ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

พันธุ์ยางที่นิยมใช้ปลูกในประเทศไทย พันธุ์ยางผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้สูง
พันธุ์ยางผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้สูง PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - พันธุ์ยางที่นิยมปลูกในประเทศไทย
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 09 พฤษภาคม 2011 เวลา 17:10 น.

  พันธุ์ยางผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้สูง
                           ได้แก่ พันธุ์ PB 235, PB 255, PB 260, RRIC 110
                           PB 235
                              - ระยะก่อนเปิดกรีดเจริญเติบโตดีมาก เปิดกรีดได้เร็ว ความสม่ำเสมอของขนาดลำต้นทั้งแปลงดี ทำให้มีจำนวนต้นเปิดกรีดมาก                                 ระยะระหว่างกรีดเจริญเติบโตปานกลาง
                              - ระยะยางอ่อนแตกกิ่งเร็ว กิ่งมีขาดเล็กจำนวนมาก และทยอยทิ้งกิ่งด้านล่าง เมื่ออายุเพิ่มขึ้นเหลือกิ่งขนาดกลาง 4 – 5 กิ่งในระดับสูง                                 มีพุ่มสใบค่อนข้างบาง ทรงพุ่มมีขนาดใหญ่เป็นรูปกลม
                              - เริ่มผลัดใบช้าและทยอยผลัดใบ
                              - เปลือกเดิมหนาปานกลาง เปลือกงอกใหม่บาง
                             - ระบบกรีดครึ่งลำต้น วันเว้นวัน
                             - ผลผลิตน้ำยาง 10 ปี กรีดเฉลี่ย 330 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี สูงกว่าพันธุ์ RRIM 60 ที่ปลูกในแปลงทดลองเดียวกันร้อยละ 37                                 ผลผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อใช้สารมีเร่งน้ำยาง ในช่วงผลัดใบผลผลิตลดลงปานกลาง
                             - ผลผลิตเนื้อไม้ในช่วงอายุ 6, 15 และ 20 ปี ให้ผลผลิตเนื้อไม่ส่วนลำต้น 0.10, 0.30 และ 0.41 ลูกบาศก์เมตรต่อต้น คิดเป็น 6.75,                                22.34 และ 28.09 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ตามลำดับ
                             - ต้านทานโรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อไฟทอปโทราปานกลาง อ่อนแอมากต่อโรคราแป้งและโรคใบจุดนูน
                             - ต้านทานโรคเส้นดำปานกลาง และต้านทานดีต่อโรคราสีชมพู
                             - มีจำนวนต้นยางแสดงอาการเปลือกแห้งค่อนข้างมาก
                             - ต้านทานลมปานกลาง
                             - ไม่แนะนำให้ปลูกในพื้นที่ลาดชัน พื้นที่ที่มีหน้าดินตื้น และพื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง
                             - ข้อสังเกต : ยางพันธุ์นี้มีการเจริญเติบโตดีมาก เปิดกรีดได้เร็วเนื่องจากทรงพุ่มขนาดใหญ่ไม่ควรปลูกระยะหว่างต้นน้อยกว่า 3 เมตร
                             - ข้อจำกัด : ไม่แนะนำการกรีดถี่ที่มีวันกรีดติดต่อันเพราะต้นยางจะเกิดอาการเปลือกแห้งมาก
                          PB 255
                             - ระยะก่อนเปิดกรีดเจริญเติบโตดี ความสม่ำเสมอของขนาดลำต้นทั้งแปลงปานกลาง ระยะระหว่างกรีดเจริญเติบโตปานกลาง
                             - แตกกิ่งขนาดเล็กจำนวนมากพุ่มใบทึบ ทรงพุ่มมีขนาดปานกลางเป็นรูปกลม
                             - เริ่มผลัดใบค่อนข้างช้า
                             - เปลือกเดิมและเปลือกงอกใหม่หนา
                             - ควรใช้ระบบกรีดครึ่งลำต้นวันเว้นวัน
                             - ผลผลิตน้ำยาง 10 ปีกรีดเฉลี่ย 318 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี สูงกว่าพันธุ์ RRIM 600 ที่ปลูกในแปลงทดลองเดียวกันร้อยละ 46 ผลผลิต
                               เพิ่มขึ้นปานกลางเมื่อใช้สารเคมีเร่งน้ำยาง ในช่วงผลัดใบผลผลิตลดลงปานกลาง
                            - ผลผลิตเนื้อไม้ในช่วงอายุ 6, 15 และ 20 ปี ให้ผลผลิตเนื้อไม้ส่วนลำต้น 0.10, 0.28 และ 0.39 ลูกบาศก์เมตรต่อต้น คิดเป็น 6.26 ,                               21.57 และ 27.24 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ตามลำดับ
                            - อ่อนแอต่อโรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อไฟทอปโทรา โรคใบจุดนูนและโรคราสีชมพู ต้านทานปานกลางต่อโรคราแป้งและโรคเส้นดำ
                            - มีจำนวนต้นยางแสดงอาการเปลือกแห้งปานกลาง
                            - ต้านทานลมดี
                            - ปลูกได้ในพื้นที่ลาดชัน พื้นที่ที่มีหน้าดินตื้นและพื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง
                            - ข้อจำกัด : ไม่แนะนำการกรีดถี่ที่มีวันกรีดติดต่อกัน เพราะต้นยางจะเกิดอาการเปลือกแห้งมาก
                         PB 260
                            - ระยะก่อนเปิดกรีดเจริญเติบโตดี ความสม่ำเสมอของขนาดลำต้นทั้งแปลงดี ทำให้มีจำนวนต้นเปิดกรีดมาก ระยะหว่างกรีดเจริญเติบโต
                              ปานกลาง
                           - แตกกิ่งน้อยกิ่งมีขนาดปานกลางและแต่ละกิ่งจะแตกกิ่งเล็กๆ จำนวนมากเป็นชั้นๆ พุ่มใบทึบในช่วงอายุน้อยทรงพุ่มมีขนาดปานกลาง
                             เป็นรูปกลม
                          - เริ่มผลัดใบช้า
                          - เปลือกเดิมหนาปานกลาง เปลือกงอกใหม่บาง
                          - ควรใช้ระบบกรีดครึ่งลำต้น วันเว้นวัน
                          - ผลผลิตน้ำยาง 10 ปีกรีดเฉลี่ย 322 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี สูงกว่าพันธุ์ RRIM 600 ที่ปลูกในแปลงทดลองเดียวกันร้อยละ 32 ผลผลิตเพิ่มขึ้น
                            ปานกลางเมื่อใช้สารเคมีเร่งน้ำยาง ในช่วงผลผัดใบผลผลิตลดลงเล็กน้อย
                          - ผลผลติเนื้อไม้ ในช่วงอายุ 6, 15 และ 20 ปี ให้ผลผลิตเนื้อไม่ส่วนลำต้น 0.10, 0.26 และ 0.36 ลูกบาศก์เมตรต่อต้น คิเป็น 6.85, 19.90                             และ 25.53 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ตามลำดับ
                          - ต้านทานปานกลางต่อโรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อไฟทอปโทรา โรคราแป้งโรคใบจุดนูนและโรคเส้นดำ ต้านทานดีต่อโรคราสีชมพู
                          - มีจำนวนต้นยางแสดงอาการเปลือกแห้งค่อนข้างมาก
                          - ต้านทานลมดี
                          - ปลูกได้ในพื้นที่ลาดชัน พื้นที่ที่มีหน้าดินตื้น และพื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง
                          - ข้อจำกัด : ไม่แนะนำการกรีดถี่ที่มีวันกรีดติดต่อกัน เพราะต้นยางจะเกิดอาการเปลือกแห้งมาก
                      RRIC 110
                          - ระยะก่อนเปิดกรีดเจริญเติบโตดีมาก เปิดกรีดได้เร็ว และความสม่ำเสมอของขนาดลำต้นทั้งแปลงดี ทำให้มีจำนวนต้นเปิดกรีดมาก                             ระยะระหว่างกรีดเจริญเติบโตปานกลาง
                          - กิ่งมีขนาดใหญ่แตกกิ่งในระดับสูงเนื่องจากการทิ้งกิ่งด้านล่างเมื่อยางมีอายุมากขึ้นทรงพุ่มมีขนาดใหญ่เป็นรูปพัด
                          - เริ่มผลัดใบช้า
                          - เปลือกเดิมและเปลือกงอกใหม่บาง
                          - ควรใช้ระบบกรีดครึ่งลำต้น วันเว้นวัน
                          - ผลผลิตน้ำยาง 10 ปี กรีดเฉลี่ย 324 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี สูงกว่าพันธุ์ RRIM 600 ที่ปลูกในแปลงทดลองเดียวกันร้อยละ 27 ผลผลิตเพิ่มขึ้น
                            ปานกลางเมื่อใช้สารเคมีเร่งน้ำยาง ในช่วงผลัดใบผลผลิตลดลงเล็กน้อย
                          - ผลผลิตเนื้อไม้ ในช่วงอายุ 6,15 และ 20 ปี ให้ผลผลิตเนื้อไม้ส่วนลำต้น 0.10, 0.29 และ 0.40 ลูกบาศก์เมตรต่อต้น คิดเป็น 6.44, 21.86                             และ 27.55 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ตามลำดับ
                          - ต้านทานโรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อไฟทอปโทราดี และต้านทานโรคราแป้ง โรคใบจุดนูน โรคเส้นดำ และโรคราสีชมพูปานกลาง
                          - มีจำนวนต้นยางแสดงอากรเปลือกแห้งปานกลาง
                          - ต้านทานลมปานกลาง
                          - ไม่แนะนำให้ปลูกในพื้นที่ลาดชันพื้นที่ที่มีหน้าดินตื้น และพื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง
                          - ข้อสังเกต : น้ำยางเมื่อนำไปทำเป็นยางแผ่นดิบ จะมีสีค่อนข้างคล้ำ