ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

การปลูกสร้างสวนยางพารา สภาพพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกยาง
สภาพพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกยาง PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - การปลูกสร้างสวนยางพารา
เขียนโดย Administrator   
วันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2011 เวลา 10:03 น.

สภาพพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกยาง 

การเลือกพื้นที่และการเตรียมพื้นที่ 

  • เป็นพื้นที่ที่มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล ไม่ควรเกิน  600 เมตร
  • เป็นพื้นที่ราบหรือมีความลาดเอียงไม่เกิน 35 องศา หากมีความลาดเอียงเกิน 15 องศา ต้องทำขั้นบันไดหรือปลูกพืชคลุมดินเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน
  • เป็นพื้นที่ไม่มีน้ำท่วมขัง การระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศดี
  • เป็นดินร่วนเหนียวหรือดินร่วนทราย
  • เป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ หน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร และไม่มีชั้นหินแข็งหรือหินดินดาน
  • ระดับน้ำใต้ดินต่ำกว่า 1 เมตร
  • มีค่าความเป็นกรด-ด่าง อยู่ระหว่าง 4.5-5.5
  • ปริมาณน้ำฝน ไม่น้อยกว่าปีละ 1,250 มิลลิเมตร จำนวนฝนตกเฉลี่ยอยู่ระหว่างปีละ 120-150 วัน

 การเตรียมพื้นที่ 

             การเตรียมพื้นที่ปลูกสร้างสวนยาง เป็นการปรับพื้นที่ให้มีสภาพเหมาะสมสำหรับปลูกยางทั้งด้านการปฏิบัติงาน ในสวนยางและการอนุรักษ์ดินและน้ำ จึงจำเป็นต้องวางแผนการใช้พื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อความสะดวกในการดูแลบำรุงรักษาต้นยางการเตรียมพื้นที่ปลูกยาง ได้แก่ การทำความสะอาดพื้นที่ การวางแนว การขุดหลุมและการจัดทำขั้นบันได

 การวางแนวปลูก       

           การวางแนวปลูกในพื้นที่ราบ เริ่มจากการวางแถวหลัก  ห่างจากแนวเขตสวนไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร ต ามแนวตะวัน ออก- ตะวันตก ไม่ขวางทิศทางลม

            การวางแนวปลูกในพื้นที่ลาดเท ในพื้นที่ลาดเทหรือพื้นที่ที่อยู่บนควนเขา การวางแนวปลูกไม่สามารถใช้วิธีแบบเดียวกับพื้นที่ราบได้ เนื่องจากที่ลาดเทหรือที่ควนเขามีการไหลบ่าของน้ำในขณะที่มีฝนตก เป็นผลให้เกิดการชะล้างและพังทลายของหน้าดิน ดังนั้นเพื่อป้องกันการชะล้างและการพังทลายของดินจึง จำเป็นต้องวางแนวปลูกตามแนวระดับหากพื้นที่มีความลาดเทมากกว่า 15 องศา ต้องทำขั้นบันได 

          ประโยชน์ของการทำแนวระดับและขั้นบันได 

-          ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน

-          ป้องกันการชะล้างปุ๋ยที่ใส่ให้กับต้นยาง

-          ทำให้รากต้นยางยึดแน่นกับดิน ไม่ถูกน้ำเซาะล้มได้ง่าย

-          ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดิน

-          ง่ายและสะดวกแก่การปฏิบัติงานในสวน ตลอดจนการเก็บผลผลิต

  

การเตรียมหลุมปลูก

 

การขุดหลุมปลูกยางให้ขุดด้านใดด้านหนึ่งของไม้ชะมบตลอดแนว โดยแยกดินที่ขุดเป็น 2 กอง คือดินชั้นบนและดินชั้นล่างผึ่งแดดไว้ประมาณ 10 วัน เพื่อให้ดินแห้งแล้วย่อยดินชั้นบนใส่รองก้นหลุม ส่วนดินชั้นล่างให้ผสมกับปุ๋ยหินฟอสเฟต (0-3-0) อัตราหลุมละ 170 กรัม ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ หลุมละ 5 กก. รองก้นหลุมร่วมกับปุ๋ยหินฟอสเฟตแล้วกลบหลุม ขนาดของหลุม 50 x 50 x 50 เซนติเมตร (กว้าง x ยาว x ลึก)สำหรับการขุดหลุมปลูกในพื้นที่ลาดเท เมื่อปักไม้ชะมบเรียบร้อยแล้ว ควรขุดหลุมเยื้องไปด้านในของพื้นที่ลาดเทเล็กน้อย เมื่อปลูกยางไปแล้วอาจต้องแต่งชานเพิ่มเติม โดยขุดดินบนพื้นที่ลาดเทมากลบด้านนอก เพื่อทำให้ ต้นยางอยู่ กลางขั้นบันไดพอดี

การเลือกทำเลพื้นที่เพื่อทำสวนยาง

ทำเลที่ ไม่ควรซื้อ

  • พื้นที่ดินนาหรือที่ลุ่ม ไม่ควรซื้อเพื่อการปลูกยางพาราอย่างเด็ดขาด แม้จะเห็นว่ามีการขุดคูยกร่องได้ก็ตาม สภาพดินในพื้นที่แบบนี้มักเป็นดินเหนียว ระบายน้ำได้ยาก ต้นยางพาราไม่ชอบ แม้จะพอเจริญเติบโตได้ ก็เป็นเพียงในช่วงระยะแรก ๆ เท่านั้น ในระยะยาวแล้ว ต้นยางพาราจะไม่สูง และลำต้นไม่ใหญ่
  • พื้นที่ติดถนนใหญ่ ก็ไม่เหมาะที่จะซื้อเพื่อปลูกสร้างสวนยางพารา เพราะถนนมักจะอยู่สูงกว่าพื้นที่สวนยาง ก็จะทำให้มีน้ำขังได้เช่นกัน (ยกเว้น พื้นที่สวนยางพาราที่อยู่สูงกว่าถนน)
  • พื้นที่ใกล้แหล่งชุมชนหรือโรงงาน ก็ไม่ควรซื้อเพื่อการปลูกยางพาราเช่นกัน เพราะจะมีการถมที่กันไป ถมกันมา ทำให้สวนยางพาราที่ไม่ถูกถมกลายเป็นที่ลุ่มมีน้ำขัง ระบายน้ำไม่ได้ และถ้าอยู่ใก้ลโรงงานที่ปล่อยน้ำเสีย หรือน้ำที่เจือปนด้วยสารตกค้างที่มีพิษต่อต้นยางพารา ก็อาจจะมาขังในสวนยางพาราของเรา ก็ทำให้ตายได้ในเวลาไม่นานนัก

ทำเลที่ควรซื้อ

  • พื้นที่ใกล้ป่าใหญ่ หรือป่าเสื่อมโทรมที่อยู่ห่างไกลจากเขตชุมชน, โรงงาน, ถนนใหญ่ จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการซื้อเพื่อการทำสวนยางพาราเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว มักเป็นพื้นที่ที่มีหน้าดินลึก ไม่มีชั้นดินดานหรือชั้นหินแข็ง มีอินทรีย์วัตถุ, ธาตุอาหารหลัก, ธาตุอาหารรอง ตามที่ต้นยางพาราต้องการ เป็นส่วนมาก ถ้าจะให้ดีกว่านั้นอีก พื้นที่แปลงนั้นควรอยู่บริเวณตีนเขา เพราะเมื่อฝนตก น้ำจะพัดพาพวกอินทรีย์วัตถุต่างๆ มาสะสมอยู่ในสวนยางพาราของเรา ถ้าจะให้ดีขึ้นอีก สวนยางพาราของเราก็ต้องอยู่ด้านทิศตะวันออกของเขานั้น เพราะเมื่อถึงยามบ่ายใก้ล ๆ เย็น พระอาทิตย์จะลับแนวเขา สวนเราก็จะเริ่มเย็นลงก่อน ครั้นยิ่งตกกลางคืนอากาศก็ยิ่งเย็นลง เมื่อถึงเวลากรีดยางตอน เที่ยงคืน หรือ ตอน 1 นาฬิกา สวนยางเราก็จะยิ่งเย็นซึ่งจะทำให้น้ำยางบนรอยกรีดไหลได้นาน ทำให้ได้ผลผลิตน้ำยางมาก สำหรับพื้นที่บนเขา ถ้าความลาดชันไม่เกิน 20 องศา (ต้องทำชานหรือขั้นบันได) มักจะให้ผลผลิตน้ำยางดีกว่าพื้นที่ราบ เนื่องจากดินบนเขาแบบนี้จะมีการระบายน้ำได้ดี จึงทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง ยิ่งถ้าได้ดินที่เป็นลูกรังร่วนซุยอีก ก็สุดยอดเลยครับ ตกกลางคืนอากาศจะเย็นกว่าที่ราบ การกรีดจึงได้น้ำยางมากสุด ๆ  และพื้นที่ที่น่าปลูกยางพาราอีกแบบ ก็คือบริเวณที่อยู่บริเวณหุบเขา เนื่องจากพื้นที่ในบริเวณหุบเขา จะมีอินทรีย์วัตถุมาทับถมมากมาย ส่งผลให้ต้นยางพาราที่ปลูกโตเร็ว อากาศในหุบเขาก็เย็นกว่า เวลากรีดจึงให้น้ำยางมากกว่า แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้นอีก ก็น่าจะมีลำธารไหลผ่านหุบเขานั้นด้วย
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 13:47 น.