ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การเพิ่มผลผลิตน้ำยางพารา ข้อจำกัดของการเพิ่มผลผลิตน้ำยางโดยใช้ฮอร์โมนเอทธิลีน
ข้อจำกัดของการเพิ่มผลผลิตน้ำยางโดยใช้ฮอร์โมนเอทธิลีน PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - การเพิ่มผลผลิตยางพารา
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 10:24 น.

ข้อจำกัดของการเพิ่มผลผลิตน้ำยางโดยใช้ฮอร์โมนเอทธิลีน

    แม้ว่าการใช้แก๊สหรือฮอร์โมนเอทธิลีนจะสามารถเพิ่มผลผลิตน้ำยางได้มากอย่างน่าอัศจรรย์ แต่การใช้ฮอร์โมนเอทธิลีนก็มีข้อจำกัดหรือข้อด้อยด้วยเช่นกัน เช่น เหมาะสำหรับสวนยางที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป(หากเป็นพันธุ์ RRIM 600 สามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป และต้องเป็นต้นยางที่มีขนาดลำต้นใหญ่หรือมีเส้นรอบลำต้นตั้งแต่ 60 ซม.ขึ้นไปและสภาพสวนยางต้องสมบูรณ์ (ต้นเล็กน้ำยางไม่เพิ่มขึ้น)

     ข้อควรระวัง 1  สวนยางพาราที่จะใช้ฮอร์โมนเอทธิลีน จะต้องอยู่ในเขตที่มีความชื้นสูงเพียงพอ คือภาคใต้หรือภาคตะวันออก หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณที่ติดต่อกับเขตป่าดิบชื้นของเขมร ส่วนในเขตแห้งแล้ง ไม่เหมาะสมที่จะใช้ฮอร์โมนนี้

อุปกรณ์การให้แก๊สเอทธิลีนควรเป็นแบบที่ติดตั้งง่ายปละประหยัด  ข้อควรระวัง 2  ก็ควรเลือกแบบที่ติดตั้งได้ง่าย และพึ่งตนเองให้มากที่สุด อุปกรณ์ที่ติดควรมีอายุนานพอสมควร และในกรณีที่มีการรั่วของฮอร์โมน เราก็ควรทำการซ่อมแซมเองได้(ในสภาพความเป็นจริง หลังจากติดตั้งอุปกรณ์ให้ฮอร์โมนเอทธิลีนไปแล้ว ประมาณ 2-4 เดือน จะพบว่ามีการรั่วของฮอร์โมนมากพอสมควรซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องทำการซ่อมแซมตามรูปแบบของแต่ละอุปกรณ์ให้ฮอร์โมน

ข้อควรระวัง 3 การกรีดยางต้องกรีด 1 วันและหยุด 2 วัน หากกรีดบ่อยกว่านี้เช่น วันเว้นวัน ซึ่งถือว่าเป็นการกรีดที่หักโหมมากเกินไปสำหรับต้นยางที่อัดฮอร์โมน ก็อาจส่งผลให้น้ำยางที่ได้มีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งที่ต่ำมาก และในระยะต่อมาก็อาจส่งผลให้ต้นยางมีอาการเปลือกแห้งได้เช่นกัน

ข้อควรระวัง 4 หากไม่แน่ใจว่าจะปลอดฝนตลอดทั้งคืนหรือไม่ ก็ให้เก็บน้ำยาง 1 ครั้ง ก่อนเที่ยงคืนหรือก่อนฝนจะตก เก็บรักษาน้ำยางไว้ด้วยสารละลายแอมโมเนีย

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 10:27 น.