ระบบจัดการความรู้ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง

ป้ายโฆษณา
สกย.จ.ระนอง การทำอุปกรณ์กันฝนต้นยาง
การทำอุปกรณ์กันฝนต้นยาง PDF พิมพ์
KM สำนักงานจังหวัดและส่วนงาน - สกย.จ.ระนอง
เขียนโดย Administrator   
วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน 2011 เวลา 04:09 น.

การทำอุปกรณ์กันฝนต้นยาง

จังหวัดระนองเมืองแห่ง “ฝนแปด แดดสี่” ซึ่งเป็นจังหวัดที่ฝนตกชุกมากที่สุดในประเทศไทย เพราะตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลตะวันตกของประเทศไทยได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาจึงมีฝนตกชุกหนาแน่นกว่าจังหวัดอื่น ๆ และตกเกือบตลอดปี ส่งผลกระทบต่ออาชีพการทำสวนยางอย่างมากเพราะมีวันกรีดยางน้อยทำให้ขาดรายได้ หากมีวิธีการที่สามารถเพิ่มวันกรีดยางในหน้าฝนได้ก็จะทำให้ชาวสวนยางมีรายได้มากขึ้น

การเพิ่มวันกรีดยางที่ชาวสวนยางสามารถทำได้ คือ อุปกรณ์กันฝนให้กับต้นยาง ตัวอย่าง เช่น “การทำหมวกยาง” ภูมิปัญญาของนายวินัย ทองพร้อม เกษตรกรชาวสวนยางบ้านไร่ใน ตำบลนาคา อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ซึ่งต้องการเอาชนะธรรมชาติ เพื่อกรีดยางได้ในหน้าฝน สามารถเพิ่มวันกรีดยางจาก 110 วันต่อปี เป็น 170 วันต่อปีทำให้ได้ผลผลิตยางเพิ่มขึ้น เกษตรกรรายนี้เป็นผู้คิดค้นทำหมวกยางเจ้าแรกของเมืองไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2534 จนประสบความสำเร็จในที่สุดและได้ปฏิบัติติดต่อกันมาเป็นเวลา 20 ปี ซึ่งนานพอจะเป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันได้ว่าเป็นวิธีที่ดี คุ้มค่า นับเป็นประโยชน์กับผู้มีอาชีพการทำสวนยางอย่างยิ่ง ปัจจุบันได้พัฒนาหมวกยางให้ดีและสะดวกยิ่งขึ้น มีต้นทุนการทำต่ำเพียง 15 บาทต่อต้น และยังคิดค้นอุปกรณ์กันฝนต้นยางรูปแบบอื่นๆ คือ กระโปรงกันฝนต้นยาง ที่สามารถใช้งานได้แตกต่างจากหมวกยาง

ต่อมาได้มีเกษตรกรชาวสวนยางหลายคนคิดค้นและดัดแปลงวิธีการทำอุปกรณ์กันฝนต้นยางหลายรูปแบบ

เพื่อให้สามารถกรีดยางได้ในช่วงฤดูฝน

วัตถุประสงค์ เกษตรกรสามารถกรีดยางในหน้าฝนได้และมีรายได้เพิ่มขึ้น

  

หมวกยางของนายวินัย ทองพร้อม

วัสดุอุปกรณ์

1. ลวดเบอร์ 12 ยาว 175 เซนติเมตร

2. ลวดเบอร์ 12 ยาว 75 เซนติเมตร

3. ลวดเส้นเล็กยาว 15 เซนติเมตร

4. ตัวเย็บกระดาษและลวดเย็บกระดาษ เบอร์ 10

5. พลาสติกบางขนาด 65x40 เซนติเมตร

6. พลาสติกหนาขนาด 50x20 เซนติเมตร

7. ชันยางป่น หรือกาวซิลิโคน

8. ปูนซีเมนต์ หรือกาวซิลิโคน

9. น้ำมันก๊าด หรือกาวซิลิโคน

หมายเหตุ

1. ปีที่ 1 ต้นทุนการผลิตหมวกยางพาราอยู่ที่ 15 บาท/ต้น

2. ปีที่ 2 ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 3 บาท/ต้น (ค่ากาว)

3. ปีที่ 3 พลาสติก กาว อยู่ที่ 7 บาท/ต้น

4. เกษตรกรสามารถทำหมวกคลุมยางพาราได้เฉลี่ยประมาณ 100 ต้น/คน/วัน

วิธีการทำ

1. ตัดลวดเบอร์ 12 ยาว 175 เซนติเมตร นำมาดัดให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 25 เซนติเมตร

ยาว 50 เซนติเมตร ดัดปลายลวดสำหรับเป็นขายึดติดกับต้นยางข้างละ 3 นิ้ว     

    

2. ตัดลวดเบอร์ 12 ยาว 75 เซนติเมตร พับครึ่งเป็นรูปตัว v เพื่อนำมาติดกับโครงสร้างหมวกตามข้อ 1 

3. นำพลาสติกบางขนาด 65x40 เซนติเมตรมายึดติดกับโครงที่ประกอบแล้วตามข้อ 2 เย็บด้วยลวดเย็บกระดาษ เบอร์ 10

4. ตัดพลาสติกหนาขนาด 50x20 เซนติเมตร ใช้ลวดเย็บกระดาษ เย็บจีบประโปรงยาวตามขนาดของต้นยาง ที่ทำการติดหมวกคลุมหน้ายาง 

5. นำชันป่น 3 ส่วน ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน ใส่ภาชนะผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใช้น้ำมันก๊าดผสมพอสมควรเพื่อช่วยให้ส่วนผสมเข้ากันดี และกวนจนมีลักษณะเหนียวคล้ายกาว (หรือใช้กาวซิลิโคน)

6. ใช้มีดขูดเปลือกชั้นนอกของต้นยาง, ตะไคร่น้ำ บริเวณเหนือหน้ากรีดห่างประมาณ 10 เซนติเมตร

7. ติดหมวกคลุมหน้ายางและนำพลาสติกหนาที่จับจีบเรียบร้อยแล้วมาติดรอบต้นยางตรงรอบขูดเปลือก โดยใช้ยางในรถจักรยานยนต์ตัดเป็นริ้ว รัดรอบพลาสติกให้แน่นติดกับต้นยาง และให้รอยผ่าพลาสติกอยู่ด้านหลังหน้ายาง

 

 

8. เอาวัสดุที่ผสมแล้วไปพอกบริเวณแนวขอบกระโปรงและต้นยางโดยรอบ วัสดุที่พอกจะแข็งตัวภายใน 15 นาที (หรือใช้ปืนยิงกาวซิลิโคนทากาวโดยรอบต้นยาง)

 

 

 

9. .ให้ตรวจสอบเวลาฝนตก หากมีรอยรั่วซึมให้ใช้ฟลิ้นท์โค้ททาทับรอยพอกซ้ำอีกครั้งหนึ่งจะได้หมวกยาง ซึ่ง

สามารถกรีดยางในวันที่ฝนตกได้เป็นอย่างดี

10. เวลากรีดยาง จะต้องเปิดหมวกพับขึ้นข้างบนให้สามารถกรีดยางได้สะดวกหลังกรีดยางแล้วให้ดึงหมวกลงมาปิดหน้ายางเพื่อกันฝนเปียกหน้ายาง และไหลลงในถ้วยน้ำยาง เมื่อเก็บน้ำยางเสร็จแล้ว ให้เปิดหมวกพับขึ้นข้างบนเพื่อให้หน้ายางแห้งไม่อับชื้น

    

 

 

ตัวอย่างการทำอุปกรณ์กันฝนต้นยาง

1. การทำร่มต้นยาง

วัสดุอุปกรณ์

1. ลวดเบอร์ 12 5.พลาสติกดำชนิดบาง

2. ลวดเบอร์ 17 6.มีดขูดเปลือกต้นยาง

3. กาวซิลิโคน 7.ยางในรถจักรยานยนต์

4. ตัวเย็บกระดาษและลวดเย็บกระดาษ เบอร์ 10

วิธีการทำ

1. ตัดลวดเบอร์ 17 ยาว 1 เมตร นำมาขดเป็นโครงด้านบนของร่ม โดยขดเป็นวงกลมเล็กๆ จำนวน8 วง แต่ละวงห่างกันประมาณ 2 นิ้ว

2. ตัดลวดเบอร์ 17 ยาว 30 เซนติเมตร จำนวน 8 เส้น ทำเป็นก้านร่มนำไปประกอบกับวงกลมของโครง ตามข้อ 1

3. ตัดลวดเบอร์ 12 ยาว 2.40 เมตร ทำเป็นขอบด้านล่างของร่ม นำมาประกอบเข้ากับก้านร่ม

 

4. ตัดพลาสติกดำขนาด 1x1 เมตร พับครึ่งและตัดมุมที่พับตามขนาดของต้นยาง เมื่อคลี่ออกจะเป็นรูปวงกลม และตัดให้แยกออกถึงขอบพลาสติก เพื่อให้ครอบรอบต้นยางได้ ดังรูป

 

5. ใช้มีดขูดเปลือกชั้นนอกของต้นยาง, ตะไคร่น้ำ บริเวณเหนือหน้ากรีดห่างประมาณ 10 เซนติเมตร

 

 

6. นำโครงร่มที่ประกอบแล้วมามัดติดกับต้นยางใต้รอยขูด ดังรูป

 

 

7. ทากาวซิลิโคนรอบรอยขูด นำพลาสติกดำมาหุ้มโครงร่ม โดยใช้ยางในรถจักรยานยนต์มัดทับพลาสติกดำให้ติดกับกาวที่ทาไว้ ทากาวทับด้านบนรอยมัดไม่ให้มีรอยรั่ว

8. พับพลาสติกดำและใช้ลวดเย็บกระดาษเย็บให้ติดกับโครงร่ม ดังรูป

 

 

ข้อมูลเกษตรกรที่ทำร่มกันฝนต้นยาง

นายปรีชา ชูกระจาง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 3 ตำบลนาคา อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง

สวนยางตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 7 ตำบลนาคา อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง มีเนื้อที่สวนยางกรีดทั้งหมด 50 ไร่ เนื้อที่สวน

ยางที่ทำร่มกันฝนต้นยาง 30 ไร่ อายุ 10 ปี จำนวน 2,000 ต้น สภาพสวนเป็นที่ราบ แบ่งหน้ากรีด 3 ส่วน ระบบ

กรีด 2 วัน เว้น 1 สามารถเพิ่มวันกรีดได้จากเดิมกรีดได้ประมาณ 130 วันต่อปี เป็น 200 วันต่อปี มีรายได้เพิ่มขึ้น

มากกว่าร้อยละ 50 เริ่มทำเสื้อกันฝนเมื่อ พฤษภาคม 2552 อายุการใช้งาน 4 ปี (เปลี่ยนเฉพาะพลาสติก) ช่วงเวลาที่ทำ ต้นฤดูฝน ต้นทุนการผลิต 25 บาท/ต้น (ไม่รวมค่าแรง)

 

 

2. กระโปรงกันฝนต้นยางแบบที่หนึ่ง

วัสดุอุปกรณ์

1. ลวด เบอร์ 12 6.ตัวเย็บกระดาษและลวดเย็บกระดาษ เบอร์ 10

2. พลาสติกใส 7.ยางในรถจักรยานยนต์

3. ขี้ขันป่น

4. ปูนซีเมนต์

5. น้ำมันก๊าด

วิธีการทำ

1. ตัดลวดเบอร์ 12 ยาว 1.5 เมตร ทำเป็นโครงด้านล่างของกระโปรง

2. ตัดพลาสติกใสกว้าง 120x120 เซนติเมตร ตัดตรงกลางเป็นรูปวงกลมให้พอดีกับขนาดของต้น

ยางดังรูป

3. ใช้มีดขูดเปลือกชั้นนอกของต้นยาง, ตะไคร่น้ำ บริเวณเหนือหน้ากรีดห่างประมาณ 10 เซนติเมตร

 

                           

4. ทากาวผสมรอบรอยขูด นำพลาสติกใสมาติดทับให้ด้านรอยพับอยู่ด้านหลังหน้ากรีด และใช้ยางในรถจักรยานยนต์มัดทับพลาสติกใสให้ติดกับกาวที่ทาไว้ ทากาวทับด้านบนรอยมัดไม่ให้มีรอยรั่ว ดังรูป

 

8. นำลวดที่ตัดไว้มาม้วนและมัดเป็นรูปวงกลม ใช้ลวดเย็บกระดาษเย็บพลาสติกให้ติดกับลวด ดังรูป

 

 

ข้อมูลเกษตรกรที่ทำกระโปรงกันฝนต้นยาง

นายดลล้อหมาน สีมัน อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 6 ตำบลนาคา อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง

สวนตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลนาคา อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง เนื้อที่สวนยางกรีดทั้งหมด 6 ไร่ เนื้อที่สวนยางทำ

กระโปรงกันฝนต้นยางทั้ง 6 ไร่ แปลงที่ 1 จำนวน 4 ไร่ อายุ 10 ปี จำนวน 300 ต้น แบ่งหน้ากรีด 4 ส่วน ระบบ

กรีด 3วัน เว้น 1 แปลงที่ 2 จำนวน 2 ไร่ อายุ10 ปี จำนวน 200 ต้น แบ่งหน้ากรีด 4 ส่วน ระบบกรีด 3 วัน เว้น 1 สภาพสวนเป็นที่ราบทั้งสองแปลง

สามารถเพิ่มวันกรีดได้จากเดิมกรีดได้ประมาณ 120 วันต่อปี เป็น 220 วันต่อปี มีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 80 เริ่มทำกระโปรงกันฝนต้นยางเมื่อ เมษายน 2554 (เปลี่ยนเฉพาะพลาสติก) ช่วงเวลาที่ทำ ต้นฤดูฝน ต้นทุนการผลิต 10 บาท/ต้น (ไม่รวมค่าแรง)

 

 

ข้อดีของการทำอุปกรณ์กันฝนต้นยาง

1. ไม่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง

2. ไม่มีผลต่อโรคหน้ายาง

3. วันที่ฝนตกหน้ายางไม่เปียก เมื่อฝนหยุดตกสามารถกรีดยางได้

4. หลังกรีดยางแล้วฝนตก หน้ายางและผลผลิตยางไม่เสียหาย

ข้อควรปฏิบัติในการทำอุปกรณ์กันฝนต้นยาง

1. ควรใส่ปุ๋ยบำรุงต้นยางตามคำแนะนำ

2. ควรหยุดกรีดยางในช่วงยางพลัดใบ

3. ควรใช้ระบบกรีดครึ่งลำต้น วันเว้นวัน

4. การกรีดยางจะช้ากว่าปกติ

ข้อเสนอแนะ

การเลือกใช้อุปกรณ์กันฝนต้นยางรูปแบบต่างๆ ควรคำนึงถึงการเลือกใช้วัสดุ ต้นทุนการผลิต อายุต้นยาง

ลักษณะภูมิอากาศ และลักษณะการใช้งานให้สอดคล้องกับความต้องการ เพื่อให้สามารถเพิ่มวันกรีดยางได้

 

การจัดการความรู้(KM)

สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดระนอง

2/8 ม. 1 ถ.เพชรเกษม ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง 85000

โทร 0-7787-4792 โทรสาร 0-7787-4793