ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

วิธีปลูกสร้างแปลงกิ่งตายาง ขั้นตอนการผลิตยางชำถุง
ขั้นตอนการผลิตยางชำถุง PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - วิธีปลูกสร้างแปลงกิ่งตายาง
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2011 เวลา 09:12 น.

ขั้นตอนการผลิตยางชำถุง
 

   1. การเตรียมสถานที่

   2. การสร้างปะรำ

   3. การเตรียมวัสดุ

   4. การชำต้นตาตายาง

   5. การบำรุงรักษา      

        การปลูกสร้างสวนยางด้วยต้นติดตายางชำถุง เป็นวิธีที่ประสบผลสำเร็จสูง เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการปลูกสร้างสวนยางด้วยต้นตอตายาง ต้นติดตาขนาดใหญ่ ต้นติดตาขนาดเล็กและการติดตาในแปลง การเจริญเติบโตไม่หยุดชะงัก ทำให้ต้นยางโตสม่ำเสมอ ช่วยลดช่วงระยะเวลาการดูแลรักษาต้นยางอ่อนให้สั้นลง สามารถกรีดยางได้เร็วกว่าการปลูกด้วยต้นตอตายางและการติดตาในแปลง นอกจากนี้ต้นยางชำถุงยังเหมาะสำหรับใช้เป็นต้นยางปลูกซ่อมได้ดีอีกด้วย

 1. การเตรียมสถานที่

 

การเลือกพื้นที่

การเตรียมพื้นที่

อยู่ใกล้แหล่งน้ำ
เป็นพื้นที่ราบ
น้ำไม่ท่วมขัง
การคมนาคมสะดวก
ปรับพื้นที่ให้ราบหรือลาดเอียงเล็กน้อย
ใช้สารเคมีทำลายวัชพืชในพื้นที่ที่ใช้เป็น
      แปลงยางชำถุง
ควรคูรอบๆ แปลงเพื่อเป็นทางระบายน้ำ

 

การวางแถวยางชำถุง แบ่งได้ 2 ลักษณะคือ
 

1. วางบนพื้นดิน ควรวางแบบแถวคู่ แต่ถ้ามีพื้นที่น้อยก็ไม่ควรวางเรียงเกิน 3 ถุงต่อแถว เพราะถ้าแน่มากจะทำให้อัตราการสูญเสียต้นยางมีมาก แต่ละแถวคู่จะห่างกันประมาณ 60 เซนติเมตร ส่วนความยาวของแถวขึ้นอยู่กับการจัดผังของเจ้าของแปลงเพื่อสะดวกในการนับจำนวน

2. วางไว้ในร่องที่ขุดไว้ ควรวางยางชำถุง โดยฝังดินลงไป 1 ใน 3 ของความยาวถุงหรืออาจตีกรอบไม้บังคับไม่ให้ถุงยางชำล้ม ควรจัดทางเดินระหว่างกลุ่มยางแต่ละแถวให้ห่างกันประมาณ 75 เซนติเมตรเพื่อสะดวกในการรดน้ำและสำรวจต้นยาง
 

2. การสร้างปะรำ
 

ผลดีของการสร้างปะรำ ก็เพื่อป้องกันความร้อนจากแสงแดด มีข้อควรปฏิบัติดังนี้

ทำปะรำสูงประมาณ สอง ถึง สองเมตรครึ่ง เพื่อสะดวกในการปฏิบัติงาน
  ควรมุ่งด้วยทางมะพร้าวหรือวัสดุอื่นที่จัดหาได้ในท้องถิ่นให้แสงแดดส่องผ่านได้ประมาณ 50 %
  ขนาดของปะรำควรจัดทำให้พอเหมาะกับจำนวนต้นยางที่จะชำถุง
 

ข้อดี-ข้อเสียในการดูแลยางชำถุงในปะรำ
 

ข้อดี

ข้อเสีย

ปริมาณน้ำที่ใช้รดต้นยางน้อยกว่าเนื่องจากยางชำถุงอยู่ในปะรำ
รักษาความชื้นของดินในถุง
เหมาะสำหรับแปลงยางขนาดเล็กเพราะใช้เวลาดูแลยางชำถุงไม่นาน
ช่วงที่ยางแตกใบครบหนึ่งฉัตร หรือ สองฉัตร สามารถควบคุมการรดน้ำให้ลงถุงได้
ถ้าฝนตกน้ำจะลงในถุงยางที่ชำไว้ได้ดีพอสมควร
ความชื้นในปะรำสูงทำให้อุณหภูมิในปะรำต่ำกว่าข้างนอก ทำให้ต้นยางชำถุงเติบโตได้เร็ว

หากปะรำไม่แข็งแรงอาจทำให้ลมพัดทำให้เกิดความเสียหายให้แก่ต้นยางได้
ไม่สะดวกต่อการใช้หัวฉีดแบบสปริงเกอร์เพราะทำให้สิ้นเปลื้องน้ำที่รดต้นยางชำถุง

 

3. การเตรียมวัสดุ

 

1. ถุงพลาสติก ควรมีสีดำเพราะไม่ต้องการให้รากของต้นยางถูกแสงซึ่งอาจทำให้รากของต้นยางเจริญเติบโตไม่ดี ส่วนขนาดของถุงพลาสติกจะใช้ขนาดใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของแปลงต้องการจะเลี้ยงต้นยางไว้ในถุงนานแค่ไหน หากเลี้ยงไว้นานก็ต้องใช้ถุงขนาดใหญ่โดยถุงพลาสติกนั้นจะต้องเจาะรูกลม จำนวนรูต่อแถว 5-7 รู ประมาณ 3 แถว โดยให้ห่างจากก้นถุงประมาณ 1-2 นิ้ว เพื่อระบายน้ำได้ดี
ขนาดของถุงที่นิยมใช้ในการชำต้นกล้ายาง คือถุงขนาด 3นิ้วครึ่ง x 15 นิ้ว และ5x15 นิ้ว ใช้ชำยาง 1-2 ฉัตร
2. ดิน ดินที่ใช้ในการใส่ถุงชำควรเป็นดินร่วนเหนียวที่มีอินทรีย์วัตถุพอสมควร หรือดินเหนียวที่ผสมอินทรีย์วัตถุก็ได้โดยใช้ดินร่วนเหนียว 2 ส่วน ต่ออินทรีย์วัตถุ 1 ส่วน หรือถ้าใช้ปุ๋ยคอกเป็นอินทรีย์วัตถุก็ได้แต่จะทำให้ปริมาณวัชพืชในถุงมาก การผสมดินควรตากดินให้แห้งเสียก่อน แล้วย่อยดินผสมปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยหินฟอสเฟตประมาณ 10 กรัมต่อถุงหรือใช้หินฟอสเฟตประมาณ 5 กิโลกรัม ต่อดิน 1 ลูกบาศก์เมตรเพื่อใช้สำหรับบรรจุถุงประมาณ 500 ถุง
3. ต้นตอตา คัดเลือกต้นที่สมบูรณ์มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน หนึ่งนิ้วรากแข็งแรงและเยียดตรงมีความยาวของรากประมาณ 8 นิ้ว แผ่นตาไม่มีรอยช้ำเมื่อถอนต้นตอตาแล้วควรรีบนำลงถุงชำโดยเร็ว แต่ถ้าหากลงชำไม่ทันเนื่องจากจำนวนมากก็อาจใช้วิธีการบ่มเก็บรักษาต้นตอตายางได้ดังนี้

สถานที่บ่มตา ต้องเป็นที่ร่มและปูพื้นด้วยฟางข้าว
นำต้นตอตาที่คัดเลือกแล้วมาวางเรียงบนฟางข้าวไม่ควรกองสุมมากเพราะจะรับน้ำหนักมากอาจทำให้ตาเสียหรือเน่าได้
ประมาณ 5-7 วัน ตายางจะตุมและพร้อมที่จะผลิตาออกมาแล้วจึงคัดเลือกต้นสมบูรณ์ไปชำในถุง แต่ทั้งนี้ควรใส่ถุงชำให้เสร็จสิ้นไม่เกิน 10 วัน หากในกรณีที่นำต้นตอตามาจากแหล่งอื่น โดยจะต้องใช้วิธีขนส่งในระยะทางไกลก็ควรรถยนต์กระบะในการลำเลียงและตลอดเส้นทางก็ต้องมีการรดน้ำในแต่ละจุดเพื่อสร้างความชื้นให้กับต้นตอตาและควรจะใช้ฟางข้าว หรือกาบกล้วยห่อต้นต่อยาง เพื่อไม่ให้ตาชำ ควรหลีกเลี่ยงการขนส่งโดยใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่และในช่วงอากาศร้อนจัดเพราะอาจทำให้ต้นตอตาเสียหายได้


4. การชำต้นตอตายาง

1. ใส่ดินที่เตรียมไว้ลงในถุงให้เต็ม เขย่าถุงให้ดินแน่น ถ้าดินที่อยู่ในถุงยุบลง เติมดินให้เต็มอีกครั้งและเขย่าจนดินเต็มถุง
2. รดน้ำให้ดินในถุงชุ่มมากที่สุด แต่หากต้นตอตาที่จะผลิตยางชำถุงมีจำนวนน้อยก็อาจใช้วิธีนำถุงที่ใส่ดินแล้วมาแช่น้ำก่อนแล้วจึงชำต้นตอตาลงในถุงก็ได้
3. ใช้ไม้ปลายแหลมหรือวัสดุอื่นที่มีปลายแหลมที่มีขนาดเล็กกว่าต้นตอตาเล็กน้อยแทงดินในถุงให้เป็นหลุมลีกน้อยกว่าความยาวของรากตอตาที่ตัดไว้
4. นำต้นตอตาที่ตัดแต่งรากแล้วมาเสียบลงในถุงให้รากแก้วจมลงไปจนถึงรอยต่อคอดินระหว่างรากกับลำต้น
5. กดดินรอบโค่นต้นตอตาที่ปักชำในถุงให้แน่นให้ตาที่ผลิอยู่ห่างจากผิวดินประมาณ 2 นิ้วแล้วรดน้ำให้ชุ่มอีกครั้ง แล้วนำต้นตอตาที่ชำแล้ววางเรียง แถวในปะรำที่เตรียมไว้
 

5.  การบำรุงรักษา

1. การรดน้ำ ควรรดน้ำทุกวัน ทั้งเช้าและเย็น เพื่อให้ดินในถุงชุ่มอยู่เสมอหากปล่อยให้ดินแห้งตาที่กำลังผลิออกมาอาจจะชะงักการเจริญเติบโต และตายได้
2. การใส่ปุ๋ยให้ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 18-10-6 ในอัตรา 5กรัมต่อถุง ใส่หลังจากตาผลิออกมาแล้ว 2-3 สัปดาห์และต่อไปให้ใส่ทุกๆ 2-4 สัปดาห์
3. การปลิดแขนง หลังจากชำต้นตอตายางในถุงแล้วประมาณ 10-20 วัน ตาจะเริ่มงอก หากมีกิ่งแขนงออกมาจากต้นเดิมก็ต้องปลิดทิ้งเพื่อให้ตาพันธุ์ดีงอกออกมาโดยเร็ว
4. การกำจัดวัชพืช ควรใช้แรงงานคนหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี
5. การป้องกันกำจัดโรค เนื่องจากต้นยางชำถุงมักจะเป็นโรค ฉะนั้นควรพ่นยาป้องกันโรคหรือเมื่อพบว่ายางเริ่มเป็นโรคซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของโรค เช่น โรคใบจุดตานก ควรใช้ยาประเภท คาร์บาเมท เช่น ไซแนบ มาแนบ แมนโคแซบ 0.2% ฉีดพ่นทั่วทั้งต้นทุก 7-10 วัน โรคใบเกิดจากเชื้อคลอเลโทตริกัม และไฟท้อปโทร่า ควรใช้ยาไดโฟลาแทน 80จำนวน 2 กรัม ผสมน้ำ 1ลิตรฉีดทุก 7 วัน โรคเกิดจากเชื้อออยเดียม ให้กำมะถันผงฉีดพ่นป้องกันในตอนเช้าขณะที่ใบยังเปียกน้ำค้างอยู่ทุกๆ 15 วัน ประมาณ 3 ครั้ง และขณะที่เกิดโรคควรพ่นทุกๆ 3-5วันจนกว่าจะหายขาด
 

 

           เชิญเกษตรกรและผู้้สนใจ ชมวีดีโอ การผลิตยางชำถุง

                    

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2011 เวลา 16:45 น.