ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การขอรับทุนสงเคราะห์ปลูกแทน การขอรับทุนโครงการปลูกยางพาราในที่แห่งใหม่ ระยะที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๖
การขอรับทุนโครงการปลูกยางพาราในที่แห่งใหม่ ระยะที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๖ PDF พิมพ์
การเตรียมตัวเป็นเกษตรกรชาวสวนยาง - การขอรับทุนสงเคราะห์ปลูกแทน
เขียนโดย Administrator   
วันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2011 เวลา 16:10 น.
คุณสมบัติของผู้ที่ขอรับทุนโครงการปลูกยางพาราในที่แห่งใหม่ ระยะที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๖
  คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการพิจารณาให้รับการสงเคราะห์

    (๑)  จะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย    
    (๒)  จะต้องไม่มีสวนยางมาก่อน (ทั้งตนเองและคู่สมรส)     
    (๓)  จะต้องมีที่ดินของตนเองตั้งแต่  ๒ ไร่ขึ้นไป แล มีหลักฐานแสดงการครอบครองหรือแสดง กรรมสิทธิ์ หรือมีเอกสารสิทธิ์  ซึ่งทางราชการออกให้เพื่อมีสิทธิครอบครองในที่ดินซึ่งมายื่นขอรับการ สงเคราะห์
    (๔)  ที่ดินดังกล่าวข้างต้นจะต้องตั้งอยู่ในท้องที่ซึ่งคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยางกำหนด โดยคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร ประกาศเป็นเขตพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพารา และจะต้องมีสภาพเหมาะสมในการปลูกยางพันธุ์ดีด้วย

 วิธีการยื่นคำขอรับการสงเคราะห์

    (๑) ให้ติดต่อที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัด หรือศูนย์ปฏิบัติการสงเคราะห์สวนยาง จังหวัด  หรือที่สำนักงานสงเคราะห์การทำสวนยางอำเภอ ที่ที่ดินตั้งอยู่  เพื่อขอรับการสงเคราะห์  ตามแบบ คำขอรับการสงเคราะห์ (ส.ก.ย. ๓)  จำนวน ๒ ชุด  
    (๒) ผู้ขอรับการสงเคราะห์จะต้องจัดทำสำเนาหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน และเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองที่ดิน จำนวน ๒ ชุด แนบคำขอรับการสงเคราะห์ด้วย        
    (๓)  ยื่นขอรับการสงเคราะห์ได้  ตั้งแต
๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔  ถึง  ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔
       
    (๔)  เพื่อประโยชน์ในการสำรวจตรวจสอบของเจ้าพนักงานสงเคราะห์ ผู้รับการสงเคราะห์จะต้องอำนวยความสะดวก และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานสงเคราะห์ตามความจำเป็น
  

วิธีการให้การสงเคราะห์  

          (๑) จะพิจารณาให้การสงเคราะห์รายละไม่เกิน ๑๕ ไร่ ตามลำดับก่อนหลังของการยื่นคำขอรับการสงเคราะห์   
          (๒) จะให้การสงเคราะห์ในรูปจ่ายให้เปล่าเป็นวัสดุสงเคราะห์หรือเงินค่าวัสดุสงเคราะห์ ตามหลักปฏิบัติการปลูกยางของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เป็นเวลา ๓ ปี         
          (๓) จะให้การสงเคราะห์เป็นจำนวน ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ถึงปีงบประมาณ ๒๕๕๖       
         (๔) ผู้ขอรับสงเคราะห์ซึ่งถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการสงเคราะห์ แต่มิได้รับการสงเคราะห์ในปีใด ย่อมไม่เป็นเหตุให้เสียสิทธิในการที่ได้รับการสงเคราะห์ในปีต่อ ๆ ไป  

การยื่นคำขอรับการสงเคราะห์

           (๑)  ผู้ได้รับการสงเคราะห์จะต้องนำวัสดุสงเคราะห์ที่ได้รับไปใช้เพื่อการปลูกสร้างสวนยางพันธุ์ดีเท่านั้น  
          (๒)  ถ้าผู้ได้รับการสงเคราะห์ไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนกฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง หรือหนังสือสั่งการใด ของสำนักงานฯ ตามที่ได้ตกลงกันไว้ในหนังสือสัญญาการรับการสงเคราะห์เพื่อปลูกยางพันธุ์ดี หรือไม้ยืนต้นชนิดอื่นตามพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จะถูกระงับการให้การสงเคราะห์ และอาจเรียกคืนในรูปของเงินสด ตามมูลค่าที่ได้ให้การสงเคราะห์ไปแล้วก็ได้

 

เงื่อนไขที่ผู้ได้รับการสงเคราะห์ต้องยอมรับและถือปฏิบัติ

(๑) ผู้ได้รับการสงเคราะห์จะต้องนาวัสดุสงเคราะห์ที่ได้รับไปใช้เพื่อการปลูกสร้างสวนยางพันธุ์ดีเท่านั้น  

(๒) ถ้าผู้ได้รับการสงเคราะห์ไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนกฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ คาสั่ง หรือหนังสือสั่งการใด ของสานักงานฯ ตามที่ได้ตกลงกันไว้ในหนังสือสัญญาการรับการสงเคราะห์เพื่อปลูกยางพันธุ์ดี หรือไม้ยืนต้นชนิดอื่นตามพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทาสวนยาง จะถูกระงับการให้การสงเคราะห์ และอาจเรียกคืนในรูปของเงินสด ตามมูลค่าที่ได้ให้การสงเคราะห์ไปแล้วก็ได้

 

 คำเตือน

การยื่นคาขอรับการสงเคราะห์ การให้การสงเคราะห์ฯลฯ สานักงานกองทุนสงเคราะห์การทาสวนยาง ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่ค่าธรรมเนียมที่อาจจะต้องเสียตามกฎหมายอื่น ขออย่าได้วิ่งเต้นเสียเงินเพื่อประโยชน์ในการนี้ จะเสียเงินเปล่าโดยไม่ได้รับผลใด ๆ

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2011 เวลา 16:58 น.