่งมากกว่าการกรีดธรรมดาถึง 11 เท่า และหากกรีดจนโค่น จะใช้เวลาถึง 60 ปี สามารถสร้างรายได้มากถึง 108,000 บาท/ต้น จึงเปรียบได้ว่า ต้นยางมีค่าดั่งทองคำ
*คิดคำนวนจากราคายาง กิโลกรัมละ 80 บาท*


ข้อควรระวังในการใช้ เอทธิลีน
เอทธิลีน มีข้อดีต่อต้นยางมากมาย แต่การให้เอทธิลีนควรให้แต่พอเหมาะ เพราะหากมากเกินไป ต้นยางอาจชะงักการปล่อยน้ำยางได้ หรือปรับตัวให้เปลือกแข็งขึ้น และร้ายที่สุดอาจจะ เป็นโรคหน้ายางแห้งได้
“ดังนั้นควรปฎิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องปริมาณการใช้ และ การกรีดยาง การหยุดพักกรีด และควรใส่ปุ๋ยเคมี 70% -อินทรีย์ 30% อย่างน้อยปีละ 2-3 ครั้ง หรือหากมีปัญหาควรต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที”

 

ตารางแสดงผลการใช้ เอทธิลีน กับสวนยาง

รายละเอียด
แปลง
ทดลอง1
แปลง
ทดลอง2
แปลง
ทดลอง3
แปลง
ทดลอง4
จำนวนวันกรีด (วัน)
26
22
25
23
พันธุ์ยาง
(Pb 5/51)
600
600
600
จำนวนต้นยาง (ต้น)
556
455
512
454
ปริมาณน้ำยาง (กก.)
4,102
3,565
3,911
4,935
%DRC
34.60
33.62
32.22
31
ปริมาณน้ำยางที่ (กก.) / ครั้งกรีด
(หลังใช้อุปกรณ์ดับเบิ้ลเท็กซ์ และฮอร์โมนเอทธิลีน )
208
192
204
248


*  จากผลผลิตปกติที่ได้ เฉลี่ยต่อแปลงอยู่ที่ประมาณ  58-65 กก. ต่อการกรีด 1 ครั้ง สภาพของต้นยางที่ครบกำหนดโค่นมีอายุ 30 ปี

**  เนื่องจากต้นยางของแปลงทดลองเป็นต้นใกล้โค่น ความสมบูรณ์น้อยมาก  หากเป็นต้นยางที่สมบูรณ์ดี  เป็นไปได้สูงว่าสามารถเพิ่มผลผลิตได้มากกว่านี้

 
แผนภูมิการเพิ่มผลผลิตเมื่อใช้ เอทธิลีน


  ข้อควรปฏิบัติของการใช้ ดับเบิ้ลเท็กซ์
 วิธีเติมฮอร์โมนเอทธิลีน
 
1
กรีด 1 วัน หยุด 2 วัน และกรีดหน้าสั้น 4 นิ้ว
2. ใส่ปุ๋ยอย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง ครั้งละ 4 ขีด โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผสมกับปุ๋ยเคมี
ในอัตราส่วน 50:50
3. ภ้าใช้กับต้นยางอายุ 20 ปีขึ้นไป ให้กรีดขึ้นหน้าบน
4. ห้ามใช้ยาฆ่าหญ้าโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้รากฝอยที่หาอาหารตาย
5. ในฤดูฝนใช้คู่กับ ร่ม / เสื้อกันฝน เพื่อป้องกันโรคฝนราด และผลผลิตลดลง
อัดฮอร์โมน
วันกรีด
หยุดกรีด
วันที่ 1
วันที่ 3
วันที่ 4-5
6
7-8
9
10-11
วันที่ 10
12
13-14
15
16-17
18
19-20
วันที่ 19
21
22-23
24
25-26
27
28-29
วันที่ 28
30
31-1
 
ดับเบิ้ลเท็กซ์
อุปกรณ์แบบฝาครอบ
   ติดตั้งง่าย ไม่ต้องใช้กาว ไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ชำนาญเฉพาะทาง     ติดตั้งยุ่งยาก ต้องใช้กาว จำเป็นต้องมีความชำนาญเฉพาะทาง
   ติดตั้งได้แม้ขณะฝนตก     ฝนตกติดตั้งไม่ได้ และต้องรอให้หน้าแห้งก่อนติดตั้ง
   ไม่มีปัญหาเรื่องการรั่วซึมของแก๊ส     เกิดการรั่วซึมของแก๊สได้ง่าย
   อุปกรณ์มีความทนทาน อายุการใช้งาน ประมาณ 2 ปี     อุปกรณ์ไม่มีความคงทน ต้องเปลี่ยนใหม่ทุกปี ทำให้สิ้นเปลือง
   อุปกรณ์มีราคาถูกกว่า     อุปกรณ์มีราคาแพง
   ไม่มีปัญหาเรื่องไอน้ำขัง     มักมีปัญหาเรื่องไอน้ำขัง
 

ข้อดีของอุปกรณ์แบบ ดับเบิ้ลเท็กซ์

กินพื้นที่ในการติดตั้งน้อย เพียงไม่เกิน 1 ตารางเซนติเมตร

หลังจากถอดอุปกรณ์เพื่อย้ายตำแหน่งไม่ทำให้หน้ากรีดดำ

ในฤดูฝนเกษตรกรจะประสบปัญหาเรื่องการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ลดต่ำลงมาก เพราะไม่สามารถกรีดยางได้ หากฝนตก แม้รอให้ฝนหยุดตกแล้ว ก็ยังไม่สามารถกรีดยางได้ทันที เนื่องจากหน้ากรีดเปียกชื้น หากกรีดยางขณะที่หน้ากรีดเปียกชื้น อาจทำให้เกิดปัญหาหน้ายางเน่า และ เชื้อรา ซึ่งจะทำให้หน้ายางเสียหายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใช้อุปกรณ์เพิ่มผลผลิตยางพารา ซึ่งน้ำยางจะไหลต่อเนื่องยาวนานกว่า 8-10 ชั่วโมง ซึ่งหากมีฝนตกลงมาขณะที่น้ำยางยังไหลอยู่ ผลผลิตก็อาจจะเสียหายได้ และยังทำให้หน้ายางเสียหาย เกิดเชื้อราได้

ที่มา : /www.thaiavl.com


 
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 11:52 น.