ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

ปุ๋ยยางพารา การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพสำหรับยางพาราเพื่อใช้เอง
การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพสำหรับยางพาราเพื่อใช้เอง PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - ปุ๋ยยางพารา
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม 2011 เวลา 15:33 น.

การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพสำหรับยางพาราเพื่อใช้เอง

     การผลิตปุ๋ยอินทรีย์หรืออินทรีย์ชีวภาพเองหรือตั้งเป็นกลุ่มชาวสวนยางเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ จะทำได้ได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพและราคาถูก(อาจจะเหลือเพียงกิโลกรัมละ 1-4 บาท เท่านั้น ปุ๋ยอินทรีย์หรืออินทรีย์ชีวภาพอาจมีหลายสูตรขึ้นอยู่กับวัสดุที่จะหาได้ในท้องถิ่นและวัตถุประสงค์หรือความต้องการของผู้ผลิต แต่หากต้องการจำหน่ายด้วย นอกจากจะมีอินทรีย์วัตถุตามกำหนดแล้ว ก็ควรจะได้สูตร N-P-K ตามที่กรมวิชาการกำหนดไว้เป็นมาตรฐาน คือ 1-0.5-0.5 ด้วย ในที่นี้จึงใคร่แนะนำวัสดุและวิธีผลิตปุ๋ยอินทรีย์หรืออินทรีย์ชีวภาพสำหรับสวนยางพารา สัก 2 สูตร โดยสูตรแรกจะเป็นสูตรที่มีธาตุอาหารค่อนข้างครบครัน(อาจทำเป็นแบบไม่อัดเม็ด หรืออัดเม็ดก็ได้)กว่าสูตรที่ 2

วัสดุที่ใช้ทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพพร้อมคุณสมบัติและประโยชน์ 

  1. มูลไก่แห้ง ให้ธาตุอาหารหลักทั้ง 3 คือ ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส และโพแทสเซี่ยม (ต้องเป็นมูลไก่ที่ไม่มีโซดาไฟ)
  2. ฮิวมัส คือ ซากพืชและซากสัตว์ที่ตายทับถมกันจนเน่าเปื่อยและสลายกลายเป็นอินทรีย์วัตถุที่มีสีคล้ำ-ดำ ฮิวมัสอาจจะทำมาจากการหมักของซากพืชเพียงอย่างเดียวก็ได้ เช่น หมักจากกากอ้อยหรือปาล์ม ฮิวมัสจะให้อินทรีย์วัตถุ, ธาตุอาหารหลัก, ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุ
  3. ปุ๋ยหินฟอสเฟต จะให้ธาตุฟอสฟอรัส
  4. โดโลไมต์ จะให้ธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียมเป็นหลัก ซึ่งใช้ปรับปรุงดินในระดับตื้น ๆ เรามักนิยมใช้โดโลไมต์เพื่อปรับปรุงดินที่เป็นกรดให้คืนสภาพได้ในเวลาที่รวดเร็ว
  5. ยิปซั่ม เป็นสารปรับปรุงดินใช้ปรับปรุงดินในระดับลึกลงไป และให้ธาตุอาหารที่สำคัญ คือแคลเซียม, กำมะถัน และแมกนีเซียม แหล่งของยิปซั่มมาจากธรรมชาติใต้ดิน หรืออาจทำมาจากส่วนที่เหลือจาการทำปุ๋ยหินฟอสเฟต
  6. แร่ธรรมชาติเพอร์ไลต์หรือภูไมต์ เป็นแร่ธรรมชาติที่เกิดจากภูเขาไฟเกรด A ในเมืองไทย มีองค์ประกอบหลักเป็นซิลิกาไดออกไซด์ (SiO2) เมื่อใส่ลงไปในดิน จะละลายและปลดปล่อยซิลิกาออกมาในรูปของกรดซิลิสิก ทำให้พืชสามารถนำไปใช้ได้ เนื่องจากภูไมต์จะละลายอย่างช้า ๆ จึงทำให้ดินร่วนซุย และอุ้มน้ำได้ดีมาก (ซิลิกาจะเข้าไปอยู่ในเซลล์พืช และช่วยให้พืชมีลำต้นแข็งแรง)
  7. แกลบเผาหรือเถ้าปาล์ม เป็นเสมือนบ้านหลังใหม่ของจุลินทรีย์ที่ย้ายมาจากน้ำหมักชีวภาพ อีกทั้งแกลบยังให้ธาตุอาหารโพแทสเซี่ยม และคาร์บอน
  8. รำละเอียด เป็นอาหารของจุลินทรีย์ ช่วยให้จุลินทรีย์มีชีวิตอยู่ได้
  9. น้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพ แหล่งของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อพืช

มูลไก่แห้ง วัสดุทำปุ๋ยอินทรีย์(ชีวภาพ) ฮิวมัส ปุ๋ยหินฟอสเฟต
โดโลไมต์ ยิปซั่ม ภูไมต์
เถ้าปาล์ม รำละเอียด น้ำหม้กชีวภาพ

หมายเหตุ:

  • กรณีไม่สามารถหาฮิวมัสได้ สามารถใช้ ดินท้องร่อง, ดินท้องคลอง, ดินเลนนากุ้ง, หน้าดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ หรือ ปุ๋ยหมักที่ใช้สูตร พ.ด.1  ทดแทน ได้เช่นกัน
  • วัสดุหรือส่วนผสมนี้ ชาวสวนยางพารา(ที่มีความรู้เรื่องการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อยู่บ้าง) บอกว่า"อัดแน่นด้วยคุณภาพ" จริง ๆ

คุณสมบัติปุ๋ยอินทรีย์ที่ดี (กรมวิชาการเกษตร-พ.ศ.2548) 

  1. ปริมาณธาตุอาหารหลักของพืชไนโตรเจน(N) ฟอสฟอรัส(P2O5) และโพแทสเซียม(K2O) ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 1.0-0.5-0.5 โดยน้ำหนัก ตามลำดับ
  2. ความชื้น ต้องไม่เกินร้อยละ 20 โดยน้ำหนัก
  3. อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน (C/N) ต้องไม่เกิน 20 : 1
  4. ปริมาณอินทรียวัตถุไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 โดยน้ำหนัก (อาจจะกำหนดใหม่เป็นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ในเร็ว ๆ นี้)
  5. ต้องมีขนาดผ่านตะแกรงร่อนช่องสี่เหลี่ยมขนาด 12.513 × 12.5 มิลลิเมตร ได้หมด
  6. ต้องไม่เจือปนด้วยวัตถุปุ๋ยเคมีใด ๆ
  7. ระดับค่าการนำไฟฟ้า (Electrical Conductivity) ต้องไม่เกิน 6 เดซิเมน/เมตร (dS/m)
  8. ระดับความเป็นกรด-ด่าง (pH) ต้องอยู่ใน ช่วง 5.5-8.5
  9. เศษวัสดุอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการ เช่น หิน กรวด ทราย เศษพลาสติก ฯลฯ ต้องไม่เกินร้อยละ 10 โดยน้ำหนัก
  10. ต้องไม่มีวัสดุอันตรายต่อผู้ใช้ เจือปน เช่น เศษแก้ว วัสดุแหลมคม และโลหะอื่นๆ
  11. ต้องปลอดภัยจากธาตุโลหะหนักและสารพิษที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์, สัตว์และสิ่งแวดล้อม
  12. ต้องปลอดภัยจากจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ

สูตรที่ 1 (ไม่อัดเม็ด)

วิธีหรือขั้นตอนการผลิต

  1. ทำการเตรียมน้ำหมักชีวภาพไว้ก่อน โดยหมักไว้ประมาณ 3 เดือน
  2. นำมูลไก่แห้งมาบดด้วยเครื่องบดหรือจะไม่บดก็ได้เช่นกัน
  3. ชั่งวัสดุทั้งหมด คือ มูลไก่, แกลบดำ, ภูไมต์, รำละเอียด, ฟอสเฟต, โดโลไมท์, ฮิวมัส และยิปซั่ม ให้ได้น้ำหนักตามที่ต้องการ
  4. นำวัสดุทั้งหมดใส่ลงในเครื่องผสม(อาจใช้โม่ปูนแทนชั่วคราว) เดินเครื่องผสมเพื่อทำการผสม เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว (ในขณะที่เครื่องกำลังหมุนอยู่)ใช้เครื่องพ่นหรือบัวรดน้ำต้นไม้ก็ได้ ราดน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพ สังเกตุดูจนได้ปุ๋ยที่มีความชื้นพอเหมาะ จากนั้นก็ถ่ายออกจากเครื่องผสม
  5. นำปุ๋ยใส่กระสอบ โดยชั่งให้ได้น้ำหนัก 50 กิโลกรัม(หรือ 25 กิโลกรัม ตามต้องการ)  และตั้งทิ้งไว้ในอาคารหรือที่ร่ม(ยังไม่ควรมัดปากกระสอบ)จนปุ๋ยเย็นตัวลง
  6. มัดหรือเย็บปากกระสอบ เราก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพชนิดไม่อัดเม็ดพร้อมสำหรับการใช้งาน หรือจำหน่าย ต่อไป

  สูตรการผสมปุ๋ยอินทรีย์(ชีวภาพ) จำนวน 200 ก.ก. 

 เมื่อผสมแล้วจะได้มาตรฐานปริมาณธาตุอาหาร 1.0-0.5-0.5 หรือใก้ลเคียง ดังนั้น จึงควรตรวจสอบปริมาณธาตุอาหารเมื่อจำเป็นต้องใช้ข้อมูลอ้างอิง

วัสดุ

น้ำหนัก(ก.ก.)

ราคา(บาท) เป็นเงิน(บาท)
มูลไก่ 65 2.50 162.50
ฮิวมัส 60 3.50 210.00
ปุ๋ยหินฟอสเฟต 30 2.60 78.00
ยิปซั่ม 10 3.00 30.00
ภูไมต์ 10 4.50 45.00
รำละเอียด 10 10.80 108.00
แกลบเผา 10 4.50 45.00
โดโลไมต์ 5 2.50 12.50

รวม

200 - 691.00

นั่นคือ ต้นทุน: 
           691.00 บาทต่อปุ๋ย 4 กระสอบ(กระสอบละ 50 กิโลกรัม) หรือ
172.75 บาทต่อปุ๋ย 1 กระสอบ หรือ 3.46 บาทต่อกิโลกรัม

     ต้นทุนการผลิตจะถูกลงกว่านี้อีกมากหากว่าเราสามารถหาวัสดุได้เองในท้องถิ่นบ้านเรา สูตรนี้จะทำให้ได้ธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรองเช่น แคลเซี่ยม, แมกนิเซียม และซัลเฟอร์ เข้ามาด้วยเนื่องจากใช้วัสดุ โดโลไมต์ และยิปซั่ม ในการผสม

     ขั้นตอนการผลิตและสูตรส่วนผสมเหล่านี้ ได้มาจากเพื่อนผู้ซึ่งยังไม่ประสงค์ออกนาม ซึ่งขณะนี้เพื่อนท่านนี้ เป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่มเษตรกรชาวสวนยางเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพชนิดอัดเม็ดเพื่อจำหน่ายกับสมาชิก(ราคาถูก) และจำหน่ายบุคคลทั่วไป(ราคาปกติ) ตอนนี้ทราบว่าขายดีมากๆ แถมผลิตไม่ทันกับความต้องการที่มาแรงมาก  

สูตรที่ 1 (อัดเม็ด)

วิธีหรือขั้นตอนการผลิต

  1. ทำการเตรียมน้ำหมักชีวภาพไว้ก่อน โดยหมักไว้ประมาณ 3 เดือน
  2. นำมูลไก่แห้งมาบดด้วยเครื่องบด
  3. นำแกลบดำมาบดด้วยเครื่องบด เช่นกัน
  4. ชั่งวัสดุทั้งหมด คือ มูลไก่, แกลบดำ, ภูไมต์, รำละเอียด, ฟอสเฟต, โดโลไมท์, ฮิวมัส และยิปซั่ม ให้ได้น้ำหนักตามที่ต้องการ
  5. นำวัสดุทั้งหมดใส่ลงในเครื่องผสม เดินเครื่องผสมเพื่อทำการผสมให้เข้ากัน แล้วนำออกจากเครื่องผสม
  6. นำปุ๋ยอินทรีย์ที่ผสมแล้วมาทำการปั้นเม็ดโดยใช้เครื่องจานปั้นเม็ด พร้อมทั้งเพิ่มจุลินทรีย์ชีวภาพลงไปในขณะที่กำลังปั้น โดยจะต้องฉีดน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพเข้าผสม เพื่อให้เนื้อปุ๋ยเข้ากันและอัดกันเป็นเม็ดปุ๋ย
  7. เมื่อปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพอัดกันเป็นเม็ดแล้ว ให้ตักออกจานเครื่องจานปั้นเม็ด แล้วนำปุ๋ยไปตากให้แห้งในที่ร่มหรือโรงตากโดยใช้พัดลมในการเป่า (ตากประมาณ 5 วัน)
  8. นำปุ๋ยใส่กระสอบ โดยชั่งให้ได้น้ำหนัก 50 กิโลกรัม(หรือ 25 กิโลกรัม ตามต้องการ)  เย็บปากกระสอบ
  9. เราก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพชนิดเม็ดพร้อมสำหรับการใช้งาน หรือจำหน่าย ต่อไป

 

เครื่องบด เครื่องผสมครั้งละ 200 ก.ก. เครื่องจานปั้นเม็ดพร้อมหัวฉีดน้ำหมักชีวภาพ
ตากในที่ร่มประมาณ 5 วัน บริษัทชลบุรีเมืองทอง จำกัด ผู้ผลิตเครื่องบด,เครื่องผสม,เครื่องจานปั้นเม็ด

การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ สูตรที่ 2

   การผลิตปุ๋ยอินทรีย์หรืออินทรีย์ชีวภาพสูตรที่ 2 ถือว่าเป็นสูตรที่ง่ายกว่าสูตรที่ 1 แต่คุณสมบัติก็คงลดหลั่นลงมาบ้างตามปริมาณวัสดุที่ใช้ในการผลิต ผมขอบอกเล่าขั้นตอนการผลิตจริง ๆ ของกลุ่มชาวสวนยางพาราในจังหวัดสงขลากลุ่มหนึ่ง ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกอยู่ 20 คน (จริง ๆ แล้วมีผู้ต้องการสมัครเข้าเป็นสมาชิกเพิ่มอีกเพราะเห็นผลที่มีต่อต้นยางพาราแล้วจริง แต่ทางกลุ่มไม่ประสงค์จะรับสมาชิกเป็นจำนวนมาก)

วิธีหรือขั้นตอนการผลิต

  1. ประธานกลุ่มและสมาชิกกลุ่มจะนัดผสมปุ๋ยกันสัปดาห์ละครั้ง คือทุก ๆ วันศุกร์ ในเวลา 14.30 น.หลังจากประกอบพิธีทางศาสนาเสร็จแล้ว(กลุ่มนี้เป็นพี่น้องเกษตรกรชาวไทยอิสลาม)
  2. ทำการเตรียมน้ำหมักชีวภาพไว้ก่อน ในที่นี้ประธานกลุ่มบอกว่าชอบที่จะใช้พวกเศษอาหารของเหลือ ๆ จากงานเลี้ยงในหมู่บ้านมาหมักไว้ 3 ถัง หมักประมาณ 3 เดือน
  3. เริ่มการผลิตโดยนำส่วนผสมคือ มูลวัว 3 กระสอบ, แกลบเผา 1 กระสอบ, แกลบดิบ 1 กระสอบ, ขี้กบ 1 กระสอบ, เถ้าปาล์ม 2 กระสอบ มากองรวมด้วยกัน โดยเทส่วนผสมที่มีจำนวนมากที่สุดลงก่อน
  4. สมาชิกจำนวน 4 คนยืนหันหน้าเข้าหากันรอบกองปุ๋ย ทำการผสมรอบแรกพร้อมโกยส่วนผสมไปด้านนึ่งของพื้นที่ สมาชิกอีก 4 คนผสมต่อพร้อมโกยปุ๋ยไปหาสมาชิกอีก 4 คนในตำแหน่งถัดไป สมาชิกชุดที่ 4 จะเป็นชุดที่ราดน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพ โดยมีส่วนผสมดังนี้ น้ำ 2 ลิตร, กากน้ำตาล 2 ลิตร, พ.ด.1 จำนวน 1 ซอง และน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพที่ผสม พ.ด.2 จำนวน 1 ลิตร  พร้อมกวนหรือผสมจนมีความชื้นพอเหมาะ
  5. ตั้งกองทิ้งไว้ในที่ร่มมีหลังคา ประมาณ 15 วัน ซึ่งระดับความร้อนในปุ๋ยจะค่อย ๆ เย็นลงและสุดท้ายจะเห็นต้นกล้าเล็ก ๆ งอกขึ้นมาจากกองปุ๋ย
  6. ตักปุ่๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพใส่กระสอบ ชั่งหรือไม่ชั่งนำหนัก ก็ได้ตามต้องการ เพื่อนำไปใช้ต่อไป (บางคนอาจนำไปผสมวัสดุอื่น ๆ เช่น ปุ๋ย DAP เพิ่มเติมตามความต้องการเพื่อทำให้เป็นปุ๋ยที่เหมาะกับชนิดพืชที่ปลูก)

 

ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

 

ต้นทุนสำหรับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์(ชีวภาพ)ของกลุ่มฯ นี้ เพียง 1 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งนับว่าต่ำมาก ประธานกลุ่มบอกว่า เวลาใส่ก็สามารถใส่ได้มากถึง 7 กิโลกรัม/ต้น ทำให้ใบยางดกและสีเขียวเข้ม ซึ่งนั่นคือความสมบูรณ์ของต้นยางพาราที่ย่อมส่งผลต่อผลผลิตน้ำยางตามมา นั่นเอง

หมายเหตุ: .ในปัจจุบัน (มิ.ย.2553) ทางกลุ่มได้เปลี่ยนแปลงส่วนผสมเล็กน้อย เป็น มูลวัว 3 กระสอบ, ผงถ่าน 0.5 กระสอบ, แกลบดิบ 1 กระสอบ, ขี้กบผสมขีี้เลื่อย 1 กระสอบ, กากปาล์ม 2 ก.ก.และขี้ค้างคาว 0.25 กระสอบ

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม 2011 เวลา 16:10 น.