ระบบจัดการความรู้ การยางแห่งประเทศไทย

พันธุ์ยางที่นิยมใช้ปลูกในประเทศไทย พันธุ์ยางผลผลิตน้ำยางสูง
พันธุ์ยางผลผลิตน้ำยางสูง PDF พิมพ์
การปลูกยางพารา - พันธุ์ยางที่นิยมปลูกในประเทศไทย
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 09 พฤษภาคม 2011 เวลา 16:56 น.

กลุ่มที่ พันธุ์ยางผลผลิตน้ำยางสูง 

          พันธุ์ยางที่แนะนำตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรปี 2546 มี 3 กลุ่ม ขอแนะนำพันธุ์ยางชั้น 1 ในแต่ละกลุ่มดังนี้

                          ได้แก่พันธุ์ สถาบันวิจัยยาง 251, สถาบันวิจัยยาง 226, BPM 24, RRIM 600
                           สถาบันวิจัยยาง 251 (RRIT 251)
                                   - ผลผลิตเนื้อยางแห้งเฉลี่ย 10 ปี 457 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ส่วนยางใหม่ให้ผลผลิตเฉลี่ย 317 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี


                                   - การเจริญเติบโตปานกลาง เปลือกเดิมและเปลีอกงอกใหม่หนาปานกลาง ดีทั้งในระยะก่อนเปิดกรีดและระหว่างกรีด การผลัดใบ
                                     ค่อนข้างช้าและผลัดใบพร้อมกัน สีของน้ำยางและยาแผ่นดิบมีสีขาว
                                   - ควรใช้ระบบกรีดครึ่งลำต้น วันเว้นวัน
                                   - ต้านทานโรคเส้นดำดีต้านทานโรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อไฟทอบโทรา โรคราแป้ง โรคใบจุดนูน และโรคราสีชมพูปานกลาง
                                     มีต้นเปลือกแห้งจำนวนน้อย ตานทานลมปานกลาง
                                   - ไม่แนะนำให้ปลูกในพื้นที่ลาดชัน พื้นที่ที่มีหน้าดินตื้น และพื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง
                           BPM 24
                                  - ผลผลิตเฉลี่ย 312 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ผลผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อใช้สารเคมีเร่งน้ำยา
                                  - การเจริญเติบโตปานกลาง เปลือกเดิมหนามาก เปลือกงอกใหม่หนาปานกลาง
                                  - ควรใช้ระบบกรีดครึ่งลำต้น วันเว้นวัน หากใช้ระบบกรีดถี่ จะทำให้ต้นยางแสดงอาการเปลือกแห้งมากขึ้น
                                  - ต้านทานโรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อไฟทอปโทราดีมาก ต้านทานโครเส้นดำดี ต้านทานโรคราแป้ง โรคใบจุดนูน และโรคราสีชมพู
                                    ปานกลาง มีต้นเปลือกแห้งจำนวนปานกลางต้านทานลมปานกลาง
                                 - ปลูกได้ในพื้นที่ลาดชัน พื้นที่ที่มีหน้าดินตื้น พื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง และพื้นที่ที่มีความชื้นสูง
                                 - ข้อสังเกต : ในระยะยางอ่อนแตกกิ่งเล็ก ๆ จำนวนมาก ลำต้นและกิ่งมีรอยแผลน้ำยางไหล ซึ่งจะหายไปในระยะต่อมา
                           สถาบันวิจัยยาง 226 (RRIT 226)
                                 - ผลผลิต 8 ปี กรีดเฉลี่ย 346 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี
                                 - การเจริญเติบโตระยะก่อนเปิดกรีดและระยะระหว่างกรีดปานกลาง ความสม่ำเสมอของขนาดลำต้นทั้งแปลงปานกลาง
                                 - ควรใช้ระรบกรีดครึ่งลำต้นวันเว้นวัน
                                 - ต้านทานโรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อไฟทอปโทราและโรคเส้นดำดี ต้านทานโรคใบจุดนูนและโรคราสีชมพูปานกลาง และอ่อนแอ
                                   ต่อโรคราแป้ง
                                - ปลูกได้ในพื้นที่ลาดชันและพื้นที่ที่มีความชื้นสูง ไม่แนะนำให้ปลูกในพื้นที่ที่มีหน้าที่ดินตื้นและมีระดับน้ำใต้ดินสูง
                           RRIM 600
                                - ผลผลิตเฉลี่ย 289 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ผลผลิตเพิ่มขึ้นปานกลางเมื่อใช้สารเคมีเร่งน้ำยาง ผลผลิตลดลงมากในช่วงผลัดใบ
                                  ในพื้นที่แห้งแล้ง
                                - การเจริญเติบโตปานกลาง เปลือกเดิมบาง และเปลือกงอกใหม่หนาปานกลาง
                                - ควรใช้ระบบกรีดครึ่งลำต้น วันเว้นวัน
                                - ต้านทานดรคราแป้งและโรคใบจุดนูนปานกลางอ่อนแอต่อโรคราสีชมพู อ่อนแอมากต่อโรคใบร่วงที่เกิดจากเชื่อไฟทอปโทราและ
                                  โรคเส้นดำ มีต้นเปลือกแห้งจำนวนน้อย ต้านทานลมปานกลาง
                               - ปลูกได้ในพื้นที่ลาดชันไม่แนะนำให้ปลูกในพื้นที่ที่มีหน้าดินตื้น และพื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง
                               - ข้อสังเกต : ไม่ควรปลูกในพื้นที่ที่มีโรคใบร่วงไฟทอบโทราและโรคเส้นดำระบาดอย่างรุนแรง

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 พฤษภาคม 2011 เวลา 17:08 น.